วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

ตอน อยากอยู่ฟรีก็ไม่บอก



ช่วงเรื่องเล่าจากทางบ้าน...รายการใหม่ "Club Stupid Guest" กับเฮีย
วันนี้น้องเค้ามีปัญหาคือมีแขกตอนแรกมาพักยังไม่มีปัญหาอะไรเลยทุกอย่างโอเคหมด แต่พอถึงเวลาเช็คเอาท์เงินที่จ่ายเสือกไม่พอ ทีนี้ล่ะมาเลย ปัญหาสารพัดร้อยแปด น้ำไม่ไหล ไฟดับ กระสับกระส่าย ควายจะออกลูก จมูกดั้งไม่โด่ง เพื่อที่ต้องการคำว่า "ไม่เป็นไรค่ะให้พักฟรีก็ได้" เพราะไม่มีตังค์จ่ายเลยหาไม้ตายให้ตัวเอง (แต่ถ้าทำอย่างงี้ที่อื่นอาจไม่ใช้ไม้ก็ได้นะที่ตาย) แถมสรรคุณตัวเองที่อ้างว่าหน้าที่การงานใหญ่โตเนี่ยเทียบกับกิริยามารยาทแล้วไม่น่าไปกันได้เลย จากที่เคยเจอคนดี ๆ ใหญ่ ๆ มีหน้ามีตาจริง ๆ เค้าก็พักกันปกติมีปัญหาบ้างก็แก้ไขขออภัยกันไปไม่ถึงขนาดอยากได้ฟรีขนาดนั้น
ใครเจอแบบนี้เฮียแนะนำนะครับ กรณีที่แขก complain น้ำไม่ไหล ไฟดับ ต้องมีการลง Record ไว้ ทำเป็น Report Log Book วันต่อวันเลยยิ่งดีเพื่อเวลามีปัญหาแบบนี้ (ซึ่งจริงๆ แขกดี ๆ เค้าไม่ทำกัน) จะได้เอาสมุดมายันเลยว่ามีปัญหาแล้วไม่แจ้งกูจะไปตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ได้ยังไงวะ เพราะทุกห้องเค้าต้องเช็คสภาพก่อนแขกเข้าอยู่แล้วว่าดีมั้ยโอเคมั้ย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ถ้าห้องไม่ดีแล้วจะทนอยู่จนเช็คเอาท์ ปกติเค้าจะรีบแจ้งมีปัญหาก็จะได้ย้ายห้องอัพเกรดให้อะไรก็ว่ากันไป แต่ที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือก่อนพักเก็บไปเลย Deposit น่ะเอาให้ Cover ปกติตอนเฮียทำอยู่ที่ Luxury Resort แขกจ่าย Deposit ค่าห้องพร้อม Extra Charge Deposit คืนละพันนะ แต่ก็ต้องยึดคำว่า Flexible ด้วยเพราะบางทีแขกอยู่เดือนนึงจะไป Extra เค้าวันละพันเดือนนึง 3 หมื่นอันนี้ก็เกินไป ก็ฝากน้อง ๆ หนูๆ ไว้นะเป็นวิทยาทานเตรียมตัวกันไปนะ...น้องนี่ยังใจดีนะจะ Host Launch
----------------------------------------------------------------------------------
เนื้อหา
ฮือออพี่ขามีเรื่องโหดร้ายวันสงกรานต์มาเล่าให้ฟัง จะไปปรึกษาพี่อ้อยพี่ฉอดแกก็คงไม่เข้าใจ คือลูกค้ามาพักแล้วไม่ได้จ่ายเงินตอนเช็คอินค่ะ เนื่องจากลูกค้าขอไปกดก่อนแล้วก็หายเงียบไปจนวันเช็คเอาท์ สาระพัดสิ่งจะคอมเพรนเลยค่ะต่างๆนา บอกว่าห้องไม่สะอาด ส้วมไม่ได้กด แม่ยายไม่ได้ร้องคาราโอเกะเพราะร้านอาหารปิดเร็ว อุณภูมิในห้องไม่สม่ำเสมอลูกพี่ท่านจะไม่สบาย ปิดท้ายด้วย"ผมอยากรู้ว่าโรงแรมจะรับผิดชอบยังไง".....หนูก็เสนอไปขอรับรองอาหารกลางวัน ก็ไม่เอา ให้ว๊อยเชอ ก็ไม่เอา ลดราคาก็ไม่พอใจ อยากจ่ายแค่นี้ นั่งด่านั่งบ่นอยู่ชัวโมงกว่าไม่จบไม่สิ้น เค้าบอกเค้าเป็นด๊อกเตอร์ เป็นหมอฟัน เป็นอาจารย์มหาลัย พ่อตาแม่ยายเค้าเจ้ายศเจ้าอย่างต่างๆนาๆ ไม่จบซักทีพี่แกพูดอยู่ฝ่ายเดียว หนูอยากรู้ว่าเวลาเจอสถานะการแบบนี้ควรทำยังไงดีคะ คือมันยืดเยื้อไม่จบสิ้นเงินก็ไม่ยอมจ่ายซักที จากหนูน้อบน้อมกับเค้าทีแรกจนหนูต้องพูดตรงๆว่าหนูไม่อยากมานั่งเถียงกับคุณแล้ว ก็มาเรียกจิกหนูว่า"อีนี่ไม่ต้องพูดเลย"T^T สุดท้ายหนูจบเรื่องด้วยการเรียกตำรวจค่ะ ไม่เคยทำขนาดนี้กับลูกค้ามาก่อนแต่จุดนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยังไงชื่อเสียงก็เสียอยู่แล้วละลูกค้ามาเลเวลนี้ ของก็เสียไปแล้วกินเต็มที่ขี้เต็มส้วมไปแล้ว โดนด่าก็โดนซะไม่เหลืออะไรละ สุดท้ายยังไงก็ต้องได้เงินแหระวะ!! พี่มีวิธีอื่นแนะนำด้วยน๊ะคะ;) ขอบคุณที่สละเวลาอ่านค่ะ
ปล,น้องเค้าอยากได้ไอเดียจากพวกเราด้วยนะว่าจะทำยังไง เอ้า !!!! ช่วยกัน Brain Storm กันหน่อยครับช่วยเหลือเพื่อนๆ อุตสาหกรรมเดียวกัน ช่วย ๆ กันไปนะทุกคน คนที่ไม่เจอก็เก็บไว้เป็น Case Study นะแจ๊ะ

