วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563

ตอน “แตกแจกทอง”

ตอน “แตกแจกทอง”

เรื่องนี้เกิดขึ้นจากปัญหาภายในครอบครัวที่ไม่รู้ว่ามันมาเป็นปัญหาของเราๆ ได้ยังไงเรื่องมันเริ่มขึ้นช่วงค่ำๆ วันหนึ่งมีแขกคู่สามี-ภรรยาแดนจิงโจ้มา C/I เฮียก็เป็นคนรับ C/I กระบวนการก็ผ่านไปอย่างปกติแต่สิ่งที่ไม่ปกติคือปฏิกิริยาของคู่รักจิงโจ้คู่นี้คือมีหลายๆ ครั้งที่ภรรยามองกระดาษ เอ้ย!!! กรรไกร เอ้ย!!! ค้อน เอ้ย!! ถูกแล้ว ผ่าม!! (นิดนึงมุข 5 บาท 10 บาทก็เอา) ภรรยามอง Hammer (ค้อน) สามีแบบไม่มีเหตุผลที่สำคัญสามีแกดูกลัวๆ หลอนๆ เหมือนไปทำอะไรผิดมาแต่ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรเพราะทั้งสองคนก็พูดคุยกับเฮียปกติและตัวสามีก็ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรตอนที่ภรรยามอง Hammer เฮียก็จัดการ C/I แต่ทั้งสองก็พูดกับเฮียดียิ้มแย้มปกติพอรับ key Card ไปเฮียก็ Offer ว่าจะ Escort ไปส่งที่ห้องพักแต่แขกไม่เอาบอกว่าจะเดินไปเองเฮียก็ไม่ได้ว่าอะไรได้แต่บอกทางไปลิฟท์ทีนี้ในระหว่างเดินไปเฮียเห็นเหมือนสามีเดินห่างๆ ภรรยาโดยที่ภรรยาก็พยายามตะคอกตลอดทางและคอยดึงเสื้อให้มาเดินใกล้ๆ กันแบบที่สามีดูกลัวๆ เกรงๆ แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าลิฟท์ไปที่ห้อง

ด้วยความเอะใจเฮียก็แจ้ง รปภ.ให้คอยดู CCTV หน้าห้องพักห้องนี้ไว้หน่อยนะเหมือนจะมีเหตุอะไรหรือเปล่าไม่แน่ใจแต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ก็ผ่านไปจนถึงเวลาประมาณ 5 ทุ่มเวลาดีมากอยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์โทรมาลงที่ Operator น้องมันก็โอนสายมาให้เฮียและบอกด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “เฮียคะแขกจะขอคุยกับ Manager ด่วนค่ะเสียงเค้าเหมือนทะเลาะกันอยู่” เฮียก็รีบรับสายมายังไม่ทันพูดจบว่า “ฉันเป็นผู้จัดการมีอะไรให้ช่วยเหลือไหม?” เสียงปลายสายเป็นผู้ชายพูดสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงตกใจและกลัวมากว่า “ช่วยชั้นด้วย เรียกตำรวจทีช่วยชั้นด้วยเค้าตีชั้น” เฮียก็ละจากสายมาแป๊บนึงแล้วบอกให้น้อง G.S.A กับ Bell Boy เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วขึ้นไปข้างบนหาแขกก่อนแล้วให้เรีย Security ไปด้วยโดยที่เฮียพยายามคุยกับแขกเรียกสติก่อนเพื่อให้ได้รายละเอียดเพิ่มเติมเฮียบอกแขกไปว่า “ยูใจเย็นๆ ก่อนนะยูบอกชั้นได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นใครจะทำร้ายยู? ชั้นให้พนักงานขึ้นไปช่วยยูแล้วนะแต่ยูใจเย็นๆ นะ”

