แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hotelsystem แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hotelsystem แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

 จับให้ได้ถ้านายแน่จริง

เรื่องของน้อง Join นี่มีเยอะนะเล่ายังไงก็ไม่หมดมันถือเป็นรสชาติของชีวิตเราเลยนะถ้าเราทำงานโรงแรมแล้วมีโอกาสได้ทำงานรอบ Night เรื่องน้อง Join เรื่องหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยในงานโรงแรมคือเรื่องของ “น้อง Join ขโมยเงินแขกหรือหนักสุดก็รูดทรัพย์แล้วหายไปเลย” แต่เรื่องที่เฮียจะเล่าวันนี้มันเป็นเรื่องที่กลับตาลปัตรจะว่าเป็นเรื่องตลกก็ไม่ได้มันออกไปทางตลกร้ายมากกว่าเพราะมันเป็นเรื่องของ "แขกขโมยเงินน้อง Join"



เรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อแขกจากดินแดนภาระตะคนหนึ่งนำพาน้อง Join เข้ามาในโรงแรม ผ่านขั้นตอนปกติโดยการให้บัตรและชำระค่าน้อง Join (บางโรงแรมจะมีค่า Joiner Charge เพิ่มด้วยนะกรณีแขกพาน้อง Join เข้ามา บางโรงฯ นี่นับเป็นรายได้หลักของโรงแรมเลยก็มีนะ) หลังจากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันขึ้นห้องพักไป
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง อยู่ๆ ก็มีเสียงดังจากจากทางลิฟท์เป็นเสียงเอะอะโวยวายลอยมาตามลมไกลๆ แล้วก็ค่อยๆ ใกล้เข้ามาทีละนิดๆ จนเฮียและทีมงานมองเห็นเป็นน้อง Join และแขกคู่เมื่อกี้กำลังฟาดฟันกันมาลงไม้ลงมือ ออกท่าออกทางมาเต็มเหมือนกำลังดูหนังสงครามแบบ 4K กันเลย เฮียเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปพร้อมน้อง Bell Boy ไปห้ามทั้งคู่ให้สงบลงก่อนเพราะเดี๋ยวจะรบกวนแขกคนอื่นๆ เขา ตอนนั้นมันก็ดึกมากแล้วด้วย เฮียไปถึงก็รีบแจ้งทั้งคู่ก่อนเลยว่าให้ “หยุดเสียงดังและทะเลาะกันไม่งั้นจะเรียกตำรวจ” ทั้งคู่ก็เงียบไป สักพักฝ่ายน้อง Join พูดขึ้นมา “มันขโมยเงินหนูไปพี่ หนูไม่ยอมนะ” แล้วก็หันไปด่าแขกเป็นภาษาไทยซึ่งแขกก็น่าจะไม่เข้าใจ สารพัดสัตว์ทั้งบนบก ในน้ำ ถูกลากขึ้นมาสาดใส่หน้าพี่ภาระตะแบบไม่หยุดชนิดที่แขกนี่อึ้งไปเลย คาดว่าน่าจะกำลัง งง และคิดในใจอยู่ว่า “นี่น้อง Join กำลังพูดอะไรวะ?”
แน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ กรรมการผู้หามบนเวทีก็ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานโรงแรมอย่างเฮียอีกแล้วแน่นอน เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูชิ้นเบ้อเริ่มมาแขวนคออีกกู 555 แต่ทำไงได้มันเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เรารัก รอบดึกกับน้อง Join นี่ของคู่กัน สีสัน (แต่บางทีก็สีสันหนักไปหน่อยนะ เล่นเอาไม่ได้พักกันเลยก็มี) น้อง Join ทำท่าจะตบแขกเฮียเลยต้องเรียกสติก่อน “น้อง หยุดก่อน ใจเย็นๆ น้องตบเค้าแล้วเค้าแจ้งตำรวจมาน้องเดือดร้อนนะ” น้องก็น่าจะโมโหเลยตะคอกใส่เฮียมา “อ้าวพี่..จะช่วยมันเหรอมันขโมยเงินหนูนะ” มาแบบนี้ต้องเรียกสติอีกรอบนึง “น้องครับ ตอนน้องขึ้นไปกับแขกพี่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยแล้วทำไมตอนมีปัญหาน้องมาโทษโรงแรมแบบนี้ไม่ถูกนะ” แล้วก็ซัดไปอีกดอกนึง “งั้นเดี๋ยวพี่เรียกตำรวจแล้วกันให้คนกลางที่เค้ามีหน้าที่ตามกฎหมายมาจัดการดีกว่านะครับ” น้อง Join ก็เหมือนได้สติพอจังหวะที่น้องเงียบแขกก็มาต่อเลย “ยูต้องช่วยชั้นนะ เค้าตีชั้น เค้าหาว่าชั้นไปขโมยเงินเค้า”
