แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hotel Man แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hotel Man แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียในเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภูทุกท่านด้วยครับ



ปัจจุบันนี้ด้วยสภาพสังคม เศรษฐกิจ การการใช้ชีวิต ค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก เหตุการณ์แบบนี้เริ่มเกิดบ่อยขึ้น ในมุมของพนักงานโรงแรมเองจากที่ปัจจุบันนี้เรามีการ Training เกี่ยวกับความปลอดภัยกันอยู่แล้วในเรื่องของ

- First Aid 
- การอพยพหนีไฟ การจัดการกรณีเพลิงไหม้

เพื่อเป็นทักษะในการดูแลตัวเอง แขก และเพื่อนร่วมงานในกรณีที่เกิดเหตุดังกล่าว ณ ตอนนี้น่าจะต้องมีอีกการ Training หนึ่งเพิ่มเข้าไปนั่นคือกรณีของมาตรการจัดการหากเกิดเหตุ Active Shooter ในพื้นที่โรงแรมเพราะต้องยอมรับว่าโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งในวันหนึ่งต้องให้บริการแขกมากหน้าหลายตา การเฝ้าระวัง การป้องกัน และการบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการเกิด Active Shooter เป็นอีกทักษะหนึ่งเช่นกันที่ควรจะต้องมีไว้เพื่อดูแลตนเอง แขก และเพื่อนร่วมงาน

ประเด็นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ตอกย้ำว่าบุคคลากรในอุตสาหกรรมโรงแรม (และอาจจะอุตสาหกรรมอื่น) ปัจจุบันนี้ต้องมีการ Up Skill กันทุกอย่าง ในประเด็นนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับฝ่าย Security และ Loss & Prevention ก็ต้องเริ่มมองหามาตรการป้องกันและวิธีการจัดการเกี่ยวกับกรณีนี้กันไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้บริหารจัดการกรณีเกิดเหตุตามขอบเขตที่ตนเองนั้นทำได้

สำหรับการเอาตัวรอดจากเหตุกราดยิงอ้างอิงข้อมูลจาก รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ ศัลยแพทย์และอาจารย์จากภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ (https://www.chula.ac.th/cuinside/27394/) จุฬาฯ ชี้แนวทางสำคัญในการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์กราดยิงว่า ควรยึดหลักตาม Hartford Consensus หรือหลักการเอาตัวรอดในยามเกิดวิกฤติ ซึ่งแบ่งเป็น RUN HIDE FIGHT (หนี ซ่อน สู้) โดยเรียงลำดับความสำคัญตามลำดับ โดยมีวิธีดังนี้ (https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2464164)

การหลบหนี (Run)
- หนีจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด โดยสังเกตทางเข้าออกและจดจำทางเข้าออกให้แม่นยำ

- วางแผนและเตรียมพร้อมในการหลบหนีออกจากสถานที่นั้นอย่างรวดเร็วที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางหนีที่คับแคบ

- มีสติอยู่เสมอขณะหลบหนี และควรทิ้งสิ่งของหรือสัมภาระทั้งหมดเพื่อการหลบหนีที่คล่องตัว และหากเป็นไปได้ควรช่วยเหลือคนรอบตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การหลบซ่อน (Hide)
ในกรณีที่ไม่สามารถหลบหนีได้ควรหาที่หลบซ่อนเพื่อให้รอดพ้นสายตาของผู้ก่อเหตุให้มากที่สุด โดยมีวิธีดังนี้

- ปิดไฟมืด ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารที่ทำให้เกิดเสียง เช่น ทีวี วิทยุ เปลี่ยนโหมดโทรศัพท์มือถือเป็นระบบสั่น

- หากมีหน้าต่างหรือประตู ให้ปิดม่านพร้อมล็อกประตูให้แน่นหนาที่สุด
การหลบซ่อนที่ดีคือควรแอบอยู่หลังหรือใต้โต๊ะหรือตู้ที่แข็งแรง
พยายามหลีกเลี่ยงที่อับปิดตาย และไม่ควรอยู่ใกล้ที่เสี่ยงอันตราย เช่น ริมหน้าต่าง ริมประตู กระจก

- หากหลบซ่อนอยู่หลายคน พยายามกระจายพื้นที่หลบซ่อนให้มากที่สุด และพยายามขอความช่วยเหลือโดยไม่ต้องใช้เสียง เช่น ส่งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านทาง SMS หรือ Line

การต่อสู้ (Fight)
หากอยู่ในสถานการณ์คับขันที่ไม่สามารถหลบหนีหรือซ่อนตัวได้ วิธีสุดท้ายในการเอาตัวรอดคือการต่อสู้โดยใช้สติและกำลังทั้งหมดที่มี โดยมองหา

- จุดบอดของผู้ก่อเหตุให้ได้ หากอยู่รวมกันหลายคนควรช่วยกันต่อสู้เพื่อให้ผู้ก่อเหตุบาดเจ็บให้มากที่สุด นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรทำคือการร้องอ้อนวอนขอชีวิต เพราะมักไม่ได้ผล ในทางกลับกันยิ่งกระตุ้นให้ผู้ก่อเหตุตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุกราดยิง
- ควรรู้เบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในเหตุฉุกเฉิน เช่น 191, 1669 หรือโหลดแอปพลิเคชันช่วยเหลือฉุกเฉินอย่าง จส.100 เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินในหลายๆ ช่องทาง