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่งงงงงงง



เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ได้รับ Request จากน้องรักท่านนึงที่ตอนนี้ได้ดิบได้ดีไปสิงอยู่ที่โรงแรมระดับ Luxury และก็ดีใจกะมันด้วย อยู่ดี ๆ ก็ไลน์มาบอก "เฮียมีคน Request เรื่องผีอ่ะ เฮียเล่าให้ฟังบ้างดิ" อ่ะเมื่อน้องขอมาเฮียจัดให้
ก่อนที่จะฟังเรื่องนี้เนี่ยทั้งแขกงี่เง่าที่ชมเพจนี้อยู่และพนักงานโรงแรมทุกชั้น วรรณะเพื่อเพิ่มบรรยากาศกรุณาปิดไฟทั้งบ้านเลยนะ แล้วเปิดเพลงแนวอึม ๆ ทึม ๆ เย็นยะเยือกขับกล่อมไปด้วยก็ดีนะเพื่อสร้างบรรยากาศ ส่วนถ้าแม่มาเจอแล้วถามว่า "มึงเป็นห่าอะไรปิดไฟทั้งบ้านเนี่ยก็บอกแม่ไปว่า ผมมันอินดี้แม่ไม่เข้าใจหรอก" หลังจากนั้นถ้ามีอะไรมากระทบหัวก็ตัวใครตัวมันนะถือว่าแม่ให้พร
เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่มตอนนั้นเฮียกินตำแหน่ง Night Manager อยู่เข้างานรอบดึกก็กำลังเข้ามาต่อรอบพอดี เฮียรับเช็คอินท์แขกคนหนึ่งที่มาเช็คอินท์ด้วยท่าทางอิดโรยเพื่อไฟลท์ดีเลยมา แม่งดีเลย์เป็นชั่วโมงแถมยังต้องนั่งรถจากสุวรรณภูมิมาพัทยาอีกสงส๊าน สงสารแกมาก มาถึงเฮียก็รีบทำทุกอย่างๆ เร็วที่สุดแล้วทีนี้ด้วยครั้งแรกเนี่ยตอนก่อนที่แขกจะมาเนี่ยเฮียเห็น booking ในระบบ Epi มันเหลือ Expect Arrival อยู่ 1 ห้องก็เลยขึ้นไปตรวจห้องก่อนที่แขกจะมาเช็คอินท์ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของรอบดึกที่ต้องคอยสังเกตุพวกนี้ พอทำคีย์การ์ดขึ้นไปเสร็จพลันที่ลิฟท์เปิดประตูออกเนี่ยต้องบอกก่อนเลยว่าโรงแรมที่ทำงานอยู่นั้นเขาจะเข้าโหมด Energy Savine หลัง 3 ทุ่มเนี่ยเค้าจะหรี่ไฟเพื่อประหยัดพลักงานและปิดเพลงที่เปิดบนฟลอร์ เฮียเดินออกมาจากลิฟท์บรรยากาศเนี่ยรู้สึกว่ามันเงียบๆ มีแสงสลัว ๆ ออกแนวถ่ายหนังเรื่องพี่มาร์คพระประแดงได้เลย ก้าวย่างที่ค่อย ๆ เดินไปถึงห้องเนี่ยนึกสภาพว่าด้วยความที่มันเงียบแสงไฟริบหรี่สลัวๆ ไม่มีแม้แต่เสียงแขกที่คุยกันในห้องเล็ดลอดออกมาเหมือนช่วงวันหยุด Long weekend ที่แขกเยอะ ความรู้สึกมันเหมือนเฮียเดินอยู่ในโรงแรมคนเดียวแต่เหมือนมีคนมองอยู่จากด้านหลังจริงๆ นะ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าห้องก็เอาคีย์การ์เปิดเข้าไป พอเปิดห้องไปปุ๊บซีนแรกเจอเลยครับประตูระเบียงมันเปิดค้างอยู่แถมมีลมทะเลพัดเข้ามาเอื่อย ๆ กระทบผิวจนเย็นยะเยือกแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ใจก็ยังแอบโมโหแม่บ้านนิดนึงว่าทำไมทำห้องแล้วไม่ปิดประตู แล้วก็โทรศัพท์ลงไปที่ห้องแม่บ้าน "น้อง ทำห้องเตรียมอินท์ลืมปิดประตูระเบียบหรือเปล่าเนี่ยเฮียขึ้นมา Inspection ประตูยังเปิดอยู่เลย" ปลายสายมันตอบมาว่าไงรู้มั้ยครับ "เฮีย ผมปิดเรียบร้อยแล้วนะครับหมดทุกอันเลยผมเนี่ยแหละปิดกับมือเลยเฮีย แล้วมันจะเปิดได้ไงเฮีย ช่างเค้าเข้าไปซ่อมอะไรหรือเปล่าเฮียลองถามเค้าก่อนมั้ย แต่ Record ขึ้นไปซ่อมห้องของผมไม่มีนะเฮีย" จริง ๆ ตอนนั้นก็ยังเออ ออ กับมันนะว่าช่างอาจเข้ามาซ่อมอะไรวะเพราะห้องมันก็ไม่ได้มีแจ้งเสียอะไรถ้าเสียเค้าก็คง Assign ห้องอื่นตั้งแต่แรกแล้วเพื่อความแน่ใจก็เช็คไปที่ ช่าง ว่ามี Daily Log แจ้งซ่อมอะไรห้องนี้มั้ยเพราะปกติถ้าช่างจะซ่อมต้องแจ้งเอากุญแจที่ Front อยู่แล้วถ้าไม่ไปพร้อมแม่บ้าน พอเช็คไปก็ได้คำตอบเหมือนแม่บ้าน "ไม่มีนะเฮีย ผมไม่มีขึ้นซ่อนอะไรเลยนะห้องมันปกตินะเฮีย" ฝั่งช่างก็ไม่มีแจ้งอะไรเลย ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้กลัวอะไรแต่สงสัยมากกว่าเพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้แล้วอีกอย่างการปิดประตูระเบียงเนี่ยให้รีบเร่งแค่ไหนหรือแม่บ้านมือใหม่แค่ไหนมันไม่ใช่อะไรที่น่าจะพลาดกันได้ แต่เฮียก็ยังไม่ได้สนใจอะไรนะ จนกระทั่ง Inspection เสร็จแล้วและกำลังเดินออกมาจะปิดประตูห้องยังไม่ทันจะหยิบคีย์การ์ดออกไฟในห้อง แอร์ ทีวี ดับพรึบพร้อมกันหมด เออ เยี่ยมคือด้วยความที่เฮียเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ก็เลยนึกหงุดหงิดว่า "ห้องแม่งมีปัญหาอีกแล้วแขกจะมาแล้วเนี่ย" แต่เพื่อความมั่นใจก็เช็คอีกครั้งโดยการเอาคีย์ออกตอนที่มันยังมืด ๆ อยู่เนี่ยแหละแล้วก็เสียบใหม่...พรึบ!!! ไฟติดปกติ ทีวี แอร์ทำงาน ประมาณ 10 นาทีก็ลองเอาคีย์การ์ดออกไฟก็ดับปกติ ทำอยู่ประมาณสองรอบเพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟปกติดีจากนั้นก็กลับไป
ตัดกลับมาที่แขกที่เช็คอินท์เสร็จแล้วแกก็ขึ้นห้องไปพร้อมกับเบลที่เอากระเป๋าไปส่งให้แก แล้วเฮียก็ทำงานปกติไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลา 24.00 น.หรือเที่ยงคืน แขกคนเดิมเดินลงมาด้วยสภาพกางเกง Boxer เสื้อไม่ใส่และกระเป๋าเดินทางพร้อมสีหน้าที่ตกใจมากมาถึงก็ถามหา Manager เสียงดังลั่นเฮียก็รีบออกหน้ามารับทันที แกก็คุยกับผมแบบตกใจมากว่า "You หาห้องใหม่ให้ฉันหน่อยได้มั้ย ฉันขอร้อง ฉันนอนไม่ได้เลย ทำไม you ให้ห้องนี้กับฉัน (จริง ๆ ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุดที่มีตอนนั้นแถมเป็น FOC Upgarde ให้แกด้วยนะ" ผมก็บอกแกให้ใจเย็น ๆ มีปัญหาอะไรในห้องหรือเปล่าให้ช่างขึ้นไปดูไปแก้ไขให้มั้ย แกส่ายหน้าโบกมือไม่ ๆ ตลอดเวลา แกพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ครับเหมือนตกใจว่า "ตอนแรกชั้นขึ้นไป ชั้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็นอนสักพัก ฝักบัวในห้องน้ำมันก็เปิดไหลเอง ชั้นนึกว่าชั้นลืมปิดชั้นเลยลุกขึ้นไปในห้องในแต่ในขณะที่ชั้นกำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำฝักบัวมันก็หยุดใหล ชั้นนึกว่ามันเป็นปัญหาเรื่องท่อน้ำเลยไม่ได้เอะใจอะไรก็มานอน" เล่าถึงตอนนี้เหมือนแกยังตกใจอยู่แต่ไม่เท่าตอนแรกผมก็ชวนแกไปนั่งคุยที่โซฟาหน้า Lobby เพื่อให้แกผ่อนคลายจากนั้นแกก็เล่าต่อว่าแกนอนไปได้สัก 10 นาที คราวนี้ทีวีเปิดเอง แกก็งัวเงีย ๆ ว่าแกนอนทับรีโมทหรือเปล่าแต่พอหาไปหามามันไม่ใช่เพราะรีโมท์อยู่โต๊ะหน้าทีวีไม่ได้อยู่ที่เตียงคราวนี้แกเริ่มรู้สึกกลัวเลยเก็บของลงมาขอย้ายห้อง"
ผมไม่รอช้าเลยครับหาห้องใหม่ให้แขกโดยด่วนและเลือกห้องที่อยู่คนละตึกคนละโซนกับห้องเมื่อกี้เพื่อให้แกสบายใจพร้อมบอกแกว่าถ้ามีอะไร You โทรลงมาหาชั้นได้ตลอดเวลานะ พอเสร็จผมก็ให้ Bell เอาของแกขึ้นไปเก็บที่ห้องใหม่ก่อนแล้วก็แจ้งแม่บ้านไปเช็คห้องเก่าว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่ไม่แล้วให้ Touch up ห้องกลับสูง OC เหมือนเดิม ก่อนแกขึ้นไปผมก็ชวนแกคุยหน้าล็อบบี้ก่อนประมาณ 15 นาทีให้แกผ่อนคลายจนแกขึ้นไปนอนบนห้องและก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ส่วนห้องนั้นก็รู้กันในหมู่รอบดึกวันนั้นและพนักงานว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมก็ได้แจ้งฝ่ายบริหารไปให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
....................................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