โอ้เวรกรรมจำพรากจากไปไกลตา ในอุราระทมตรมไหม้ ท่อนนี้ขึ้นมาในหัวโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เฮียก็เลยต้องค่อยๆ สืบสาวหาเรื่องราวก่อนว่าเกิดอะไรแต่ในใจตอนนั้นจากประสบการณ์ที่เคยเจอเอาจริงๆ มันก็มีแหละทั้ง “น้อง Join ขโมยเงินแขกและแขกขโมยเงินน้อง Join” แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบแรกมากกว่า ทีนี้เฮียก็ถามแขกว่าเกิดอะไรขึ้น แขกก็เล่าเป็นฉากๆ เลยตั้งแต่ขึ้นไป จนถึงฉาก 18+ คือ “ถามตรูสักคำมั้ยเนี่ยว่าอยากรู้ป่าว” แขกก็บอกเฮียมาว่า พอเสร็จกิจแล้วเค้าก็กำลังจะให้น้อง Join กลับ พอน้องแต่งตัวเสร็จเปิดกระเป๋าดูอยู่ๆ ก็บอกว่า “เงินหาย” แล้วก็ไล่ตีแกมาจนแกหนีมาข้างล่างด้วยสภาพนี้ (Bathrobe และเท้าสด) แต่แขกก็ยืนยันว่าเค้าไม่ได้เอาเงิน 500 บาทนั้นไป อันนี้เอะใจนิดนึงเพราะนี่เรายังไม่ได้พูดจำนวนกันเลยนะ เฮียก็หันมาถามน้อง Join ว่า “น้องเงินหายไปกี่บาทนะ” น้องก็ตอบมาว่า “500 บาท พี่ หนูสาบานได้เลยตอนเข้ามาหนูพกมา 500 ก็เงินที่มันให้หนูมานั่นแหละ” เออ จำนวนตรงกันแฮะ พร้อมควักกระเป๋าสตางค์ออกมาให้ดู
คือเอาจริงๆ เคสแบบนี้เราก็เอาตัวเองไปตัดสินใจแทนไม่ได้อ่ะนะฝั่งนึงก็แขกที่ต้องดูแลอีกฝั่งก็เป็นเรื่องของความเสียหายของน้อง Join แต่ใครถูกใครผิดอันนี้เราไม่รู้ สักพักน้องก็เอากระเป๋าสตางค์มาเปิดให้ดูแบบแหกกว้าง 360 องศากันเลยเพื่อแสดงให้เห็นว่า “เงินมันหาไปจริงๆ” พอต่างฝ่ายต่างไม่ยอมและมันเริ่มจะวุ่นวายเฮียก็เลยบอกว่า “เอางี้นะเดี๋ยวชั้นจะเรียกตำรวจมาสืบสวนแล้วกันเพราะชั้นก็ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินอะไรแบบนี้” พอพูดจบน้อง Join ร้องไห้โฮเลยแต่ร้องแบบอาฆาตอ่ะเพราะเค้ารู้ว่าถ้าแบบนี้ยังไงเค้าก็เสียเปรียบแต่เหมือนจะเหลืออดมั้งน้องเลยบอกว่า “เออ เอามาเลย ให้มัน Ship loss กันให้หมดทั้งคู่นี่แหละกูยอมโดนจับที่รับแขกแต่กูจะเอามันเข้าคุกเพราะขโมยเงินกู”
ฝ่ายแขกพอได้ยินว่าเฮียจะเรียกตำรวจมาสอบสวนจะได้จบ ดันออกอาการแฮะแล้วอยู่ๆ แขกก็หลบเฮียและน้อง Join เดินไปขึ้นลิฟท์กลับขึ้นห้องไปเฉยเลย น้อง Join กำลังจะวิ่งขึ้นลิฟท์ไปด้วยตามไปด้วยเฮียกับน้อง Bell Boy ก็วิ่งไปห้ามไว้ เอาจริงๆ ก็เหนื่อยกับปัญหานี้เหมือนกันคนเข้ารอบดึกน่าจะเข้าใจสถานการณ์นี้ที่มาพร้อม Motto ที่สำคัญว่า “ต้องดูแลแขกเราก่อน ผิดถูกไม่รู้ ถ้าไม่มีหมายศาล ไม่มีหมายจับ ไม่มีเจ้าหน้าที่ (จริงๆ) มา เราก็ต้องดูแลแขกถึงที่สุด” เคสนี้เฮียก็ต้องห้ามน้องไม่ให้ขึ้นไปเพราะมันจะเป็นการรบกวนแขกเนื่องจากถ้าขึ้นไปก็มีเหตุวุ่นวายและแขกไม่น่าจะให้เข้าห้องแล้วคือการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้านี่ต่างคนก็ต่างวิธีนะกรณีนี้บางคนอาจเลือกที่จะไล่น้องเค้าไปเลยทันทีก็ได้แต่เฮียแค่ไม่ได้เลือกทำแบบนั้นก็เท่านั้นเอง
�ยื้ดยุดกันสักพักน้อง Join ก็มานั่งร้องให้หน้า Lobby สักพักนึงแล้วก็ระบายความในใจด่าแขกอย่างนั้นอย่างนี้ เฮียก็ได้แต่แจ้งน้องไปว่า “พี่ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้นะน้องยังไงคราวหลังก็ระวังหน่อยละกันแล้วเฮียก็น้อง Bell Boy ก็เดินไปส่งหน้าโรงแรม” ที่รู้ว่าแขกขโมยเงินไปคืออะไรรู้ป่ะ จังหวะที่น้องกำลังเดินออกไปจากปากประตูเข้า Lobby แขกโทรลงมาแล้วให้ Bell Boy ขึ้นไปหา พอ Bell Boy ขึ้นไปก็กลับลงมาด้วยเงิน 500 บาทแล้วบอกเฮียว่า "แขกบอกว่าแขกเจอเงิน 500 บาทตกอยู่ข้างเตียงเลยให้เอาลงมาให้น้อง Join" เฮียเลย ว. ให้ รปภ. แจ้งให้น้อง Join เข้ามาเอาเงินไป อนิจจา 500 เจ้ากรรมหล่นได้พอดิบพอดีจริงๆ รอบดึกนี่ดีจริงๆ มีทุกสิ่งให้เลือกสรรพ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