- ควรรับมือการฝึกอบรมปฐมพยาบาลสำหรับอุบัติเหตุ อบรมการห้ามเลือด อบรมการช่วยชีวิตเบื้องต้น เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ก่อนออกจากบ้านควรชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ให้เต็มและมีแบตเตอรี่กับสายชาร์จสำรองพร้อมใช้เสมอ

- บอกที่มาและที่ไปพร้อมเวลากลับแก่คนที่บ้านหรือคนใกล้ชิดเสมอ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือในเวลาฉุกเฉินได้

นอกจากนี้แล้วเราควรมี Situation awareness คือเมื่อเวลาไปไหนให้สังเกตทางหนีทีไล่ของเรา อย่างน้อยก็ต้องดูไว้ว่าทางเข้าออกของสถานที่ที่เราไปมีกี่ทาง อยู่บริเวณไหน เควรสังเกตสถานการณ์ผิดปกติ เช่น มีเสียงดังผิดปกติ มีควันไฟ แสงสว่างจ้า หรือระเบิด ไฟดับ มีคนวิ่งหนีผิดปกติ เป็นต้น จากนั้นควรพิจารณาทิศทางการหลบหนี และหนีให้พ้นจากสถานที่เกิดเหตุให้ไกลที่สุด สละทิ้งของที่ไม่จำเป็น เพราะชีวิตมีค่ามากกว่าสิ่งของ ก่อนถึงจุดปลอดภัยค่อยโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องด้วยธุรกิจโรงแรมเป็นสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของหลากหลายการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและหากบุคคลากรของโรงแรมมีความพร้อมก็จะช่วยบรรเทาความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับฝึกอบรมทักษะการจัดการกรณี Active Shooter ซึ่งเราสามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาหรือการจัด Course Training ร่วมกันได้

#hotelman #hotelmantravel #hotelblogger#hotelstay #hotelroom #hotelbusiness#hoteljob #hotelstaff

ขอแสดงความยินดีกับชาว Kempinski ทุกคนด้วยนะครับ

Kempinski Spa ได้รับรางวัล World Spa Awards 2022



World Spa Awards ได้ประกาศผู้ชนะของโปรแกรม 2022: ผลปรากฎว่ามีโรงแรม Kempinski 9 แห่งจากทั่วทุกมุมโลกโลกได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น "ผู้นำในการให้บริการโดยนักบำบัดชั้นนำพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับไฮเอนด์ซึ่งให้บริการในสปาอันหรูหราของพวกเขา" และนอกจากนี้โรงแรม Kempinski ทั้ง 9 แห่งยังได้รับรางวัลเป็นโรงแรม/รีสอร์ทสปาที่ดีที่สุดในปี 2022 ในแต่ละประเทศที่ตนเองดำเนินธุรกิจอยู่
รางวัล World Spa Awards เปิดตัวในปี 2015 ในฐานะส่วนหนึ่งของงาน "World Travel Awards" โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานด้านสปาและการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ผู้เข้าประกวดที่ได้รับการเสนอชื่อจะได้รับการโหวตจากผู้ที่เป็นมืออาชีพที่ทำงานในอุตสาหกรรมสปา, ผู้บริหารระดับสูง, ผู้ซื้อการเดินทาง, ผู้ประกอบการท่องเที่ยว, ตัวแทน และสื่อ โดยสาธารณะ
สำหรับโรงแรมทั้ง 9 แห่งของ Kempinski ที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย
1. Egypt's Best Hotel Spa 2022: Resense Spa at Royal Maxim Palace Kempinski Cairo
2. Ghana's Best Hotel Spa 2022: Resense Spa at Kempinski Hotel Gold Coast City Accra
3. China's Best Hotel Spa 2022: Kempinski The Spa at Kempinski Hotel Fuzhou
4. Dominica's Best Resort Spa 2022: Kempinski The Spa at Cabrits Resort & Spa Kempinski
5. Bulgaria's Best Hotel Spa 2022: Kempinski The Spa at Kempinski Hotel Grand Arena Bansko
6. Jordan's Best Hotel Spa 2022: The Ishtar Spa by Resense at Kempinski Hotel Ishtar Dead Sea
7. Lebanon's Best Hotel Spa 2022: Resense Spa at Kempinski Summerland Hotel & Resort Beirut
8. Switzerland's Best Resort Spa 2022: The Spa at Kempinski Palace Engelberg
9. Cuba's Best Hotel Spa 2022: Spa Albear by Resense at Gran Hotel Manzana Kempinski La Habana
สำหรับเครือ Kempinski Hotels ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2440 เป็นกลุ่มโรงแรมหรูที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป ปัจจุบัน Kempinski Group มีโรงแรมและ Residence 81 แห่ง ใน 35 ประเทศ และปัจจุบันมีโครงการกว่า 26 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั่วโลก
Source:
Eva-Maria Panzer · Senior Director Corporate Public Relations
Kempinski Hotels · 10, Rue Henriette-et-Jeanne Rath · 1204 Geneva · Switzerland