ว่าด้วยเรื่องของ Evening Cocktail

ก่อนจะเล่าเรื่องนี้ท้าวความก่อนว่า โรงแรมในระดับตั้งแต่ 4 - 6 ดาวขึ้นไปจะมี Floor ที่ถือว่าแขกทุกห้องเป็น VIP โดยอัตโนมัติซึ่งมักเรียกว่า Executive Floor หรือ Club Floor หรือ Suite Floor ใด ๆ ก็ตามแต่แล้วแต่ทางโรงแรมจะ Create แนวใครแนวมัน โดยสิทธิพิเศษระดับ Exclusive อย่างหนึ่งที่แขกนี้จะได้รับก็คือ "การรับประทานอาหารในช่วงเวลาพิเศษที่เรียกว่า Evening Cocktail" ซึ่งอาหารนี้ก็อย่างที่ชื่อมันบอกแหละครับว่าเป็นแค่ cocktail อาหารประเภททานเล่นเรียกน้ำย่อย เช่น ไก่ห่อตะไคร้ เกี๊ยวซ่า แซลม่อนซูชิ ฯลฯ ซึ่งไม่ถึงขนาดจัดหนักแบบเต็มข้อจำพวก สเต๊ก ข้าวปลาอาหารต่าง ๆ และที่สำคัญมันจะมี cocktail ไว้บริการและในช่วงเวลาดังกล่าวแขกยังสามารถทานเบียร์ได้ฟรีทุกยี่ห้อ ย้ำว่าฟรีนะ (ส่วนมากโรงแรมก็จะเตรียมไว้พวก ช้างสาร สิงหา หรือดีหน่อยก็พี่ไฮ จากประสบการณ์ผม เบียร์ระดับ โคโรน่า นี่ยังไม่เคยเจอนะว่ามีเซ็ตไว้ให้ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย แต่คิดว่าบางโรงแรมที่ระดับราคาห้องพักเหยียบหมื่นหรือเป็นแบบ 5-6 ดาวคงมีบ้างที่ใส่เข้าไปด้วย ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับว่า ด้วยความที่มันเป็นของฟรีแบบ Exclusive มันก็จะมีเวลากิน โดยปกติจะเริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม หลังจากนั้นจะไม่ได้อะไรอีกแล้ว แต่ในระหว่างวันแขกสามารถทาน Soft Drink กับ Snack ได้ตลอดทั้งวัน แต่ย้ำว่าทานได้แต่เฉพาะใน Lounge ไม่สามารถนำกลับห้องได้ (เพราะไม่งั้นกูขาดทุนตายแน่) ทีนี้เมื่อมีสิทธิพิเศษอย่างนี้ปัญหาสำหรับพนักงานโรงแรมที่ต้องเผชิญและรับมือมันจะเป็นแบบนี้

1. มาไม่ทันเวลากิน หมดเวลากินแล้ว แต่อยากกินต่อ ยืนร้องแรกแหกกระเชิงว่า "ชั้นพักฟลอร์นี้ทำไมชั้นจะกินไม่ได้" และก็อ้างว่าคนอื่น (ที่มาตามเวลา) ยังกินได้เลย แม้เราจะอธิบายว่ามันหมดเวลาแล้วเขาก็จะไม่ฟังสุดท้ายก็จบที่หาอะไรสักอย่างติดมือกับไปเพื่อประกาศว่ากูชนะพนักงานโว้ย เช่น เบียร์ หรือ ขาไก่ทอดสักขา