Robinhood Travel

 “ก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปให้ไกล ก้าวไปกับ Robinhood Travel”


อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเรามีมูลค่านับล้านล้านบาทด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากถึง 39 ล้านคนในช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 ระบาดที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้แต่ก็อาจจะเรียกได้ว่าไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยสักเท่าไหร่นักโดยเฉพาะเมื่อมองลึกเข้าไปในภาคธุรกิจโรงแรม
ช่องทางการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือการจองห้องพักผ่านตัวกลางการรับจองในระบบ Online อย่าง OTA (Online Travel Agency) ซึ่งโรงแรมมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่า Commission ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 15% จนถึงอัตราสูงสุดกว่า 40% แลกกับความสามารถในการทำตลาดและเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวของ OTA ต่างๆ สิ่งที่น่าเป็นห่วงตรงจุดนี้นอกเหนือจากอัตราค่า Commission ที่ถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายของโรงแรมซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องเสียค่า Commission ในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วง COVID-19 ด้วยก็ตามเพื่อแลกกับยอดการจองที่จะได้รับเข้ามา แม้จะรู้ว่าบางกรณีเป็นการได้ไม่คุ้มเสียแต่ก็จำเป็นที่จะต้องทำ อีกกรณีหนึ่งคือผลประโยชน์รายได้ด้านภาษีของประเทศไทยจากอัตราค่า Commission ของผู้ให้บริการ OTA เหล่านั้นที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเนื่องจากผู้ให้บริการส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจอยู่ในต่างประเทศทำให้ประเทศไทยสูญเสียสิทธิประโยชน์ตรงนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปด้วย Game Changer กับ Platform OTA สัญชาติไทยแท้อย่าง Robinhood Travel ที่เป็นบริการซึ่งต่อยอดมาจาก Application : Robinhood ที่ก่อนหน้านี้ได้มีบริการ Food Delivery ออกมาเป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้เพิ่มด้วย Model การลดรายจ่ายค่า GP ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารมาแล้ว สำหรับ Robinhood Travel นี้เป็น Function ใหม่ใน Platform ของ Robinhood ที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวด้วยนโยบายที่ช่วยต่อลมหายใจและพาธุรกิจการท่องเที่ยวไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแรงด้วยสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการในรูปแบบ “Zero Commission” เพราะ Robinhood Travel เข้าใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว การเลือกที่จะ “ไม่เก็บค่าคอมิชชั่น” ของ Robinhood Travel ก็เพื่อให้โรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว ได้นำค่าใช้จ่ายที่ไม่ต้องจ่ายตัวนี้กลับไปเป็น “ส่วนลดและสิทธิประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวแทน” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ประเทศชาติได้ผลประโยชน์ ผู้ประกอบการลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ สำหรับผู้เข้าร่วม Platform กับ Robinhood Travel ประกอบด้วย
1. สามารถรับเงินจากการขายได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังแขก Check Out
2. สามารถบริหารจัดการราคา แพ็คเกจส่งเสริมการขายและดีลต่างๆ ได้ด้วยตนเอง
3. สามารถเพิ่มช่องทางในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆของ Robinhood ได้อย่างต่อเนื่อง
4. มีระบบ Partner Care Center ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง (แก้ไขปัญหาการติดต่อยากที่นักท่องเที่ยวยังคงพบเจออยู่ในผู้ให้บริการ OTA ในปัจจุบัน)
Robinhood Travel มีแผนเปิดตัวให้บริการในเดือนมีนาคม 2565 นี้นะครับ โรงแรมหรือที่พักไหน สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Robinhood Travel เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ในอนาคตสามารถลงทะเบียนได้ทันทีตาม Link ด้านล่างนี้หรือสนใจสอบถามเพิ่มเติมโทร 02 777 7564 ครับ
Link ลงทะเบียน : https://otaregister.robinhood.in.th/...
มาร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบนผลประโยชน์ของประเทศไทยไปกับ Robinhood Travel : OTA สัญชาติไทยที่พร้อมอยู่เคียงข้างและพาผู้ประกอบการไทยก้าวไกลไปสู่ระดับโลกครับ

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564

The Pavilions Hotel and Resort

 Cryptocurrency เริ่มทยอยเข้ามาในอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยวแล้วนะครับ


จากข่าวด้านล่างนี้เราก็น่าจะเห็นแนวโน้มได้บางอย่างนะครับเกี่ยวกับการเข้ามาของ Cryptocurrency ในอุตสาหกรรมโรงแรมที่เริ่มจะมีการค่อยๆ ทดลองรับการชำระกันด้วยสกุลเงิน Crypto เพิ่มขึ้นแม้อาจจะยังไม่แพร่หลายแต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม ในส่วนของผู้ให้บริการเชื่อมต่อการรับชำระอย่างระบบ Payment Gateway ก็เริ่มมีผู้ให้บริการหลากหลายเพิ่มขึ้นซึ่งก่อนหน้านั้นเราก็จะเห็นระบบนี้จากทาง Binance Pay หรือ Crypto.com Pay, ณ​ ตอนนี้ก็ได้ทราบข้อมูลเพิ่มว่ามี Coindirect เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งราย อนาคตส่วนตัวเฮียคิดว่าถ้า Ecosystem ของการรับชำระเงินด้วย Cryptocurrency ขยายตัวมากขึ้นเราน่าจะได้เห็นการรับชำระเงินด้วยสกุลเงิน Cryptocurrency ในอีกหลายโรงแรมครับ

เนื้อหาข่าว: The Pavilions Hotels & Resorts กลุ่มโรงแรมระดับ Luxury Boutique Hotels ที่มี Corporate Head Office อยู่ที่ Hong Kong ประกาศให้แขกผู้เข้าพักสามารถจองห้องพักโดยใช้ Cryptocurrency ในการชำระเงินได้แล้วโดยผู้จองห้องพักสามารถเลือกชำระค่าจองด้วย Cryptocurrency ได้มากถึง 40 สกุลเงิน อาทิ BTC ETH DAI USDC USDT DOGE XRP VET XLM เป็นต้น โดยทาง Pavilions ประกาศว่าทางกลุ่มโรงแรมถือเป็น "กลุ่มโรงแรม Boutique Hotels กลุ่มแรกในโลกที่เปิดรับชำระการจองห้องพักด้วย Cryptocurrency"
สำหรับการจัดการระบบนั้นทาง Pavilions Hotels & Resorts ได้ทำการเป็นพันธมิตรเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินกับ "Coindirect" ซึ่งเป็น Exchange สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยน Cryptocurrency และเป็น Payment Gateway สำหรับผู้ที่ต้องการรับชำระเงินจากการขายสินค้าและบริการด้วยสกุลเงิน Cryptocurrency คอยให้บริการซึ่งจุดเด่นของ Coindirect คือรูปแบบการให้บริการที่ครบวงจรตั้งแต่ ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน สกุลเงิน Cryptocurrency บริการระบบ Payment Gateway สำหรับจัดการรับชำระเงินให้กับร้านค้าพันธมิตรและยังมีบริการ Cross Border Payment ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงิน Cryptocurrency กับสกุลเงิน Fiat (สกุลเงินที่ใช้งานกันทั่วไปเช่น บาท ดอลลาร์ ยูโร) ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความผันผวนของสกุลเงิน Cryptocurrency ได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน Platform ของ Coindirect มีสกุลเงิน Crypto เคลื่อนไหวอยู่ในระบบกว่า 300 ล้านยูโร มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 321,000 User (ข้อมูล ณ 16 SEP 2021) ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Coindirect >> https://www.coindirect.com