คุ้ยเขี่ย

เคยมีครั้งหนึ่งที่เฮียได้รับแจ้งจากแขกว่า "ของหายในห้องพัก" พอขึ้นไปสอบถามแขกว่าอะไรหายเพื่อขอรายละเอียดและวางแผนค้นหาให้ แขกอธิบายมาว่า "เป็นกระปุกใส่แคปซูลสมุนไพรที่เขาซื้อมา" วางไว้ข้างถังขยะเขาจะเอาที่เหลือกลับประเทศ หลังรับทราบข้อมูลมาอันดับแรกจากประสบการณ์ที่เคยเจอเฮียบอกกับตัวเองได้เลยว่าข้อสันนิษฐานแรกคือ "โดนทิ้งลงขยะไปเรียบร้อยแล้วแน่ๆ"
จากนั้นก็ทำการติดต่อแม่บ้านจนเจอตัว Maid ที่ทำความสะอาดเฮียก็ลงไปสอบถามน้อง Maid ก็แจ้งมาว่า "ถ้าเป็นถุงนั้นหนูทิ้งไปแล้วเฮียเพราะหนูคิดว่าแขกน่าจะทิ้งแล้ว เห็นมันกองอยู่ข้างถังขยะในห้องข้างโต๊ะทำงานเลยนะเฮียแล้วกระปุกถูกเปิดฝาออกมาแล้ว ในถุงที่ใส่อยู่มีแคปซูลกระจายออกเต็มเลย มันปนอยู่กับเปลือกซองขนมอื่นด้วย ตอนแรกก็กะจะเก็บใส่ถุงแล้ววางไว้บนโต๊ะแต่ก็กลัวแขกจะว่าเอาขยะขึ้นมาทำไมก็เลยทิ้งไปแล้วค่ะ" คือตรงนี้ก็น่าเห็นใจนะแม้เราจะระวังและไม่คิดแทนแขกว่าอันไหนทิ้งอันไหนไม่ทิ้งและระมัดระวังการทิ้งแต่ละครั้งให้ชัวร์ว่ามันเป็นขยะจริงๆ และจะไปยุ่งไปจัดกับของเค้ามากก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวหายมาก็จะมีปัญหาแต่เคราะห์หามยามซวยก็จะเจอเคสแบบนี้กันได้บ้างแล
หลังจากนั้นเฮียกับน้องแม่บ้านต้องมานั่งคำนวณกันโดยลงไปที่ห้องขยะแล้วก็ต้องมาหากันว่า "ถุงไหนทิ้งมาจาก Floor ไหน" เพื่อจำกัดการค้นหาให้แคบลงพอเจอแล้วว่าถุงนี้มาจาก Floor ที่แขกพักก็เริ่มต้นการคุ้ยเขี่ยกันอย่างเมามันเลย จนสุดท้ายก็เจอไอ้ถุงที่ว่า แล้วเฮียก็เอาของออกมาดูสภาพก่อนซึ่งก็เหมือนที่น้องมันอธิบายแหละมีกระปุกยาสมุนไพรแล้วก็แคปซูลอื่นๆ พร้อมเปลือกซองขนมอื่นๆ เฮียก็เลยขึ้นมาแล้วโทรไปแจ้งแขกว่า "ชั้นเจอของที่หายไปแล้วนะแต่มันถูกทิ้งไปแล้วในถังขยะ ยังไงตรงนี้เราจะรับผิดชอบโดยซื้ออันใหม่ให้นะ" โชคดีมากที่แขกแจ้งกลับมาว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเค้าไปซื้อใหม่เองแต่ขอเอาของพวกนั้นขึ้นมาให้หน่อยจะดูเป็นตัวอย่าง" เฮียก็จัดแจงเอาขึ้นไปให้แล้วก็ขอโทษแขกอีกที
ใครเคยเจอประสบการณ์ดีๆ แบบนี่กันมั่งไหม?

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 Hotel Man Travel EP. นี้ เฮียพาเรามาเที่ยวที่เขตชะอำแต่ที่พักชื่อหัวหินกันกับ Avani+ Hua Hin อีกหนึ่ง 5 Star Resort ที่น่าสนใจสำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวแถวๆ นี้นะครับ สำหรับประสบการณ์เข้าพักที่นี่