ปลายสายก็ตอบมา “เค้าจะตีชั้นช่วยชั้นด้วย (เมื่อกี้บอกตีแล้ว)” แล้วสักพักก็มีเสียงผู้หญิงพูดแทรกมาว่า “วางสายลงแล้วมาคุยชั้นเดี๋ยวนี้..จะไปวุ่นวายกับพนักงานทำไม” แล้วเสียงผู้ชายก็พูดตอบกับผู้หญิงไปว่า “เธอตีชั้น เธอตีชั้น” ก่อนฝ่ายหญิงจะมาพูดสายกับเฮียแทนว่า “It’s OK ไม่มีปัญหาอะไรเราเคลียร์ปัญหาส่วนตัวกันเฉยๆ” แล้วสายก็ตัดไปคือก็เข้าใจแหละว่าคำว่า “ปัญหาส่วนตัว” นี่เราไปช่วยมากจะกลายเป็น “สอ ใส่เกือก ผูกเชือก กอ ไก่ (เสือก) เข้าให้อีกและ Ship Lost กันมาเยอะแล้วกับเรื่องผัว-เมีย” แต่ก็นะหน้าที่เราก็ต้อง Make Sure ว่าแขกปลอดภัยเฮียก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องไปถึงก็เจอน้องๆ หน่วยเคลื่อนที่เร็วรออยู่หน้าห้องพักเฮียไปถึงก็เคาะเรียกแขกเลยแป๊บเดียวแขกผู้หญิงก็มาเปิดประตูพอเห็นหน้าเฮียก็ทำหน้า งงๆ แล้วถามว่า “มีอะไรเหรอ?” เฮียก็เลยตอบไปว่า “สามียูน่าโทรไปแจ้งพนักงานว่ายูจะทำร้ายเค้าเราเลยขึ้นมาดูเพื่อความปลอดภัยมาตรฐานการดูแลแขกผู้เข้าพักของโรงแรมเราอยากมั่นใจว่ายูทั้งสองคน OK” เมียก็ทำหน้า งง กับเฮียซึ่งตอนนี้เค้าไม่ได้แปลงร่างเป็น FTG กับเฮียนะแต่คนที่ชะตาขาดน่ะคือสามีแกนี่แหละเพราะเจ้แกหันควับไปมองสามีแล้วก็ด่าไปว่า “ยูโทรไปแจ้งพวกเค้าทำไมนี่มันเรื่องของเรายูไปทำอะไรผิดไว้ชั้นต้องจัดการกับยูพวกเค้าไม่เกี่ยว” เฮียก็ งง สักพักเมียเขาก็หันมาบอกว่า “ไม่มีอะไรหรอกแค่ชั้นจับได้ว่าเค้ามีผู้หญิงคนอื่นและคุยกันมานานแล้วชั้นต้องการคำอธิบายและการสำนึกผิดจากเค้าและเรามาที่นี่ตามแผนที่เราจองไว้เราเลยกะจะมาเคลียร์ปัญหากันที่นี่” เฮียก็พอเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของสามีภรรยาก็เลยแจ้งแขกไปว่า “เราต้องขอให้ยูอย่าเสียงดังรบกวนคนอื่นนะและการใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหาเกิดสามียูบาดเจ็บขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่โตยูค่อยๆ พูดกันดีกว่านะ” ตัวของภรรยาก็ตอบเฮียมาว่า “Ok ไม่มีปัญหา” แต่ตัวสามีเหมือนจะสงบสติอารมณ์ได้และก็เดินมาแต่ยังอยู่ห่างๆ ภรรยาแล้วตะโกนข้ามมาบอกเฮียว่า “ขอโทษด้วยนะ..ชั้น Ok แล้ว” อ่ะ..แขกบอกว่า OK ก็ OK