สำหรับวิธีการจองและชำระเงินด้วย Cryptocurrency กับโรงแรมในเครือ The Pavilions Hotels & Resorts คือ
- แขกต้องจองตรงกับทางโรงแรมผ่านทาง E-Mail
- หลังจากที่ได้รับการยืนยันการจองแล้วทางโรงแรมจะส่งลิงก์การชำระเงินไปให้แขกดำเนินการซึ่งลิงก์นี้จะใช้ได้ 90 นาทีเท่านั้นและหากทำการชำระเงินแล้วจะไม่สามารถคืนเงินได้
- แขกกรอกรายละเอียดการชำระเงินจากกระเป๋าเงิน (Crypto Wallet) ผ่านรหัส QR หรือหมายเลขกระเป๋าเงิน (Crypto Wallet)
- หลังจากเสร็จขั้นตอนแล้วแขกจะได้รับการยืนยันการจองและเตรียมตัวเดินทางมาเข้าพักได้ต่อไป

การเปิดประสบการณ์ด้านการรับชำระเงินด้วย Cryptocurrency นี้ ทาง Mr. Gordon Oldham - Founder & Owner ของทาง The Pavilions Hotels & Resorts กล่าวว่า “ประสบการณ์เฉพาะบุคคลคือหัวใจสำคัญของ DNA ของเรา การยอมให้มีความยืดหยุ่นในการชำระเงินรวมกับการรักษาความปลอดภัยและความอุ่นใจสำหรับแขกของเราเป็นขั้นตอนต่อไปในการให้บริการส่วนบุคคลและตามความต้องการ”

ในส่วนพันธมิตรด้านการรับชำระเงินของ The Pavilions Hotels & Resorts อย่าง Coindirect ทาง Mr. Jesse Hemson-Struthers Founder & CEO ของทาง Coindirect กล่าวเพิ่มเติมว่า"เราภูมิใจที่ได้มอบแพลตฟอร์มสำหรับคู่ค้าสำหรับการชำระเงินที่ปลอดภัยด้วยสกุลเงินดิจิตอลกว่า 40 สกุล นี่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับ The Pavilions Hotels & Resorts เพื่อให้แน่ใจว่าบริการชำระเงินแบบ end-to-end มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และง่ายสำหรับแขกเมื่อทำการจอง ประสบการณ์ครั้งต่อไปของพวกเขาที่ The Pavilions Hotels & Resorts ทั่วโลก”

สำหรับ The Pavilions Hotels & Resort ปัจจุบัน มี Hotels & Resorts และ Pavillion Residence ภายใต้ Portfolio ของกลุ่มครอบคลุม 14 แห่งทั่วโลก รวมถึงบาหลี นิเซโกะ (ญี่ปุ่น) และภูเก็ตในเอเชีย อัมสเตอร์ดัม มาดริด และโรมในยุโรป และยังมีโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้แก่ The Pavilions Anana Krabi, The Pavilions Phuket Residence, Cape Amarin ในภูเก็ต และ The Pavilions El Nido เกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์
Credit รูปภาพและรายละเอียดการรับชำระเงินด้วย Cryptocurrency : https://www.pavilionshotels.com/cryptocurrency-payments/

Credit News: By MELISSA STEWART
https://cnaluxury.channelnewsasia.com/experiences/the-pavilions-hotels-resorts-cryptocurrency-bookings-186456?fbclid=IwAR3Dsaz34HnKBXHtVZfoVW2Yvy2CXGS7kv5AJDnQxUHBtRnVoAZjv11sq-s

Clip บทบาทของ Cryptocurrency ต่ออุตสาหกรรมโรงแรมในอนาคต : https://youtu.be/Wu-mWxcU4nk

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เรื่องเล่านิยายก่อนนอน Part II

เรื่องเล่านิยายก่อนนอน Part II

ผมเริ่มต้นกลับเข้าไปทำงานใหม่ในตำแหน่ง Room Service ครับซึ่งหลังจากที่สถานการณ์โรงแรมกลับมาดำเนินการได้ตามปกติช่วง High Season อย่างที่เราชาวโรงแรมรู้กันครับว่าเป็นช่วงเวลาทำเงินของพี่น้องโรงแรมทุกคน ตั้งแต่เจ้าของโรงแรมยันพนักงานโรงแรมรวมถึงธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอช่วงเวลานี้กันอยู่แล้วแต่ในปีนี้มันเป็นปีที่พิเศษหน่อยเพราะหลายคนบอบช้ำมาจากวิกฤตสึนามิที่พึ่งผ่านไป ดังนั้นกลยุทธ์การขายหรืออะไรต่างๆ ที่แปรเปลี่ยนเป็นเงินได้จะถูกนำออกมาใช้กันในช่วงนาทีทองแบบนี้


สำหรับเนื้องานของผมนั้นคงไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากนะครับเพราะหลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน้าที่แต่สิ่งที่ผมจะเล่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานซึ่งผมไม่เคยลืมมันเลยจนถึงทุกวันนี้ครับ


ต้องบอกก่อนว่าแผนกของผมจะมีเพื่อนร่วมตำแหน่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คนสลับหมุนเวียนกะกันไปตามนโยบายประหยัดแรงงานตอนนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าจำนวนพนักงาน Room Service เท่านี้มันมากไปหรือน้อยไปไหมแต่ถ้าจะพูดกันถึงเนื้องานบางทีเราก็รู้สึกยุ่งกันมากจริงๆ จนแทบไม่มีเวลาได้พัก ได้กินข้าวกันเลยแต่บางช่วงก็แทบไม่ค่อยมีงานกันเลยนั่งตบยุงตายกันเป็นกอง จะว่าไปส่วนตัวผมก็รู้สึกปกตินะครับเพราะมันก็มีคนปฎิบัติงานอำนวยความสะดวกให้แขกทุกรอบ ส่วนใหญ่ช่วงเช้าแขกมักจะไม่ค่อยสั่ง Room Service เท่าไหร่ต่อให้มี ABF on request ไปบนห้องก็ไม่เยอะซึ่งส่วนใหญ่ Waiter หรือ Waitress ก็จะจัดการตรงนี้ได้ถือว่าช่วยกันไปเพราะนโยบายเค้าไม่ต้องการให้มีพนักงานมากเพื่อ Service Charge เวลามาแบ่งกันมันจะได้จำนวนเยอะหน่อย ส่วนใหญ่งานของผมจะไปเยอะอยู่ที่รอบบ่ายกับรอบดึกเป็นหลักครับ