1. Location: สถานที่ตั้งหาง่ายมากครับเพราะอยู่ติดถนนเพชรเกษมขาเขา อ.หัวหิน ถ้ามาจากกรุงเทพขับตรงมาแล้วโรงแรมอยู่ทางซ้ายมือเห็นป้ายชัดเจนเลยแต่ถ้ามาจากสายใต้ก็อยู่ฝั่งตรงข้าม ในส่วนของคนที่หาที่พักและต้องการสัมผัสทะเลอย่างใกล้ชิดที่นี่เค้ามีทางลงหาดส่วนตัวของโรงแรมด้วยนะครับแต่ส่วนของชายหาดนี่ต้องดูช่วงน้ำขึ้นน้ำลงดีๆ แต่เอาว่าถ้าอยากสัมผัสน้ำทะเลและดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ก็ค่อนข้างตอบโจทย์เลยครับ ตรงนี้ให้ 8/10
2. Staff: พนักงานของที่นี่มี Service Mind ดีครับ ให้บริการเราโดยไม่ได้ร้องขอเลยในบางครั้ง แสดงถึงการ Traninig อย่างดีเป็นไปตามการให้บริการตามมาตรฐาน 5 ดาว Offer Help ดีอยู่ครับ ที่ประทับใจคือเจอ Fanpage Hotel Man ที่นี่ด้วยครับ บรรยากาศการพูดคุยพบปะกันก็เป็นไปอย่างอบอุ่น ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยครับ ในส่วนนี้ให้ 8/10
3. Room: ที่นี่เค้ามีทั้งห้องพักปกติและห้องพักแบบ Villa ซึ่งจะอยู่บริเวณใกล้ชายหาดมากกว่า ห้องพักของเฮียเป็น Room Type : Avani Deluxe ตัวห้องกว้างขางดีครับเหมาะเลยสำหรับการเข้าพักเป็นคู่เพราะมีพื้นที่หลายส่วนที่ในบางครั้งต่างคนต่างต้องการเวลาส่วนตัวก็เลือกนั่งแยกกันได้แต่ก็จะอยู่ไม่ไกลกัน สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักพื้นฐานก็ครบถ้วนดีครับ แต่ส่วนของ Complimentary ชา กาแฟ ที่เก็บไว้ในลิ้นชักส่วนตัวเฮียจะชินกับการ Set Up ไว้ด้านบนมากกว่า พอเอาไว้ในลิ้นชักแล้วแต่ละช่องพื้นที่เหลือกเยอะมันเลยดูหลวมๆ ไปหน่อยครับ ระเบียงอันนี้ชอบมากเพราะกว้างขวางและรอบคอบดีเพราะมีราวตากผ้าไว้ให้ด้วย ตอบโจทย์เวลาเล่นน้ำ เล่นน้ำทะเลมาแล้วไม่มีที่ตากผ้าในห้อง มีเก้าอี้ให้นั่งเล่นด้วย วิวมองออกมาเห็นสระน้ำสบายตาดีครับ ในส่วนนี้ให้ 7.5 / 10
4. Food & Beverage: ใช้บริการอย่างเดียวคืออาหารเช้า ตัวเลือกก็ค่อนข้างหลากหลายเลยตามมาตรฐาน 5 ดาว เมนูก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นอร่อยดีครับ ชอบมาก ส่วนอาหารอื่นๆ ก็ตามมาตรฐานทั่วไปมีให้เลือกรับประทานเยอะอยู่ รสชาติก็ปกติครับ 7.5 / 10
5. Hotel Facilities: Fitness ปิดเฮียไม่ได้ใช้งาน ส่วนสระว่ายน้ำนี่มีแบบสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้เลือกเล่นได้เลยครับ 2 สระส่วนของห้องพักทั่วไปและอีกหนึ่งสระอยู่ในส่วนของ คนชอบเล่นน้ำนี่เต็มที่กับชีวิตได้เลยครับ จุดขายอีกอย่างคือเตียงอาบแดดที่มีให้เลือกใช้งานได้หลายพื้นที่และมีจำนวนเยอะมากเลย หน้าชายหาดมีลานกิจกรรมและพื้นที่ลงทะเลด้วย แต่ถ้าจะไปช่วงสายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ อาจจะสุกได้แบบ Well Done กันไปเลยเพราะแดดโหดมาก หน้าหาดมีตัวของ Avani Club ที่เฮียถาม AFOM เค้าแล้วเค้าแจ้งมาว่า “ปกติเอาไว้เป็น Club Benefit ให้แขก แต่ช่วงนี้ก็ปิดไปตามสถาานการณ์” SPA อันนี้เฮียไม่ได้ใช้งานนะครับเลย No Comment ส่วนนี้ให้ 7.5 / 10
6. ใครที่อยากจัดประชุมสัมมนาเค้าก็มีห้องประชุมสัมมนาด้วยนะครับ รองรับได้น่าจะหลักหลายร้อยเลย ในคลิปพอดีเค้าจะมีงานแล้วจัดห้องประชุมเสร็จพอดีเฮียเลยแวะไปถ่ายมาให้ดูกันด้วย
โดยสรุปคนที่หาที่พักริมทะเลแถวชะอำ หัวหิน ที่นี่ก็น่าสนใจครับโดยเฉพาะการมีพื้นที่โรงแรมที่เยอะมาก จอดรถสะดวก มีห้องพักหลายแบบเหมาะกับทุกกลุ่ม จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นครอบครัวก็ได้หมดตอบทุกโจทย์ครับ เดินทางสะดวกหาง่ายและที่สำคัญคือ “ใครที่ชอบนั่งเล่นริมทะเล (ตอนไม่ร้อนนะ) ดูพระอาทิตย์ตกดิน” อันนี้น่าสนใจมากครับ
Room Type : AVANI DEXLUXE
Room Rate : 6,711.72 THB Nett. RB. / 2 Nights
Hotel Man Rating Score: 7 / 10
ฝากติดตามช่อง YouTube เป็นกำลังใจให้เฮียด้วยนะครับ : https://www.youtube.com/c/Hotelmanstravel

 ตอน เจ็บใจ คนรักโดนรังแก


มีอยู่ครั้งหนึ่ง (จริงๆ ก็หลายครั้งแหละ) เฮียเจอเคสเสี่ยงบาทา เป็นเรื่องของ “ความรักเป็นเหตุสังเกตุได้” 

โดยเรื่องมันเริ่มต้นขึ้น ณ ช่วงดึกวันหนึ่งที่เฮียเข้างานรอบดึก มีชายจากดินแดนตะวันออกกลางคนหนึ่งเดินหน้ามุ่ยเข้ามาที่ Lobby พร้อมน้องนางหนึ่งคน เฮียที่กำลังยืนตรวจ Room Rate อยู่เลยรีบเข้าไปหาแขกแล้วกล่าวทักทาย “สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยเหลือครับ?” แขกคนนั้ที่ดูหงอยเหงา ในมือของเขามีทินเนอร์ เอ้ย!!! ไม่ใช่ๆ แขกก็สาดอารมณ์ใส่มาเต็มๆ เลยบ่งบอกได้ว่า “โมโหมาก” คือตอนนั้นเฮียก็ งงๆ นะ เพราะเขาไม่ได้ลงมาจากห้องพักแต่เดินเข้ามาจากด้านหน้าโรงแรมบ่งบอกว่าน่าจะออกไปทำธุระแล้วกลับเข้ามา การโมโห นี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับโรงแรม แต่ก็ด้วยความที่ยังไม่รู้นี่แหละเลยคาดการณ์อะไรมากไม่ได้ ทำได้แค่ตั้งรับไว้ก่อน