พอลงมาจากห้องเฮียก็สั่งน้อง Operator ไว้ว่า “ถ้าแขกโทรมาขอของมีคมหรืออะไรที่จะเสี่ยงต่อการใช้เป็นอาวุธให้แจ้งเฮียเลยและห้ามเอาไปให้ถ้าสั่งข้าวก็ให้แจ้งด้วยเพราะจะให้พนักงานขึ้นไปขอเก็บจาน ช้อน ส้อม ทันที” แล้วก็ให้ Security คอยเดินสำรวจหน้าห้องนี้เป็นระยะๆ แต่สุดท้ายเคสนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีแบบไม่มีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้นเพราะรุ่งเช้าทั้ง 2 ก็เดินกระหนุงกระหนิงมากินข้าวกันปกติ....ดีนะไม่แตกไม่งั้นแอนตาซิลจ่ายเข็มละ 500 แล้ว #Hotelman #Hotelmantravel #ยอดมนุษย์โรงแรม #HotelMan

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตอน มาแล้วแก้วตาสัญญาให้ไว้ยังจำ
เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดไปเองของแขกว่ามาเมื่อไหร่ไปเมื่อไหร่ก็ได้? เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อมีแขกคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วยื่น CFM (Confirmation Letter) ให้เฮียเพื่อ C/I เฮียก็รับมาแล้วหารายชื่อในระบบปรากกว่าหาไม่เจอใน Function ของ Expect Arrival ในระบบ PMS และด้วยสัญชาติญาณที่ผ่านการ C/I ในลักษณะนี้มาอย่างโชคโชนเฮียก็ไปหาใน Function ของ Cancellation ก็ปรากกว่าไปเจอชื่อแขกตรงเป๊ะทุกอย่างจองผ่านพี่ด้ามาเฮียก็เลยแจ้งแขกไปว่า “ขอโทษนะครับคุณผู้หญิงเราได้รับรายละเอียดการยกเลิกการจองของคุณผู้หญิงมานะครับหมายเลข...”
คือคาดว่าน่าจะยกเลิกการจองแล้วเกิดเปลี่ยนใจอยากจะมาพักหรืออย่างไรไม่ทราบนี่แหละแต่เมื่อยกเลิกมาแล้วและไม่ได้จองใหม่ทางโรงแรมก็ต้องยึดเอาข้อมูลปัจจุบันและแขกอื่นที่ทำตามระบบไปก่อน
แขกพอได้ยินดังนั้นก็โมโหแล้วก็บอกเฮียมาว่า “ยกเลิกอะไรก็นี่ไงใบจองของชั้น” แล้วก็วางใบ CFM บน Counter ให้เฮียดูเฮียก็รับมาแล้วให้น้อง G.S.A เอาเข้าไปค้นในห้อง RSVN ว่ามีใบ Cancellation ของแขกท่านนี้หรือไม่ในระหว่างนั้นแขกก็บ่นใหญ่โตว่า “ยกเลิกบ้าอะไรใบจองก็เห็นอยู่เนี่ยถ้าไม่ได้ห้องพักนะน่าดู” เฮียก็ให้น้องเอาเวรกรรมดริ๊งค์กับผ้าเย็นมาให้ระงับสติอารมณ์ก่อนแต่ส่วนตัวเชื่อว่าแขกยกเลิกแล้วเพราะข้อมูลในระบบมันบอกไว้ชัดเจนแต่เพื่อความแน่นอนเลยขอหลักฐานก่อนดีกว่า
สักพักน้อง G.S.A ก็วิ่งออกมาพร้อมกับใน Cancellation ของแขกคนนี้จริงๆ
เฮียก็เลยกางให้แขกดูว่า “นี่ครับคุณผู้หญิงใบยกเลิกการจองชื่อและนามสกุลหมายเลขตรงกับของคุณผู้หญิง (แดนสยาม) เลยครับ” แขกรับไปก็นิ่งไปพักนึงคงนึกได้ว่าตัวเองไปยกเลิกการจองจริงๆ แต่ก็มาขนาดนี้แล้วเลยไปต่อแขกก็บอกว่า “แล้วยังไงแต่ชั้นมาแล้วเนี่ยมีห้องไหมชั้นจะพัก” เฮียก็ตอบไปว่า “มีห้องว่าครับราคา Walk In วันนี้ 2,300 บาท Net ครับ” แขกก็ปรี๊ดเลย “อะไรกัน!!! ทำไมแพงกว่าจองในเว็บล่ะลดให้หน่อยไม่ได้หรือไง” เฮียก็ตอบไปว่า “นี่เป็นราคา Walk In นะครับส่วนถ้าจอง Promotion สามารถจองผ่านหน้าเว็บของโรงแรมแบบ Last Minute ได้นะครับราคาจะถูกกว่านี้” แขกก็จัดการเปิดเว็บโรงแรมแล้วก็เตรียมจะจองแต่ทันใดนั้นแขกก็หันมาเหวี่ยงใส่เฮียระดับ 10 ริกเตอร์อีกว่า “ถูกแค่ไม่กี่ร้อยบาทเนี่ยนะเปลืองเน็ตชั้นจริงๆ” เฮียก็เงียบและทีนี้แขกอื่นๆ ก็เริ่มมองๆ เขาแล้วสักพักแขกก็ก้มลงน่าจะจองห้องผ่าน OTA นี่แหละอีกทีก่อนยื่นโทรศัพท์มาให้เฮียแล้วบอกว่า “เอ้า!! นี่ใบจองชั้นถูกกว่าที่เธอเสนอตั้งเยอะ..แทนที่จะลดให้ชั้นเท่าเค้าจะได้ไม่ต้องเสียค่า commission”
คือราคาใน OTA ถูกกว่า Rate Walk In ที่เฮียบอกอยู่ 150 บาทที่สำคัญมันเป็นราคาเดียวกับวันนั้นที่ขายผ่าน Last Minute ด้วยเฮียก็เลยไม่รู้ว่ามันถูกกว่าตรงไหนวะเนี่ย????


วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562

Speed

ตอน Speed เร็วกว่านรก
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น้อง Bell Boy เล่าให้เฮียฟังจากประสบการณ์ของเขาซึ่งตอนนั้นเฮียเพิ่งไปรับตำแหน่ง Front Office Manager ที่ระยองใหม่ๆ ก็เลยคุยกันน้องมันเล่าให้ฟังว่า “พี่รู้มั้ยครั้งนึงผมเคยเอา Passport ไปส่งให้แขกที่สนามบินแบบ EMS เรียกพี่มาแล้ว” เฮียก็เลยถามมันว่าเรื่องมันเป็นยังไงน้องมันก็เล่าให้ฟังว่า
เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่แขก Check Out แล้วรีบออกจากโรงแรมไปซึ่งตอนนั้นพอ Front Office ถามแขกว่าได้กินมินิบาร์ไหมแขกก็ตอบมาว่าไม่ได้กินคือช่วงนั้นแขกรอ Check In/ Check Out เยอะก็เลยพยายามจะลดขั้นตอนการรอ Check Mini Bar ออกไปก็เอาศัยการวัดใจถามเอาเลยถ้ากินก็จ่ายเท่าที่จำได้ถ้าไม่กินก็ปล่อยแขกเลยเพราะ GM อนุมัตแล้วทีนี้แขกแจ้งว่าไม่ได้กินก็ลาจากกันไปด้วยดี
คล้อยหลังไปประมาณ 30 นาทีมีโทรศัพท์สายนึงโทรเข้ามาในโรงแรมน้อง Operator โอนสายมาให้คุยกับทาง FOM คนเก่าซึ่งปลายสายมีท่าทีกระวนกระวาย กระสับกระส่ายคล้ายจะเป็นลมซึ่งพี่ FOM คนเก่าเค้าก็คุยกับแขกจนได้ใจความว่า “แขกลืม Passport และมั่นใจว่าลืมไว้ที่นี่อยากให้เราเอาไปส่งให้ตอนนี้ที่สนามบินด่วนที่สุดแบบที่เท่าไหร่ก็จ่ายไม่งั้นบินไม่ได้พี่ FOM เค้าก็แจ้งให้แม่บ้านขึ้นไปหาบนห้องก็ปรากฏว่าเจอจริงๆ (ตอนนั้นแม่บ้านไม่ได้ Check ห้องทันทีเพราะแขกเยอะกะว่าจะย้อนกลับมา Check และทำ VC เลยทีเดียว) Passport ของแขกอยู่ในตู้ Safe ที่ไม่ได้ Lock ไว้ (ยังดีที่ไม่ได้ Lock ถ้า Lock ไว้นี่เรื่องยาว) จากนั้นพี่ FOM ก็มาหาน้อง Bell Boy คนนี้แล้วบอกว่า “ตอนนี้แขกอยู่ Motorway แล้วช่วยเอา Passport ไปส่งให้หน่อยได้ไหมขอให้ถึงให้เร็วที่สุด” น้องมันก็ตอบไปว่า “ไปได้พี่ผมเหยีบได้รถโรงแรมเป็น Toyota Camry แต่ถ้าเกิดอะไรกับรถพี่ต้องรับผิดชอบให้ผมนะถ้าพี่ OK ผมก็ OK” พี่ FOM คนเก่าแกก็ไม่มีทางเลือกก็เลยตอบไปว่า “Ok ได้พี่รับผิดชอบเอง”
จากนั้นไอ้น้องคนนี้ก็อัดตั้งแต่ระยองมาถึง Motorway แบบที่ว่า “จ่ายทุกด่าน โดนทุกใบสั่ง แถมหม้อน้ำเกือบแตกเพราะร้อนจัด 555 (ไม่รู้มันพูดจิงมั้ย)” โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุซึ่งถ้าเกิดมันก็ไม่คุ้มจริงๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว Passport ก็ไปถึงแขกทันเวลาพอดีเป็นบทเรียนที่ว่า “ทำงานโรงแรมนี่เจอทุกสถานการณ์จริงๆ”