2. เป็นแขกที่ได้ฟรีอัพเกรดห้องขึ้นมาอยู่ฟลอร์ดังกล่าว อาจจะด้วยปัญหาระหว่างเข้าพักที่เกิดจากโรงแรม (หรือเกิดจากตัวเอง) ก็ตาม แต่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ Evening cocktail แต่มโนไปว่ากูพักฟลอร์นี้กูต้องได้กินฟรีแน่ ๆ เบย พอเดินเข้ามาปุ๊บ แก๊งค์นางฟ้า G.R.O จัดการสอบถามเบอร์ห้องเช็คข้อมูลปั๊บไม่ปรากฏหลักฐานการได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว จึงจัดการอธิบายได้และแนะนำให้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับกรณีนี้ ทีนี้ปัญหาก็จะเกิดทันทีประมาณว่า "อะไรกัน อัพเกรดมาแล้วไม่ได้แบบนี้ คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะ แย่มากเลย" หรือไม่ก็ "อาหารแค่นี้เองทำไมจะ Service แขกเพิ่มไม่ได้ ชั้นทำงานอยู่นู้น นี่ นั่น นะ ชั้นจะไปโพสต์ลงเว็บ" ....อันนี้ถ้า G.R.O ชั่วโมงบินสูง ๆ เขาจะเก็บอารมณ์อยู่และยืนยิ้มและนิ่งครับ เพราะคนเราเวลาโมโหแล้วเจอคู่กรณีนิ่งไม่ต่อปากต่อคำจะไปไม่ถูก พูดไม่ออก สุดท้ายก็แพ้ภัยไปเอง แต่ถ้า G.R.O น้องใหม่อาจตื่นเต้นและลน ๆ นิด ๆ ก็อาจพลาดเสียฟรีได้

3. ขนกลับไปกินที่ห้อง ที่เจอมากที่สุดคือ ขนเบียร์ครับ ด้วยเข้าใจว่ากูได้ฟรีเว้ย กูจะเอาไปที่ไหนก็ได้ เรื่องของกู...อันนี้จะออกแนวกวนตีนนิด ๆ เวลาพนักงานไปบอกและแนะนำ ก็จะเถียงออกแนว ๆ ข้างบนแหละครับว่า "อ้าวให้ฟรีไม่ใช่เหรอ" หรือไม่ก็ทำฟอร์มแบบมาเหนือเมฆ ถือไปที่โต๊ะในเลาจญ์สัก 3 กระป๋อง เปิดกินแล้วทำเป็นเดินไปที่ห้องเอาไปเก็บ แล้วกลับมาเปิดอีกกระป๋อง แบบนี้ก็มีครับ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน ถ้าทำกันขนาดนี้มึงก็เอาไปเห๊อะ




วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ตอน Face Off สลับหน้าล่าล้างกิมจิ



เรื่องมีอยู่ว่า มีแขกชาวกิมจิ (ห้ามเอ่ยชื่อประเทศนะ เดี๋ยวโดนฟ้อง อย่าไปบอกใครล่ะว่าเขาบ้านเดียวกับเรน) มีเช็คอินท์เป็นกลุ่มกันมาเลยครับ 5 คน เป็นชายหนุ่มรูปงามโคตรๆ (ออกแนวนักธุรกิจอาเสี่ยๆ อ่ะ คิดภาพดูละกันนะ) ทีนี้ตอนมาเช็คอินท์ก็ดีครับ แจกกุญแจห้องขึ้นห้องปกติ ทีนี้ตกดึกก็เอาแล้วครับไปหาหมอนข้างกันมาคนละใบจากด้านนอก

เวลาประมาณ 21.00 น. ไม่ขาดไม่เกิน (สังเกตุนะเวลานี้ทีไร Job Commin กูทู้กที) หอบกันมาเลยครับชาย 5 หญิง 5 ทีนี้ปกติแล้วเนี่ยน้อง Join สิ่งที่ทางโรงแรมต้องสกรีนอีกอย่างหนึ่งก็คือ "อายุ" ครับ เพราะด้วยกฏหมายพรากผู้เยาว์ของประเทศเราที่แรงมากกกกก (ถ้าไม่มีเงินสู้คดีนะ ถ้ามีก็อีกเรื่องนึง) เราก็ต้องปกป้องแขกเพราะเคยมีกรณีแขกเป็นผู้เยาวแอบขึ้นไปนอนแล้วย้อนเกล็ดมาแจ้งความว่าแขกเราไปล่อลวงมา ทีสำคัญอายุยังไม่ถึงบรรลุนิติภาวะ โรงแรมก็โดนเปิดหัวไปก่อนเลยครับ 2 แสนบาทปรับเบาะๆ แต่แขกนี่ครับใส่กุญแจมือตีตั๋วฟรีวีซ่าไป ฮองคอง (อ่านแบบใส่ฟิลลิ่งนิด ๆ อ่ะนะ จากคำว่า ฮ่องกง) นี่ยังไม่นับมิจฉาชีพที่พอเอาแขกไปแล้วก็ไปไกลเกลี่ยไม่ยอมความไม่แจ้งความประมาณว่ารู้กัน รูดทรัพย์จนแขกหมดตัวไปก็เยอะ บอกแล้วเป็นพนักงานโรงแรมได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