แขกบอกเฮียมาด้วยอารมณ์โมโหว่า “ทำไม รปภ. ต้องขอดูบัตรประชาชนของผู้หญิงคนนี้เค้ามากับชั้น?” โอเค จบประโยคนี้เราอนุมานได้ว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้อง Join แต่น่าจะไม่ใช่ปัญหาที่ตกลงกับน้องเค้าไม่ได้เหมือนในหลายๆ เคส น่าจะเป็นปัญหาอื่น ว่าแล้วเฮียก็ขอทราบหมายเลขห้องแขกก่อนเพื่อเช็คว่าเป็นใครมาจากไหน แขกก็บอกห้องมา เฮียก็เอาไปเช็คใน PMS เจอตัวตนแขกเรียบร้อยซึ่งในการเข้าพักนั้นแขกลงทะเบียนไว้คนเดียวไม่มีใครอื่น อธิบายก่อนว่าในรอบกลางคืนนั้นจะมี รปภ. หรือ Bell Boy คอยตรวจเช็คน้อง Join ที่มาเข้าพักกับแขกเพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นแขกที่เข้าพัก ซึ่งก็เป็นไปตาม Process ปกติ ที่ต้องมีการขอดูบัตรประชาชนและเก็บบัตรประชาชนไว้เพื่อความปลอดภัยของแขกและก็ของตัวน้อง Join ด้วยนี่แหละเผื่อเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้น” แต่ก็อย่างที่รู้ว่ามันจะมีหลายครั้งที่แขกจะ “แสดงอภินิหารต่อหน้าน้องนางด้วยการปฏิเสธที่จะไม่ให้น้อง Join ให้บัตรประชาชนกับทางโรงแรม” ซึ่งก็ต้องหาเหตุผลมาอธิบายกันไป

เฮียก็เลยแจ้งแขกไปว่า “ยูต้องการจะให้เขา (น้อง Join) ลงทะเบียนเข้าพักไว้กับยูด้วยเลยไหม? เพราะห้องพักยูพักได้สองคนอยู่แล้วไม่ใช่ Single Occupancy เราจะได้ไม่ต้องขอตรวจสอบบัตรประชาชนเขาในครั้งต่อไป” แขกก็โมโหต่อว่าเฮียว่า “ไม่...เค้าแค่มาหาชั้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น” ทีนี้ก็ต้องอธิบายกันอีกว่าทำไมถึงต้องมีการขอบัตรประชาชนน้อง Join เพราะยังไงพี่แกก็ไม่ยอมเข้าใจซะทีแม้จะให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยของตัวแกเองนี่แหละว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ติดตามน้อง Join ได้เพราะในสังคมมันก็มีทั้งคนดีคนไม่ดีปะปนกันไป เราไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นใคร แต่แขกก็ไม่เข้าใจ

น้อง Join ที่เห็นแขกโมโหก็รีบเข้ามาหาเฮียแล้วยื่นบัตรประชาชนให้ก่อนหันไปบอกแขกว่า “OK” เหมือนพยายามจะอธิบายว่า “เข้าใจ Process โรงแรมและ OK กับการให้บัตรไม่มีปัญหา” แต่แขกก็ยังไม่จบยังหันมาบอกกับน้องเค้าว่า “แต่ชั้นไม่ OK” แล้วก็หันมาโชว์รวยใส่เฮียอีกว่า “ชั้นต้องจ่ายเท่าไหร่?” ป๊าดดด รวยแท้หนอ เฮียก็เลยตอบไปว่า “ ผมไม่ง่ายนะครับ เอ้ย!! ไม่ใช่ๆ ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย แค่ยูแจ้งมาว่าจะให้เขาลงทะเบียนเข้าพักด้วยไหม หรือจะให้เขาฝากบัตรไว้ แค่นั้นเอง” แต่ในชีวิตการทำงานรอบดึกของคุณน้อยครั้งนักที่คุณเจอเคสแบบนี้แล้วมันจะจบลงด้วยดี แขกก็จะไม่ยอมท่าเดียวและจะพาน้องขึ้นห้องให้ได้โดยที่ไม่ยอมให้บัตร เฮียก็ยืนยันคำเดิมว่า “ถ้าไม่ฝากบัตรไว้ก็ไม่ให้ขึ้น” สักพักแขกถามหา “ผู้จัดการ” คราวนี้เฮียก็เลยแสดงตัวไปว่า “ฉันเป็นผู้จัดการรอบดึกวันนี้และมีหน้าที่ในการดูแลแขกทุกคนรวมทั้งยูด้วย” แขกก็ไม่ยอมและยกสถานะขึ้นไปอีกว่า “ชั้นต้องการคนที่ใหญ่กว่ายู” จังหวะที่เฮียกำลังอ้าปากจะอธิบาย ทันใดนั้นน้อง Join เหมือนจะอยากไปให้พ้นจากคนแถวนี้ คือพยายามที่เอาบัตรมาให้เฮียแต่แขกก็ยังห้ามไว้ตลอด