ปกติแล้วผมจะทำงานรอบบ่ายเป็นหลักสลับกับเพื่อนอีกคนหนึ่งแต่เวลาวันหยุดวันลาเราก็ตกลงกันเองไม่ค่อยมีปัญหาด้วยความที่คนมันน้อยครับและจากการเป็น Room Service มันเลยทำให้เราค่อนข้างที่จะต้องทำงานใกล้ชิดกับแผนกครัวซึ่งจากการที่ผมต้องทำงานช่วงบ่ายค่อนข้างบ่อยทำผมได้รู้จักกับพี่เดชซึ่งเป็น Chef ที่จะเข้ากะบ่ายเป็นส่วนใหญ่เหมือนกับผมและบางครั้งก็มีบ้างที่แกต้องเข้ากะดึกเวลาลูกน้องแกหยุดหรือคนไม่พอเพราะโรงแรมผมนั้น Room Service เป็นแบบ 24 ชั่วโมงเอาจริงๆ ช่วงกลางคืนผมก็เคยได้ Order บ้างหลักๆ ก็ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่มีบอลเตะนั่นแหละครับส่วนวันอื่นๆ แม้จะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ส่วนงานของ Chef รอบดึกจะไม่ค่อยเยอะแต่จะหนักไปทางการที่ต้องเตรียมอาหารในไลน์ Buffet ต่อเช้ามากกว่า


พี่เดชแกเป็นคนพื้นที่ซึ่งทำงานมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกโรงแรมและด้วยความที่แกเป็นคนที่อยู่มาตั้งแต่แรกพี่เดชแกก็จะเห็นความเป็นไปของโรงแรมตั้งแต่ก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงวันที่เกิดเหตุการณ์น่าสลดช่วงสึนามิซึ่งตอนนั้นพี่เดชเองแกก็เป็นอีกคนที่โชคดีไม่ได้ไปทำงานเพราะเป็นวันหยุดของแกแตกต่างจากเพื่อนของแกอีกคนที่เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งพี่เดชบอกว่าในความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมันมีห้วงหนึ่งลึกๆ ในใจแกเหมือนกันที่แกคิดไปว่าเพื่อนแกต้องมาจากไปเพราะแกแต่ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไปพี่เดชแกก็ต้องพยายามปรับสภาพจิตใจให้ลุกขึ้นสู้ต่อไปได้แต่กว่าจะผ่านมาได้ก็เรียกได้ว่าสาหัสอยู่เหมือนกัน 


เมื่อเราทำงานช่วงกลางโพล้เพล้ควบกลางคืนเป็นหลักในโรงแรมที่เพิ่งผ่านการสูญเสียจากผู้คนหลายชีวิตแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกับอะไรที่เราหาคำตอบไม่ได้ครับ


วันนั้นผมจำได้ว่ามันเป็นวันแรกที่ผมต้องอยู่รอบดึกซึ่งจริงๆ มันต้องเป็นเพื่อนผมที่ต้องมาเข้ารอบแต่วันนั้นมันดันมีธุระเลยมาขอแลกกะกับผมซึ่งผมก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะวันพรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดผมพอดีอันนี้คนโรงแรมเราจะรู้กันเวลาที่คนไม่พอและต้องหาคนมาทำงานกะดึกแทนคนที่เข้าปกติแน่นอนว่าส่วนใหญ่หวยจะมาออกที่คนรอบบ่ายเป็นหลักครับและผมคือหนึ่งในนั้นที่ต้องมาเข้าดึกวันนี้


ผมมาเข้างานต่อรอบกับรอบบ่ายเรียบร้อยแล้วก็ลงไปที่ห้องครัวเพื่อจะไปเช็ค ABF Box ที่มีแขกสั่งไว้พรุ่งนี้ตอนตี 5 ไปถึงก็เจอพี่เดชซึ่งวันนี้แกก็มาทำงานรอบดึกเหมือนกันเราทั้งสองคนก็ทักทายกันผมก็พูดหยอกแกไปว่าพี่ๆ คืนนี้ขอกระเพราทะเลรอบดึกหน่อยนะหิวพี่เดชแกก็ตอบมาติดตลกว่าไม่เอา..เดี๋ยวกูโดน Warning ไอ้ห่าผมหัวเราะและไม่ได้ว่าอะไรแกก็แนวหยอกๆ กัน คุยกันสักพักพี่เดชก็พูดขึ้นมาว่าเดี๋ยวช่วง ตี 3 พี่ไม่อยู่ครัวนะอยู่ Office มีอะไรตามพี่ที่นั่นนะผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรกับประโยคนี้แต่ประโยคต่อไปต่างหากที่ทำผมเริ่มสงสัยเพราะพี่เดชบอกว่าแล้วมึงไม่ต้องลงมาในครัวช่วงนั้นนะถ้าจะคุยกับพี่ไปหาที่ห้องผมก็ งง แลดูแกจริงจังมากว่าห้ามลงมาช่วงเวลานั้นแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะวันนี้อยู่ดึกวันแรกตั้งแต่กลับมาทำงาน พอผมหันหลังจะเดินกลับแกก็ยังตะโกนย้ำมาอีกว่ามึงเข้าใจที่กูพูดมั้ยเนี่ยผมก็ตอบแกไปแบบ งงๆ นอยๆ หน่อยเออพี่ เข้าใจแล้วน่าแล้วก็เดินจากไปแต่ตอนนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยและตั้งใจว่าเดี๋ยวจะลงมาตอนตี 3 เพราะผมคิดว่าแกจะมาแอบนอนเลยกะว่าเดี๋ยวจะลงมาแกล้งแกซะหน่อย ความคิดนี้แหละครับที่ถ้าย้อนเวลาไปได้ผมจะเชื่อแกเป็นอย่างดีเพราะสิ่งที่ผมจะเจอต่อไปนี้มันเกินบรรยายจริงๆ ครับ


โปรดติดตามตอนต่อไป....




วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ลงทะเบียนฟรี!!!
เฮียอยากให้แฟนเพจทุกท่านลงทะเบียนเรียนกันครับ 😊😊😊
เพื่อเตรียมความพร้อมกับอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวของพวกเราที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
วันนี้เฮียมีคอร์สดีๆ จาก "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ร่วมกับ "Skooldio" จัดอบรมคอร์สสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมหรือบุคคลากรและผู้ที่สนใจในธุรกิจโรงแรมได้เข้ามาอบรมกันฟรีในช่วงนี้นะครับเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง อาทิ
1. ทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าพัก?
2. เข้าถึงลูกค้าด้วยการตลาดสมัยใหม่ (อันนี้น่าสนใจมาก)
3. สร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างประทับใจ
4. สร้างทีมงานบริการด้วยใจ
5. ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการเงินที่เข้มแข็ง (อันนี้ก็สำคัญ)
อย่างที่เรารู้กันดีว่าธุรกิจโรงแรมตอนนี้โดนท้าทายอย่างหนักจากวิกฤติ COVID-19 ทำให้เจ้าของโรงแรม ทีมบริหาร และพนักงานโรงแรมหลายๆ คนต้องสูญเสียอาชีพและหน้าที่การงานไปจากวิกฤตนี้แน่นอนว่าเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้แต่เราสามารถวางแผนสำหรับอนาคตได้เฮียยังเชื่อมั่นว่ายังไงธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวจะไม่มีวันสลายไปอย่างแน่นอนเพียงแต่รอเวลาที่นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวเหมือนเดิมอีกครั้งเท่านั้นแต่ ณ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการ "เพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆ" เพื่อนำไปใช้วางแผนรับมือกับอุตสาหกรรมโรงแรมแห่งอนาคตที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปและยังถือเป็นอีกโอกาสในการรวบรวมข้อมูลก่อนตัดสินใจว่าจะยังคงเดินหน้ากับธุรกิจโรงแรมนี้ต่อไปหรือไม่?
ลงทะเบียนกันได้เพียง Scan QR Code ในรูปนะครับหรือกด Link นี้ >>> https://www.tinyurl.com/hoteliertat <<<< อยากให้เข้าเรียนกันนะครับเนื้อหาดีและนำมาใช้ได้จริงๆ ที่สำคัญเป็นคอร์สจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวอย่าง ททท. โดยตรงด้วยนะ


วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ร้างความผูกพันกับแขกผู้เข้าพักด้วย Storytelling
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากที่โรงแรมได้ปรับมาตรฐานการให้บริการรับ New Normal ที่เปลี่ยนไปในด้านพฤติกรรมการเข้าพักของแขกโดยเฉพาะในด้านสุขอนามัยเป็นเรื่องของ “การสื่อสาร” ในสิ่งที่โรงแรมได้ทำการปรับปรุงไปยังกลุ่มแขกผู้เข้าพักเพราะนอกจากจะทำให้แขกเห็นพัฒนาการในด้านการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการเข้าพักแล้วนี่ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แขกตัดสินใจจองห้องพักได้อย่างมั่นใจและรวดเร็วมากขึ้นสำหรับวิธีการสื่อสารก็มีมากมายหลากหลายวิธีแต่ในวันนี้เราจะมาเลือกเครื่องมือตัวหนึ่งที่เป็น Trend ที่นิยมและมีประสิทธิภาพในการสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ดีอีกวิธีการหนึ่งนั่นคือการทำ “Storytelling” ซึ่งหลายๆ โรงแรมสามารถเลือกที่จะทำ Storytelling ด้วยตนเองได้ง่ายๆ และมีประสิทธิภาพโดยนำโครงสร้างด้านล่างไปประยุกต์ใช้กับองค์ประกอบของโรงแรม (บทความนี้เป็นทรรศนะจากประสบการณ์ของเฮีย)