ย้อนมาทีเคสนี้ ตอนเข้ามามี 5 คนนะครับและเหมือน 5 นางนี้เธอจะรู้งานก็จะออกแนวมารุมมะตุ้มให้ดูวุ่นวายและก็เร่ง ๆ พนักงานว่าจะรีบขึ้นห้อง มีไซโคแขกให้รีบบอกพนักงานให้ขึ้นห้องอีก เหลือบหันมองไปอีกทีคู่นึงเดินไปที่ลิฟท์แล้วครับกำลังจะขึ้นกะว่าเนียนไป แต่มึงพลาดและที่เจอกรู เรียกมาอย่างไวครับ "น้องให้บัตรหรือยังครับ" นางหยุดชะงักไปแป๊บนึงแล้วก็ตะโกนมา "ให้แล้วค่ะพี่อยู่นั่นไงค่ะ" ทีนี้เพื่อน ๆ ก็เริ่มผสมโรงมีการทำให้มันวุ่นวายสลับกันไปกันมาคู่ใครคู่ไหนไปกับใครทำให้ยาก ๆ ไว้ กะว่าพนักงานงง แต่บังเอิญกูและน้องกรูไม่ งง กับมึงเว้ย ผมก็เอาเลยครับ "ใบไหนครับน้องพี่ได้มาแค่ 4 ใบเองของน้องไม่มีนะ ขอบัตรด้วยครับ" (เรื่องบัตรอีกอย่างที่ต้องเช็คคือบัตรปลอมนะครับต้องระวัง มีประเภทถ่ายเอกสารเคลือบมาอย่างดีกะว่าพนักงานไม่อะไรหรอก แต่ หึหึ มึงพลาดและ หรืออีกอย่างเอาบัตรเพื่อนมา ในบัตรอย่างงามเลยแต่นอกบัตรนี่ อื้อหือ อดคิดไม่ได้เวลาเปลี่ยนน้องได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ ก็อดกันไป) ทีนี้พอเริ่มรู้ว่าแผนจะแตกและอิเพื่อน ๆ ที่เร่งยิกๆ เริ่มไปไม่เป็นเพราะผมยืนยันว่ายังไงก็ต้องรอ แม้มึงจะไปไซโคแขกให้มาเร่งกูก็ตาม นางก็เดินมาจากลิฟท์เลยครับแล้วก็ทำหน้าเหวี่ยง ๆ กับแขกที่เริ่มอยากเปิดฟลอฟิชเจอร์ริ่งกะว่าให้แขกโมโหแล้วมาด่าพนักงานและเหมือนจะได้ผล แขกก็มาเต็มเลยครับ "อะไรนักหนา ยูต้องการอะไรอีกให้ไปแล้วไง" อ่ะ ได้ มาแบบนี้ใช่ไหมอยากนักเดี๋ยวจัดให้ ผมก็อธิบายเลยครับว่า "ยู ชั้นรักษาผลประโยชน์และปกป้องยูอยู่ ถ้ายูขึ้นไปเค้าไม่ให้บัตรแล้วขโมยเงินยูไปยูทำไง หรืออีกอย่างยูรู้จักกฏหมายบ้านไอมั้ยว่าเด็กอายุยังไม่ 20 ถ้ายูทำแบบนี้มันผิดกฏหมายติดคุกทันที ยูจะไปมั้ยจะเอามั้ยถ้าเอาได้ เซ็นต์ Didcliamer form ว่ายูจะยอมรับผลที่เกิดขึ้น" เงียบเป็นเป่าสาก ปานว่าสร่างเมากันเลยทีเดียว ทีนี้นอกจากนางนี้แล้วอีก 4 นางก็เงียบกริบแขกรีบหันมาถามผมกับน้องว่า "ตกลงเค้า 20 หรือยัง มีปัญหามั้ย" และนางทีไม่ให้นี่หนักกว่าเพื่อนควักบัตรออกมาเสือกอายุแค่ 18 ก็กลับเลยครับไมต้องรอผมก็ต้องแจ้งแขกตามหน้าที่ ตอนแรกหื่น ๆ ตอนนี้ไม่เอาเลยครับให้เงินน้องนี่ไป 500 แล้วไล่เลย ทีเหลือก็ขึ้นไปทำกิจกรรมกันต่อ

ก่อนนางนี้กลับไปยังมาดราม่าบีบน้ำตาด่าพนักงานอีก "พี่ไม่น่ามาตัดทางทำมาหากินหนูเลย หนูกำลังจะได้เงินแล้วเชียว" สรุป "กูผิดอีก แต่เวลามีปัญหาไม่เห็นน้องช่วยพี่เลย"




วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

เรื่องงี่เง่า ๆ เจ้าประจำ





วันนี้มาว่ากันต่อเรื่องของสิ่งธรรมดาที่แขกทั่วไปเข้าใจ แต่แขกงี่เง่าไม่เข้าใจ

1. แขกงี่เง่าจะไม่เข้าใจว่าน้ำเปล่าฟรีให้ฟรีวันละ 2 ขวด เพราะเมื่อใดก็ตามที่พี่แกขึ้นไปบนห้องและขอน้ำเพิ่มอีก 2 ขวดรวมเป็น 4 ขวดแล้ว มันจะมีขวดที่ 6 ที่ 8 ที่ 10 ตามมา ดีไม่ดีแม่งขอเป็นแพ็คเลยมึง เวลาไม่ให้ก็หาว่างกอีก ด่าพนักงานแบบที่ไม่เคยคิดเล้ยว่าแขกคนอื่น ๆ เขาเป็นเยียงไร 2 ขวดไม่พอให้ 4 พอ 4 ไม่พอให้ 8 แม่งยังจะเอาแล้วหาว่างกอีก...อยากจะเอาเงินไปซื้อให้ที่ เซเว่นเหลิ๊อเกิน กินไปนะมึงกูจะซื้อให้สัก 10 ลิตรหรือดีไม่ดีก็ติดเครื่องกรองน้ำแม่งเลย