เฮียเลยหันไปมองน้อง Bell Boy ส่งสัญญาณลับข้ามเวลาที่รอบดึกซึ่งอยู่คู่กันมาจะรู้กัน ก่อนเฮียใช้วิธีการ “เล่าเรื่อง” เพราะถ้าใช้การอธิบายยังไงแขกก็ไม่น่าจะฟังเฮียเลยลองเปลี่ยนวิธีซึ่งตอนนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ผลไหม 555 เพื่อให้แขกสงบสติอารมณ์โดยค่อยๆ ดึงความสนใจแขกมาทีละนิดด้วยประโยคคำถาม “ยูรู้ไหมว่าทำไมเราต้องเก็บบัตรประชาชนเขา?” แขกเริ่ม งง ว่ามันจะมาไม้ไหนวะเมื่อกี้ยังยืนมึนๆ อยู่เลย แขกก็ตอบกลับมาแบบมีอารมณ์แต่เหมือนเบาลงเพราะเริ่มจะ งง กับท่าทีของเฮีย 555 “ชั้นไม่รู้หรอก นั่นไม่ใช่ธุระของชั้น” เฮียก็เลยบอกแกไปว่า “ยูโชคดีนะน้องคนนี้เค้าเป็นคนดีและยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงแรมไม่เหมือนกับเคสเมื่อเดือนก่อนนี้เลย” คราวนี้แขกเริ่ม งง อีกรอบและถามกลับมา “เคสอะไร?” เฮียก็เล่าให้แขกฟัง “มีแขกคนนึงแอบพาบุคคลภายนอกขึ้นไปโดยไม่ยอมบอกเราและไม่ยอมให้บุคคลภายนอกนั้นให้บัตรประชาชนซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการอ้างอิงตัวตนของบุคคลภายนอกไว้กับเรา....แล้วยูรู้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับเขา?” แขกเริ่ม งง แต่ยังมีท่าทีหงุดหงิดอยู่ “อะไร?” เฮียก็เลยเฉลยไปว่า “แขกคนนั้นโดนรูดทรัพย์หมดตัวเลย จนต้องไปติดต่อสถานฑูต โรงแรมก็ติดตามอะไรคนร้ายไม่ได้เลยเพราะไม่มีเอกสารอะไรให้ติดตาม

จังหวะที่กำลังดึงความสนใจแขกมาตอนแรกนั้นเฮียหันไปบอกน้อง Bell Boy รอบดึก ซึ่งเป็นภาษากายที่เรารู้กันว่า “ถ้าเกิดกรณีนี้ให้เข้าไปทางน้อง Join และรับบัตรมาเลยโดยไม่ให้แขกรู้” เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่น้องแต่อยู่ที่แขก ถ้าเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยตามกระบวนการก็จบ

แขกฟังเฮียจนจบทีนี้ก็หันไปมองผู้หญิงแล้วก็หันกลับมาหาเฮียก่อนพูดด้วยเสียงที่ยังหงุดหงิดอยู่แต่น้อยลงว่า “ไม่เป็นไรชั้นดูแลตัวเองได้” เฮียก็เลยแจ้งแขกไปว่า “เชิญขึ้นห้องได้เลยนะ ตอนนี้แขกของยูให้บัตรเราเรียบร้อยแล้ว” แขกก็เหมือนจะตกใจนิดๆ ว่ามันไปให้กันตอนไหนวะ และยังไม่ทันจะอ้าปากน้อง Join ก็คว้าแขนแล้วรีบเดินขึ้นห้องเลย แขกก็โดนลากไปแบบ งงๆ หันหลังกลับมาจะด่าต่อแต่ก็ไม่ทันเพราะน้อง Join พาเข้าลิฟท์เรียบร้อยแล้ว เอวัง ด้วยประการละฉะนี้แล 

#hotelman #hotelmantravel #hotelblogger#hoteljob #hotelstaff




วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อุตสาหกรรมโรงแรมกับยุคของ Metaverse

อุตสาหกรรมโรงแรมกับยุคของ Metaverse

ทันทีที่ Facebook ประกาศ Rebrand ตัวเองเป็น “META” และนำตัวเองเข้าสู่ยุคของ METAVERSE หรือ “จักรวาลนฤมิตร” ใน Version ภาษาไทยอย่างเต็มตัว หลายๆ ภาคธุรกิจมีการตื่นตัวกันอย่างแพร่หลายและพยายามวางแผนปรับองค์กรเข้าสู่ยุคของ Metaverse กันอย่างคึกคัก มีทั้งการปรับองค์กรด้วยตนเองหรือแม้แต่การไปเป็นพันธมิตรทางการค้ากับบริษัทที่มี Know How ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Metaverse เพื่อปรับภาพลักษณ์องค์กรของตนเองให้ดูทันสมัยและมี Movement อยู่ตลอดเวลา ส่วนในความเป็นจริงๆ แล้วการปรับตัวเหล่านั้นจะไปได้ไกลแค่ไหนคำตอบคงมีให้เห็นในไม่ช้า