1. The Point of Telling จุดที่จะเล่า? ประเด็นนี้เราสามารถเริ่มวิเคราะห์องค์ประกอบของโรงแรมเราก่อนว่าเราเลือกที่จะเอาจุดไหนมาเล่าเรื่องโดยทั่วไปแล้วจะมีองค์ประกอบใหญ่ๆ แบบไม่ซับซ้อนอยู่ 2 องค์ประกอบคือ Product และ Service เราจึงต้องทำการเลือกประเด็นที่จะเล่าก่อนว่าเราจะ Focus ไปที่จุดไหนสาเหตุที่ต้องแยกองค์ประกอบก็เพื่อการเล่าเรื่องที่เป็นลำดับขั้นและน่าติดตามชัดเจนในสิ่งที่เราจะเล่ามากขึ้นสื่อสารได้ตรงประเด็นขึ้นไม่สะเปะสะปะกระโดดไปกระโดดมาจนทำให้ผู้อ่านสับสนและเกิดอาการไม่เข้าใจว่า “เราจะสื่อถึงอะไร?” สำหรับการเลือกจุดที่จะเล่า เช่น
- Products กรณีที่เราเลือกที่จะเล่าเรื่องสินค้าของโรงแรมเราก็จำเป็นที่จะต้องหารายละเอียดของ ห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งอำนวยความสะดวกและเลือกจุดที่เราคิดว่าน่าสนใจและควรที่จะนำมาเล่าเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและอยากติดตามหรือตัดสินใจเดินทางมาใช้บริการ เช่น การเลือกประเด็นห้องพักโดยการเล่าเรื่องว่าห้องพักของโรงแรมนี้เคยมีคนที่มีชื่อเสียงมาพักหรือห้องพักของโรงแรมมีความพิเศษตรงการออกแบบที่มี Concept ที่โดดเด่นอย่างไร? เป็นต้น
- Services กรณีที่เราเลือกที่จะเล่าเรื่องการบริการเราจำเป็นที่จะต้องแตกองค์ประกอบย่อยไปอีกว่า “เราต้องการจะเล่าเรื่องการบริการของแผนกใด?” เช่น เราอยากเล่าประเด็นการให้บริการของแผนกแม่บ้านที่โรงแรมของเรามีบริการด้านความสะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้รับการรับการแนะนำจาก CDC หรือ WHO เราก็เลือกประเด็นนี้มาเป็นเรื่องเล่าว่าในช่วงที่ผ่านมาโรงแรมได้มีการพัฒนาด้านสุขอนามัยอย่างไรบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน
2. Storyteller หรือ “นักเล่าเรื่อง” ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการทำ Storytelling เพราะเป็นผู้ที่กำหนดเรื่องราวและวางโครงสร้างการเล่าเรื่องทั้งหมดกรณีนี้โรงแรมสามารถคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็น Storyteller ได้จากผู้ให้บริการอิสระ (Freelance) ที่มีประสบการณ์หรือจะเป็นการจ้างประจำให้มาอยู่ในส่วนของ Marketing Communication ด้วยก็ได้การคัดเลือก Storyteller จำเป็นที่จะต้องศึกษาเรื่องราวและ Achievement ต่างๆ ที่ผ่านมาให้ละเอียดเพื่อให้ทราบว่า Story Teller คนนี้เหมาะสมกับรูปแบบของโรงแรมหรือไม่? เพราะเมื่อโรงแรมใช้การเล่าเรื่องตามแบบของ Story Teller คนนั้นๆ แล้วตัวตนของโรงแรมในช่องทางที่ทำ Story Teller จะสร้าง Awareness ในรูปแบบนั้นกับกลุ่มเป้าหมายทันที เช่น หากเราเลือก Story Teller คนที่มีรูปแบบการเล่าเรื่องราวที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย ไม่เครียด ตัวตนของโรงแรมของเราก็จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับเรื่องที่เล่ากลุ่มเป้าหมายก็จะเป็นกลุ่มที่ชอบความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ไม่เครียดไปด้วย
3. Audience กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะกระสายเรื่องราวที่เราจะเล่าซึ่งโดยทั่วไปแล้วหลายๆ โรงแรมเลือกที่จะเล่าเรื่องผ่านช่องทาง Social Media ของโรงแรมไม่ว่าจะเป็น FB, IG, ฯลฯ ซึ่งในแต่ละช่องทางมีผู้ติดตามที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมการใช้งาน Social Media ช่องทางนั้นๆ ซึ่งเราจำเป็นต้องศึกษากลุ่มเป้าหมายให้ถี่ถ้วนก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราที่อยู่ในช่องทางเหล่านั้นเป็นใครบ้าง? เพศใด? อายุเท่าไหร่? มี Engagement กับ Page เราใดรูปแบบใด กด Like อย่างเดียวหรือ กด Link & Share? และจำนวนครั้งที่เขามีปฏิสัมพันธ์กับแต่ละ Post ของเราแสดงออกมาในรูปแบบใดการเข้าใจกลุ่มเป้าหมายจะทำให้เราเลือกองค์ประกอบต่อๆ ไปได้ดียิ่งขึ้น
4. Types of Content เราจะใช้การเล่าเรื่องแบบใด? ซึ่งเมื่อได้องค์ประกอบตามด้านบนแล้วเราก็มาทำการเลือกประเภทของการเล่าเรื่องของเราว่าเราจะเล่าเรื่องแบบใดซึ่งก็มีแบบหลักๆ ที่ให้เราเลือกใช้อยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ
- การเล่าเรื่องด้วยตัวอักษร เป็นการ Create Post และเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรตามปกติเหมือน Post ทั่วไปแต่ควรจะต้องมีการวางโครงสร้างการเล่าเรื่องที่เป็นลำดับตั้งแต่ “เกริ่นนำ - เนื้อหาที่ต้องการเล่า – สรุป” และสุดท้ายสิ่งที่อยากเสนอให้กลุ่มเป้าหมาย เช่น Promotion หรือการเชิญชวนร่วมทำกิจกรรมการเลือกแบบในการเล่าด้วยตัวอักษรควรต้องระมัดระวังเรื่อง “คำผิดและการใช้ตัวสะกด” เพื่อป้องกันกรณีการเกิดเหตุใช้คำผิดจนส่งผลทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงโดยเฉพาะถ้าเราใช้ Page ในรูปแบบ Business ในการเล่าเรื่อง
- การเล่าเรื่องด้วยภาพ การเลือกเล่าเรื่องด้วยภาพมองเผินๆ เป็นเรื่องที่ดูทำง่ายไม่ต้องคิดโครงสร้างในการ Post เยอะเหมือนกับการเล่าเรื่องด้วยตัวอักษรแต่จริงๆ แล้วการเล่าเรื่องด้วยภาพนี้ค่อนข้างเป็นอะไรที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ภาพที่มีองค์ประกอบที่ยากกว่าในการนำมาเล่าเราคงเคยได้ยินคำว่า “ภาพหนึ่งภาพแทนล้านคำพูด” นี่คือเรื่องจริงแต่กว่าจะได้ภาพหนึ่งภาพที่แทนความหมายได้ล้านคำนี่แหละเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดและต้องใช้ความละเอียดมากที่สุดอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือองค์ประกอบในภาพที่ต้องระมัดระวังการถูกนำไปตีความเป็นประเด็นอื่นซึ่งบางครั้งมีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องนอกเหนือจากที่เราต้องการจะศึกษา เช่น การที่เรา Post ภาพเพื่อเล่าเรื่อง Promotion ของโรงแรมแต่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาด้วยกรณีนี้อาจถูกเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องของการแสดงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเพจได้