2. เวลา Check out ที่สามารถ Late ได้สุดๆ ที่ บ่ายสองโมงเย็น เมื่อไรก็ตามที่ตอนเช็คอินท์แขกขอ late check out แล้วเราทำใจดีทำป๋าเลยว่า "พี่ครับออกได้เลยครับตอนบ่ายสอง" กรุณารู้ไว้ว่า "ความพอดีไม่มีในโลก" สักพักก็จะมีประโยคขอร้องแกมบังคับและรู้มากตามมาว่า " 4 โมงไม่ได้เหรอน้อง" หรือไม่ก็ "แหมมม วันนี้วันจันแขกไม่เยอะหรอกพี่รู้ (มึงรู้ได้ไงวะ คิดว่าคนอื่นไม่เขาเที่ยววันธรรมดากันเลยไง๊"

วันนี้เสนอ ประโยคสุดยอดมหาอมตะนิรันดร์กาล
1. Give me good room good view.. อันนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าของใคร ผู้ถือลิขสิทธิ์ประโยคนี้อย่างเป็นทางการและสืบทอดมาหลายชั่วคน คืออยากบอกว่า ห้องกรูเนี่ยมัน Good room ทุกห้องแหละเฟ้ย ส่วนไอ้ Good view เนี่ยมันก็ต้องอยู่ที่ว่าพี่จะจ่ายผมเท่าไหร่อ่ะฮัฟ บางครั้งพี่จ่ายห้องราคา superior ขึ้นไปดูห้องแล้วพอ check in พี่ไม่ชอบพี่เลย complain จะย้ายไปห้อง Suite อันนี้พี่มึนป่ะนี่

2. Can you give me free upgrade อันนี้ถ้า check in แล้วค่อยว่าไปอย่าง แต่บางคนนี่กระเป๋าเพิ่งวางหน้า Front ตัว Passport ยังไม่ทันให้กรูเลย คืออยากบอกว่า "พี่เช็คอินท์ก่อนดีมั้ยฮะ" คือพี่จะรีบ up ไปไหนฮะพี่ เดี๋ยวผมให้พี่เกรด 4 เลย

3. บัตรอะไรลดได้มั่งน้อง.....อันนี้จะเป็นประเภท สะสมแต้ม สะสมไมล์บัตรเครดิตครับ วันดีคืนดีพี่แกก็จะล้วงจากกระเป๋ามากองให้เราเลือกเลยครับว่า อันไหนลดแกจะได้จ่ายอันนั้น มีครบทั้ง Amex, Visa, Master, Diner, จูปิเตอร์, คอมพิวเตอร์, ทินเนอร์, (สามอันหลังไม่ใช่นะ) ทีนี้ก็อยู่ที่ความจำของพนักงานแล้วครับว่าจะแม่นแค่ไหน ลดผิดลดถูกนี่มึงช๊อตกันกระจายนะครับ

4. พนักงานคนนั้นยังทำงานอยู่มัั้ย คนนี้ยังทำงานอยู่มัั้ย...อันนี้จะออกแนวถามหาเพื่อตีซี๊กะว่ากูต้องได้อะไรสักอย่าง แต่ขอโทษคนที่พี่แกบอกบางทีลาออกไปเป็นปีและ หรือบางทีย้ายแผนกไปแล้ว หนักเข้าบอกชื่อผิดก็มี


วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตอน "บุฟเฟต์น่ะมึงเข้าใจไหม"



วันนี้เสนอตอน "บุฟเฟต์น่ะมึงเข้าใจไหม"