มาถึงอุตสาหกรรมการโรงแรมซึ่งก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่หนีไม่พ้นในการต้องเริ่มหาทางปรับตัวรับ Trend ของ Metaversee นี้ เพราะแม้เราจะเข้าใจกันดีว่าอุตสาหกรรมโรงแรมนั้นเป็นธุรกิจที่ “สร้างความสุขกับการพักผ่อน” ของแขกผู้เข้าพัก การได้มาพักในโรงแรมที่มีทัศนียภาพสวยๆ มีบริการที่ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วนถือเป็นจุดแข็งและเอกลักษ์ที่โลกเสมือนจริงไม่สามารถมอบประสบการณ์เหล่านี้ให้กับแขกผู้เข้าพักได้ดีเท่ากับการที่แขกได้เดินทางมาใช้บริการด้วยตนเอง
แต่ถึงยุคหนึ่งที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปและกระแสการไหลบ่าเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆ มากมายทำให้ในหลายๆ ครั้งโรงแรมเองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวไปตามกระแสเหล่านั้นแม้จะยังคงมีจุดแข็งด้านการมอบ Customer Experience ในโลกแห่งการพักผ่อนที่สัมผัสได้ให้กับแขกผู้เข้าพักแต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้ในบางครั้ง “แขกผู้เข้าพักก็อยากลองประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ที่ล้อไปตามกระแสเทคโนโลยีดูบ้าง” แม้จะไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจโรงแรมไปอย่างเต็มตัวแต่ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายบริการที่ต้องปรับไปตามกระแสเทคโนโลยีตั้งแต่ การใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในโรงแรม การพัฒนาระบบการชำระเงินและการ Check In ให้เป็นแบบ Touchless บ้าง ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงต้องมีการพัฒนากันไปอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีการนำเทคโนโลยี VR/AR ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีเสมือนที่มีความใกล้เคียงกับความเป็น Metaverse เข้ามาใช้งานในบางโรงแรมแต่ก็ยังไม่นับว่านี่เป็นการเข้าสู่ Metaverse ของอุตสาหกรรมโรงแรมเพราะ VR/AR เป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลกเสมือนที่สร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าได้เฉพาะส่วนที่ได้มีการกำหนดไว้แล้วเท่านั้น เช่น การสำรวจห้องพักและโรงแรมผ่านเทคโนโลยี VR/AR เป็นต้น
ในส่วนของ Metaverse ถ้าจะมองกันตามความเป็นจริงๆ แล้วเชื่อว่าน่าจะเข้ามาส่งผลกระทบเป็นส่วนน้อยกับอุตสาหกรรมโรงแรมเพราะถ้าเรามองดูธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับกระแส Metaverse และทำให้จักรวาลนฤมิตรนี้ได้รับความนิยมจนมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมาเป็นอีกโลกคู่ขนาดหนึ่งของเราอย่างอุตสาหกรรมเกมส์เราจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมโรงแรมถ้าจะเติบโตในโลก Metaverse ได้เท่ากับอุตสาหกรรมเกมส์นั้นเป็นไปได้ยากมากเพราะ Ecosystem ที่อาจจะไม่เอื้ออำนวยทั้งในมุมของนักพัฒนาและผู้ใช้งานแล้วยังมีเรื่องของ “เศรษฐกิจหมุนเวียนที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโรงแรมโลก Metaverse” ที่ยังคงไม่มีมูลค่ามหาศาลจนดึงดูนักลงทุนและผู้ใช้งานได้มากเท่ากับอุตสาหกรรมเกมส์ที่มีพร้อมทั้งนักพัฒนา ผู้เล่น ผู้ใช้งาน และเศรษฐกิจหมุนเวียนต่างๆ เช่น การซื้อขายที่ดินและตัวละครในเกมส์ ยังไม่นับรวมกระแส “Play to Earn” ที่เล่นเกมส์แล้วสร้างรายได้ให้กับผู้เล่นได้อีก
แต่หากจะมองกันว่าจะมีส่วนไหนของ “Metaverse” ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงแรมได้บ้างและน่าจะทำให้ Metaverse ของอุตสาหกรรมโรงแรมเกิดขึ้นได้จริง อาจจะเป็นเรื่องของสิ่งที่จะเกิดขึ้นดังนี้
1. การร่วมมือกันของ Supply Chain ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการสร้าง Metaverse ร่วมกัน เพราะหากจะสร้าง Metaverse ของอุตสาหกรรมโรงแรมเพียงอย่างเดียว คนเดียว อาจจะดึงดูผู้ใช้งานได้น้อยมากแต่หากเป็นการรวมกลุ่มกัน ตัวอย่างเช่น การซื้อที่ดินใน Metaverse แล้วสร้างเป็น Communities ด้านการท่องเที่ยวขึ้นมา มีโรงแรม มีร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว มีกิจกรรม ให้ผู้เข้าใช้งานได้มีส่วนร่วม เป็นโลกเสมือนอีกโลกหนึ่งที่ให้ผู้ใช้งานมาใช้เวลาในการท่องเที่ยวได้เหมือนการมาเที่ยวด้วยตนเองจริงๆ โดยอาจจะต้องมี Challenge การให้รางวัลหรือการสร้างรายได้เข้ามาจูงใจ หากเป็นลักษณะนี้อาจจะมีความเป็นไปได้ในการเข้าสู่โลก Metaaverse ของอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยว
2. ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนใน Metaverse จุดอ่อนอีกอย่างหนึ่งหากอุตสาหกรรมโรงแรมจะเข้าสู่ Metaverse เพราะด้วยข้อจำกัดด้านความนิยม แรงดึงดูให้ผู้คนเข้าไปใช้งาน หาก Metaverse ที่อุตสาหกรรมโรงแรมจะสร้างขึ้นไม่มีขนาดของเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ที่ใหญ่พอจะดึงดูให้คนเข้าไปใช้งานได้ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนใน Metaverse ของอุตสาหกรรมเกมส์ที่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างมหาศาลในปัจจุบัน
3. Ecosystem สภาพแวดล้อมภายใน Metaverse ทั้งในส่วนของนักพัฒนา นักลงทุน ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน และผู้ใช้งาน ที่จำเป็นต้องใช้เวลาและสิ่งดึงดูดให้องค์ประกอบเหล่านี้เกิดขึ้น
คงจะเร็วไปที่จะสรุปว่า Metaverse ไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมการโรงแรมและผู้ประกอบการรวมทั้งบุคคลากรในอุตสาหกรรมไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลกับกระแสของ Metaverse มากไปเพราะด้วยข้อมูลและภาพของอุตสาหกรรมโรงแรมที่จะโลดแล่นอยู่ในโลกของ Metaverse นั้นยังคงไม่ชัดเจนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเราจะไม่มีโอกาสเห็นอุตสาหกรรมโรงแรมบนโลก Metaverse เกิดขึ้นจริง จนกว่าจะถึงเวลานั้นคงต้องรอให้กระแสของ Metaverse มีความชัดเจนและเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ก่อนจึงจะตอบได้ว่าอุตสาหกรรมโรงแรมและยุค Metaverse ที่จะมาถึงนี้สามารถเดินทางควบคู่กันไปได้หรือไม่? และถ้าไปได้ จะไปในทิศทางใดเราคงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ
N. Kamolpollapat - Hotel Man
5 December 2021