- เล่าเรื่องด้วย VDO Clip เป็นการเล่าเรื่องที่ผสมผสานระหว่างการเล่าเรื่องด้วยตัวอักษรและการเล่าเรื่องด้วยภาพซึ่งประเด็นการเล่าเรื่องด้วย VDO Clip จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานเนื้อหาในรูปแบบ VDO จาก Hootsuite (Digital 2020 Thailand) พบว่าผู้ใช้งาน 99% จากผู้ใช้งาน Internet ทั้งหมดในประเทศไทยมีการรับชม VDO ผ่าน Platform ต่างๆ
5. Wording การใช้ถ้อยคำที่จะเล่าเรื่องเมื่อเราได้องค์ประกอบแล้วเราก็สามารถนำมาเลือกถ้อยคำที่ใช้สื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเราเนื่องจากการใช้คำเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากแขกผู้เข้าพักของโรงแรมเป็นแขกกลุ่ม Baby Boomer การใช้ถ้อยคำในการสื่อสารควรเป็นศัพท์ที่เข้าใจง่ายไม่กำกวมและไม่เป็นภาษาที่มีความเฉพาะกลุ่มหรือเกาะไปตามกระมากนักนอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาถึงการเล่าเรื่องในภาษาอื่นๆ ด้วยเช่นกันในกรณีที่กลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เป็นต้น ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสื่อสารโดยเฉพาะสำนวนและไวยากรณ์ที่ควรมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเผยแพร่เสมอ
6. Styles รูปแบบการเล่าเรื่องสำหรับการทำ Storytelling ส่วนใหญ่จะมี Types of Stories อยู่หลักๆ ด้วยกันทั้งหมด 7 ประเภท คือ Overcoming the Monster, Rebirth, Quest, Journey and Return, Rags to Riches, Tragedy, และ Comedy, สำหรับธุรกิจโรงแรมประเภทซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการพักผ่อนและความรู้สึกผ่อนคลายของแขกผู้เข้าพักการเล่าเรื่องที่ในรูปแบบของ “Comedy + Have Fund” จะช่วยส่งผลบวกต่อการทำ Storytelling เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมความรู้สึกของแขกผู้เข้าพัก ในปัจจุบันนี้การรับรู้ของผู้บริโภคต่อเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่งมีอัตราการการเกิดความสนใจในเนื้อหาค่อนข้างต่ำ (ถ้าเป็น VDO Clip เฉลี่ยจะอยู่ที่ 2-3 วินาที) หากเรามีรูปแบบการเล่าเรื่องที่น่าเบื่อและไม่น่าสนใจการทำ Story Telling ของเราก็ยากที่จะประสบความสำเร็จแต่ทั้งนี้เราจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบการเล่าเรื่องที่เราถนัดและกลุ่มเป้าหมายของเราชื่นชอบให้ได้เสียก่อนด้วยการทดลองเล่าเรื่องในหลากหลายรูปแบบและหมั่นประเมินผลตอบรับแต่ละแบบทั้ง “การเล่าเรื่องแบบมีสาระ” และ “การเล่าแบบกึ่งสาระ” หรือ “การเล่าเรื่องที่เน้นความสนุกสนานหรือการเล่าเรื่องเชิงคำถามเพื่อดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายมาช่วยกันหาคำตอบซึ่งสร้าง Engagement ให้กับโรงแรม” เป็นต้น
7. Structure การวางโครงสร้างการเล่าเรื่องในการทำ Storytelling ต้องมีการวางโครงการสร้างตั้งแต่เกริ่นนำ ตัวเนื้อหาที่สำคัญและสรุปไม่ควรใช้การเล่าเรื่องแบบบรรยายไปเรื่อยๆ โดยไม่มีโครงสร้างไม่มีที่มาที่ไปและไม่มีข้อสรุปเนื้อหาเพราะผู้อ่านหรือผู้รับชมจะไม่ได้รับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อรวมทั้งโรงแรมก็เสียโอกาสในการแจ้ง “เนื้อหาสำคัญ” ให้กับกลุ่มเป้าหมายด้วยนอกจากนี้ยังต้องมีการลำดับเรื่องที่จะเล่าว่าอะไรควรมาก่อนมาหลัง เช่น กรณีการจัดมาตรฐานด้านสุขอนามัยใหม่ให้กับโรงแรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อ COVID-19 ควรมีการเกริ่นนำเรื่อง “การปฏิบัติแบบใดที่เสี่ยงต่อการติด COVID-19” ตามด้วย “สิ่งที่โรงแรมทำทั้งหมดเพื่อลดความเสี่ยง” และสรุปคือ “โรงแรมได้ปรับวิถีการให้บริการเรียบร้อยแล้วแขกผู้เข้าพักจึงมั่นใจในความปลอดภัยในการมาพักกับโรงแรมได้” เป็นต้น
8. Unique Selling Point แม้แต่การเล่าเรื่องก็ต้องมีจุดขายดังนั้นเวลาที่เราทำ Storytelling เราต้องหาตัวตนของเราให้เจอว่าจุดขายในการเล่าเรื่องของโรงแรมนั้นคืออะไร? ซึ่งจุดขายในที่นี้อาจไม่ใช่แค่ Promotion ห้องพักราคาพิเศษหรือการเล่าเรื่องถึงความสวยงามของโรงแรมแต่ยังรวมถึง “ภาษาหรือเนื้อหาที่สนุก” หรือการมี “คำเฉพาะ” ที่เมื่ออ่านแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นเรื่องราวของโรงแรมซึ่งในข้อนี้เราควรใช้เวลามากเป็นพิเศษในการคิดคำหรือประโยคเฉพาะเพื่อใส่ไปในทุกหัวข้อของการทำ Storytelling
มีรายละเอียดตอนหนึ่งในบทความของ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ (https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647139) เกี่ยวกับการเล่าเรื่องจาก Paul Zak นักเศรษฐศาสตร์ ด้านประสาทวิทยา (neuro economist) ที่ Claremont Graduate University ซึ่งได้ทำการศึกษา neurobiology ของการเล่าเรื่องและพบว่า “เรื่องที่มีการเล่าที่ดีจะช่วยเพิ่มการปล่อยสารสำคัญที่ดี 2 ตัวในสมอง คือ dopamine (เมื่อให้ความสนใจกับเรื่องที่เล่า) และ oxytocin (ทำให้รู้สึกผูกพันเชื่อมโยง) ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดสภาวการณ์ที่เรียกว่า immersion ซึ่งผู้ฟังจะซึมซับด้วยความรู้สึกดื่มด่ำและพร้อมที่จะถูกโน้มน้าวถ้าจะให้ผู้ฟังเข้าไปอยู่ในสภาวการณ์ immersion ผู้เล่าจะต้องทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและเกิดอารมณ์ร่วมในเรื่องที่เล่าอารมณ์นี้แหละคือสิ่งที่จะไปเพิ่มความผูกพันกับผู้เล่า
ด้วยหลักฐานทางวิชาการนี้ธุรกิจโรงแรมซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเกิดสงคราราคา (Price War) ขึ้นใน Red Ocean รายใหญ่อาจไม่กระทบมากนักแต่รายเล็กนับเป็นเรื่องยากที่จะเข้าสู่สมรภูมินี้แต่ในอีกมุมหนึ่งถ้ารายกลางและรายเล็กถอยตัวเองออกมาจากสถานการณ์ที่ฝุ่นตลบอยู่นี้และหันมาสร้างการรับรู้ใน Brand ของโรงแรมมากกว่าการเสนอขายเพียงอย่างเดียวน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะสามารถรักษาตัวตนของโรงแรมให้ยังคงอยู่ไม่หายไปและที่สำคัญไม่ต้องใช้งบประมาณมากมายเพียงแต่หันมาเอาใจใส่ในเรื่องการสร้าง Storytelling ให้กับโรงแรมของตนเองเท่านั้นเพื่อสร้าง Engagement ให้กับแขกที่หากทำดีๆ อาจเกิดแขกที่มี Loyalty สูงกับโรงแรมอย่างที่เราคาดไม่ถึงมาก่อนก็ได้
N. Kamolpollapat – Hotel Man
3 July 2020 : 23.00 Hrs.

บทความแนะนำ