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันหนึ่งปรากฏร่างของครอบครัวจากแดนภารตะโรตี ส่าหรี๋ลี้รัก เดินจ้ำพรวด ๆ เข้ามาที่ห้องอาหารซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาอาหารเช้าแต่คาดว่ามันน่าจะอยุ่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เฮ้ยไม่ใช่!!! ก่อนการให้เวลารับประทานอาหารที่ใกล้จะหมดลงทุกที พอมาถึงนั่งลงปุ๊บสองคนแรกทำหน้าที่ดึงสโตรกเปิดตัวด้วยการรีบหยิบขนมปังยัดๆๆๆๆๆๆใส่จานคะเนจากสายตาน่าจะประมาณ 8 แผ่นได้ นี่ยังไม่นับที่อยู่ในเตาอบอีก 4 (แม่เจ้านี่สาบานว่ามึงกินนะนี่) ส่วนอีก 2 คนก็ทำตัวเหมือนกำลังเดินเฉิดฉายอยู่ในสวนผลไม้ พี่แกเดินหน้าจ้วงแหลกทั้งแตงโม สัปปะรด แคนตาลูป ตบท้ายด้วยไข่ดาวอีก 5 ฟองโป๊ะบนผลไม้ (คือกรูยังคิดไม่ออกว่าผลไม้ที่เป็นอาหารหวานกับไข่ที่เป็นอาหารคาว มันเอาไปฟีทเจอร์ริ่งกันได้ไงวะมึงจะแยกจานหน่อยก็ไม่ได้) สักพักผ่านไป 5 นาทีเหลือบไปมองอีกที โอ้ววววววบนโต๊ะของชนกลุ่มนี้เต็มไปด้วยอาหารปานว่าโต๊ะจีนยังไงยังงั้น ทั้งคาวหวานพร้อมเพรียง ยังไม่นับเครื่องดื่มทั้งนมสด น้ำผลไม้ อีกวางเรียงกันดูจากปริมาณนี่กูว่ามึงน่าจะกินได้สักสิบคนนะนี่ ใหญ่โตมโหฬาลจะฝรั่งโต๊ะขัาง ๆ แทบอดใจไม่ไหวลงบันทึกในกินเนสบุ๊คให้ สักพักก็ลงมือกินกันอย่างเร่งรีบครับ ไม่รู้มันจะทำเวลาไปไหนเหลือเวลาอีกตั้ง 20 นาที จ้วงเอาๆ ผ่านไปจนครบกำหนดเวลาอาหารเช้าทีนี้พนักงานห้องอาหารก็เข้าไปเก็บของเคลียร์จานครับ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พวกเขาทั้งหลายลุกจากโต๊ะครับแต่ไม่ได้ลุกตัวเปล่าครับ เอาอาหารที่ยังกินไม่หมดเดินหอบออกมาด้วยปานว่าจะไปกินบนห้องกันเลยทีเดียว เฮ้ยนี่มันคืออัลไล ร้อนถึงพนักงานห้องอาหารต้องรีบเข้ามาแบรกตัวโก่งว่า "you เอาไปกินบนห้องไม่ได้นะ นี่มันอนุญาติให้กินเฉพาะห้องอาหาร (ถ้าทุกคนเอาไปกินที่ห้องได้กูว่ามึงไม่ต้องลงมากินกันแล้วแหละอาหารเช้าเนี่ย)" และเหมือนกับฟ้าได้กำหนดไว้ พลันที่ได้ยินคำว่า "ไม่ได้เท่านั้นแหละ" มาเลยครับคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษลิ้นกระดกกระทบเพดาน เรือเป็นเรือ ลิงเป็นลิง ชัดเจนครับ รัวจนจับใจความไม่ได้พูดจนพนักงาน งง แม่งทำได้ไงวะ และก็เป็นไปตามที่คาดครับพนักงานห้องอาหารเดินมาที่ "หน้าฟร้อนท์ครับ" (เพราะมึงคือทุกอย่างของโรงแรม อะไรยังไงไม่รู้กูพาแขกมาที่นี่ไว้ก่อน 555) งานก็เข้า Dury Manager ซิครับทีนี้ ก็อธิบายกันใหญ่เลยนี่ถ้าไม่เกรงใจว่าจะทำเป็น Power point เอาไป present ให้มันดูด้วยนะนี่ มันก็ยังเถียงนะครับว่า "ทำไมฉันจ่ายค่าอาหารมาฉันก็เอาไปกินได้ซิ" ผมก็พยายามอธิบายครับว่า "ใช่ ยูจ่ายมา แต่คนอื่นเขาก็จ่ายมาเหมือนกันเขายังกินได้แค่ในห้องอาหารเลย (ออกแนวจิกกัดว่า มึงอย่าเยอะไรเงี๊ยะ" มันก็ยังไม่ยอมครับหันหน้าหนีแล้วจะรีบเดินขึ้นลิฟท์เลยครับ ผมเลยใช้ท่าไม้ตายครับ ด้วยปกติแขกทุกคนจะโดนมนต์สะกดเสมอเมื่อได้ยินคำว่า "ต้องจ่ายเพิ่ม", "เสียเงินเพิ่ม", สำหรับคนไทย และคำว่า "Charge More" สำหรับชาวต่างชาติ ผมเลยบอกแกไปว่า Ok You เอาไปได้นะแต่ I จะ Charge เพิ่มเข้าไปกับค่าห้องยูละกันเพราะถือว่ายูสั่งเป็น Room Service. เท่านั้นแหละครับเหมือนต้องมนต์สะกดหยุดแทบไม่ทัน สี่คนพ่อแม่ลูกหันหน้าปรึกษากันงุบงิบๆ ว่าเราจะเอาไงดีวะ จะวัดดวงไหม สักพักเหมือนอดไม่ไหวเดินเอาอาหารไปเก็บไว้ที่ห้องอาหารตามเดิม แต่ก่อนขึ้นห้องมีหันมาตะโกนใส่ผมอีกครับ "Your Hotel BAd Service" อ้าวเฮ้ย งง ดิกู ตกลงโรงแรมกูไม่ดีอัลไล ไฉนมึงมาด่าว่าบริการไม่ดีเนี่ย แขกคนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาเลย กินเสร็จกลับขึ้นห้องถ้าจะสั่งเพิ่มก็จ่ายตังค์ มีแต่พวกท่านนี่แหละ เฮ่อ ๆ งง สรุป กรูผิดอีกแว้วววววว

บทความแนะนำ