Movenpick

Hotel Man Travel EP ก่อนอื่นต้องขอบคุณ "น้องต่อ" Marcom. Manager ก่อนนะครับที่เชิญเฮียไปพักและให้การดูแลต้อนรับเป็นอย่างดีสำหรับ Mövenpick Siam Hotel Na Jomtien Pattaya อีกหนึ่ง Family Hotel ที่น่าสนใจมากครับ ด้วยตัวทำเลที่ตั้งที่อยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนัก ตัวโรงแรมมีความเป็นส่วนตัวสูงหาดโรงแรมมีลักษณะเป็นเหมือนหาดส่วนตัว สำหรับประสบการณ์การเข้าพักของเฮียกับที่นี่นะครับ


1. ห้องพักของเฮียเป็นแบบ Junior Suite Room - Seaview ตัวห้องค่อนข้างกว้างขวางและดูโปร่งโล่งดีครับ ไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอะไรมาก *ที่ให้เต็มสิบเลยคือที่นอนและหมอนครับเพราะนอนหลับสบายมากแบบเวลาที่เอนหลังลงไปหัวถึงหมอนแล้วมันรองรับสรีระเราพอดีช่วยให้หลับสบายหลับสนิทขึ้นครับ ส่วนห้องน้ำก็มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่คนที่มี Honeymoon หรือ Wedding Aniversary น่าจะชอบ ระเบียงห้องเฮียมองออกไปเห็นวิวทะเลแบบเต็มลูกหูลูกตาเลยแต่จะมีบางครั้งด้วยความที่มันตั้งอยู่กับ Project Residence ของโครงกรร White Sand Beach เลยอาจจะมีกลิ่นบุหรี่ลอยมานิดๆ
2. F&B Outlet ค่อนข้างเยอะเลยครับเลือกได้ตามใจชอบเลยมีครบทุกความต้องการตั้งแต่ คนรักเนื้อและสเต๊กกับเนื้อวัวนำเข้าระดับ Premium ที่ห้องอาหาร T55 New York Grill Room คนรักของหวานที่ Red Coral Lounge คนรักอาหารไทยที่ Twist และ La Costa สำหรับอาหารเช้าของเฮียไปทานในส่วนของ Panorama Club Lounge ชั้น 3 อาหารค่อนข้าง Premium ดีครับในส่วนของเนื้อสัตว์ แฮม ต่างๆ แต่สำหรับอาหารเช้าที่ Twist ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากครับมีความหลากหลายและคุณภาพดีเหมือนกัน เข้าพักที่นี่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเลยครับถ้าไม่มี Program ต้องออกไปกินร้านข้างนอกโรงแรมอยู่ในโรงแรมก็หาทานได้สะดวก รสชาติดีครับ
3. ตัวสระว่ายน้ำแบ่งโซนระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ค่อนข้างเป็นสัดส่วนและยังมี Lifeguard คอยดูแลตลอด มีห้องอาหาร "La Costa" เผื่อเวลาหิวด้วย หน้าหาดมี Sunbed ให้บริการค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ บวกกับกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายเรือคายัค ที่พายได้ฟรี (ถ้าไม่กลัวร้อนนะ 55)
4. สำหรับเด็กๆ ที่นี่จะมีส่วนของสนามเด็กเล่นและห้อง Kids Club ไว้ให้บริการด้วยนะครับ เท่าที่เฮียเห็นนี่น้องๆ ดู Enjoy กันมากเลย ที่สำคัญเค้ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสุขอนามัยโดยจะมีการทำความสะอาดเครื่องเล่นเป็นรอบๆ ด้วยนะครับ
5. ลานจอดรถถือว่าเยอะอยู่แต่ถ้าจะจอดในร่มอาจจะต้องรอจังหวะดีๆ นิดนึงเพราะมีจำนวนจำกัดส่วนใหญ่จะได้จอดที่ลานกลางแจ้งกันเพราะมีขนาดใหญ่และจุได้เยอะกว่า แม้จะไกลจากตัว รร แต่เค้าก็มีรอรับ-ส่ง อยู่ครับ
โดยรวมก็แนะนำสำหรับคนที่กำลังหาที่พักแนวครอบครัวที่มีกิจกรรมเยอะ อยากใช้เวลาในโรงแรมมากกว่าการใช้เวลาข้างนอกเพราะที่นี่ถ้ามาแล้วอยู่ในโรงแรมได้ทั้งวันเลยครับ
Room Type : Junior Suite Room - Sea View
Room Rate : Full Complimentary
Hotel Man Rating Score : 8/10
สำหรับคนที่สนใจโรงแรมนี้นะครับ ติดต่อได้ที่
ช่องทางการจอง https://bit.ly/3BAIQyK
โทรศัพท์ 033-078-888
อีเมล์ HB4J6-RE1@accor.com
ข่าวสารและ Promotion โรงแรม: facebook.com/movenpickpattaya
LINE: https://in.ee/TEsZJPA
หรือ @movenpickpattaya.

บทความแนะนำ