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตอน ปรับทุกข์
พนักงานโรงแรมอย่างเราบางทีก็ต้อง Service กันแบบ โค ตะ ระ Mind เลยนะเรียกได้ว่าต้องเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วกันจริงๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เฮียเข้ารอบดึกและเป็นเรื่องที่เฮียจำได้ดีเลยว่ามันเป็นการดูแลแขกแบบเหนือจินตนาการเลยจริงๆ
วันนั้นจำได้ว่าเป็นเวลาประมาณตี 2 ซึ่งเฮียก็จัดการตรวจ Room Rate เสร็จเรียบร้อย ตรวจ Bill เรียบร้อยแล้วก็ไปเดินตรวจโรงแรมมาเรียบร้อยสำหรับรอบแรกก่อนกลับมาที่หน้า Front เพื่อจะมาช่วยน้องมันเตรียม Reg. Card สำหรับ Check In วันใหม่ทีนี้อยู่ก็มีแขกกระทาชายนายหนึ่งลงมาหน้า Front แล้วก็เดินร้องไห้มาเลยออกจากลิฟท์มาก็ตรงดิ่งมาหาเฮียเลยเฮียก็ตกใจแล้วรีบเข้าไปถามว่า “ยูเป็นอะไรหรือเปล่า” ตอนนั้นที่กลัวอย่างเดียวคือกลัวแขกไม่สบายเจ็บปวดอะไรจนร้องไห้หรือเปล่าแต่พอถามจบแขกก็พูดขึ้นมาว่า “ยูมีเวลาฟังชั้นสัก 5 นาทีไหม”
พูดจบเฮียนี่รู้สึกแบบ “เฮ้ย!! จะมาไม้ไหนวะ??” แต่ก็ด้วยความมีจิตวิญญาณแห่งการบริการสูงปรี๊ดชนิดตึกใบหยกยังอายก็เลยบอกแขกไปว่า “ด้วยความยินดี” แล้วก็พาแขกไปนั่งที่ Lobby พอนั่งเสร็จแขกก็ร้องไห้ออกมาเฮียก็เลยหันไปบอกน้อง G.S.A ให้เอากระดาษทิชชู่มาให้แขกหน่อยแขกร้องไห้อยู่พักนึงโดยที่เฮียก็ไม่ได้กวนอะไรอยากให้เค้าระบายให้หมดพอตั้งสติได้แขกก็บอกมาว่า “แฟนชั้นเค้าทิ้งชั้นไปมีคนใหม่เค้าไม่สนใจชั้นแล้วชั้นไม่เข้าใจว่าทำไม? ชั้นไม่ดีตรงไหน? ชั้นผิดอะไร” ด้วยความเป็นพนักงานโรงแรมที่ดีนั่นหมายความว่าเราต้องช่วยเหลือแขกให้ดีที่สุดแม้เรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวกับปัญหาด้านการเข้าพักของแขกแต่ถ้าปล่อยให้แขกเก็บกดแบบไม่มีที่ระบายแบบนี้ปัญหาอื่นๆ อาจตามมาได้แบบที่เราอาจไม่คาดคิด
เฮียก็เลยตัดสินใจอยู่รับฟังและปลอบใจเค้าไปก็คุยกลับไปว่า “ยูใจเย็นๆ ก่อนนะชั้นคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันมีทางออกยูลองให้เค้าใจเย็นๆ แล้วคุยกันอีกทีดีไหม? เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น” แขกก็ตอบกลับมาแบบเคล้าน้ำตาเลยว่า “มันเป็นไปไม่ได้แล้วแหละเพราะเค้าไปมีคนใหม่แล้วและชั้นก็เพิ่งรู้ว่าเค้าคบกันมาเกือบปีแล้วโดยที่ชั้นไม่รู้” จากนั้นก็ดราม่ามาอีกดอกนึงโดยการร้องไห้เล่นใหม่รัชดาลัยเธียร์เตอร์เลยตัดพ้อกับตัวเองไปว่า “ทำไมต้องทิ้งชั้นไป ทำไมทำอย่างนั้น ทำไมทำอย่างนี้” รวมแล้วก็น่าจะเกิน 5 นาทีไปไกลโขแล้วแหละเฮียก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะพี่แกเล่นใหญ่ไม่หยุดเลยก็เลยรอจังหวะเค้าเหนื่อยและหยุดพักก่อนจะพยายามใช้ Human Touch โดยการจับแขนเค้าเบาๆ แล้วปลอบใจเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นแล้วก็เลยเปิดอกคุยกันเลยตามประสาคนเคยมีประสบการณ์การโดนทิ้งว่า “ยูรู้ไหมชั้นก็เคยเจอแบบยูนะ เจอแบบที่เค้าไปแล้วไม่บอกชั้นเลยแหละชั้นไปเจอเค้าอีกทีตอนเค้าไปอยู่กับคนอื่นแล้ว” คราวนี้แขกเริ่มนิ่งไปชั่วขณะแล้วเริ่มเพิ่งความสนใจมาที่เรื่องของเฮียและกลายเป็นว่าตอนนี้กำลังจะเกิดภาวะ “สลับข้างกันระหว่างคนฟังกับคนรับฟัง” 555 แขกก็ถามกลับมาว่า “แล้วยูทำยังไง?” เฮียก็ตอบไปว่า “ชั้นจะทำอะไรได้เพราะเขาไปขนาดนั้นแล้วคงจะให้เขากลับมาไม่ได้เพราะมันเป็นอดีตชั้นเลย Focus ที่อนาคตเพราะชั้นเชื่อว่าชั้นต้องเจอคนที่ดีกว่าแน่นอนแล้วชั้นก็ผ่านมันมาจนได้ถึงวันนี้” แขกก็ยื่นมือมาจับแขนเฮีย “ยูเข้มแข็งมากเลยนะชั้นอยากเป็นแบบยูบ้าง”
เฮียก็เลยปลอบใจไปอีกว่า “มันเป็นเรื่องปกติแหละตอนนี้ยูเสียใจแต่ถึงจุดหนึ่งยูจะเฉยๆ กับเรื่องนี้เพราะมันก็จะผ่านไปยูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว” แขกก็นั่งพยักหน้ายังมีสะอื้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้หนักแล้วทีนี้เฮียเลยปลอบใจไปดอกสุดท้ายว่า “ทุกวันนี้ชั้นก็มีความสุขดีกับคนที่ชั้นคบยูเชื่อชั้นนะว่ายูยังจะเจอคนอีกเยอะสักวันยูจะเจอคนใหม่ที่อาจจะดีกว่าก็ได้” แขกก็เริ่มดีขึ้นเลยทีนี้แล้วก็ของคุณเฮียก่อนชวนกันคุยเรื่องอื่นๆ ต่ออีกสักพักแล้วก็มีเรื่องแฟนเค้าแทรกมาเป็นระยะๆ ว่าไปไหน ทำอะไรกันมา ซึ่งก็ยังมีอารมณ์เศร้าอยู่บ้างแต่ไม่มากเหมือนก่อนสุดท้ายผ่านไป 30 นาทีแขกก็ OK แล้วก็ขอตัวขึ้นห้องไปนอนก่อนของคุณเฮียที่ช่วยรับฟังเค้า
เคสนี้ก็เรียกได้ว่า “เป็นทุกอย่างให้แขกจริงๆ สำหรับ ยอดมนุษย์โรงแรม อย่างเรา”


วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562

คำขวัญงานโรงแรม

คำขวัญงานโรงแรม
อยากโดนแขกด่าให้เป็น G.S.A.
อยากเจอพนักงานเกเรให้เป็น HR
ถ้าอยากเป็นนางฟ้าให้เป็น G.R.O.
อยากได้ทิปเป็นโหลให้ไปเป็น Bell
ก่อนที่จะเป็น Sale ให้เป็น Reservation...
แต่ถ้าคิดว่ามั่นก็เป็น PR..
อยากเจอดาราให้เป็น Marketing
ถนัดเรื่องซ่อมจริงๆ ให้ไปเป็นช่าง
ใครชอบทำอาหารมั่งยังมีแผนกครัว
ถ้าถนัดนวดไทยนวดตัวให้ไปเป็น SPA
เสิร์ฟเช้า สาย บ่ายบุฟเฟ่ต์มาให้เป็น F&B
ชอบปูเตียงทำความสะอาดดีๆ ก็มี HK
อยากปราบแขกเกเรให้เป็น Secure
อยากพักผ่อนแบบชิลด์ให้อยู่นิ่งๆ
ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ให้เป็น GM ไปเลย..จบ


วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ตอน คนใจอ่อน

ตอน คนใจอ่อน
เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนใจอ่อนที่อยู่ดีๆ ก็มามีเรื่องให้พนักงานโรงแรมได้ปวดหัวแต่สุดท้ายก็ต้องช่วยเหลือกันไปเพราะเขาเป็นแขกของเราเรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อเฮียได้รับแจ้งจากน้อง Bell Boy ที่ลงมาจากการขึ้นไปส่งกระเป๋าแขกว่า “เฮียครับแขกห้อง ....” เค้าต้องการให้ผู้จัดการขึ้นไปบนห้องหน่อยครับ” เฮียก็ถามมันกลับว่า “เขกมีอะไรหรือเปล่า?” มันก็บอกมาว่า “ไม่รู้เฮียผมเห็นเค้ากำลังเถียงอะไรกันอยู่กับผู้หญิงไม่รู้ครับ” พอรับเรื่องมาเสร็จเฮียก็จัดการเปิดดูประวัติแขกใน PMS ก่อนเลยว่าเป็นใครมาจากไหนพอเปิดมาก็ปรากฏว่าเป็นแขกมาจากแดนกังหันลมแต่ในระบบบอกว่า C/I คนเดียวนั่น แส-ดง ว่าแขกต้องพาน้อง Join มาด้วยอย่างแน่นอนเฮียก็ให้น้อง Bell Boy มันไปไล่ดูในรายงานบันทึกการฝากบัตรประชาชนของน้อง Join ว่าห้องนี้มีเอาน้อง Join ขึ้นไปไหมก็ปรากฏว่าแขกพาขึ้นไปจริงๆ พอได้ความแล้วเฮียก็ขึ้นไปที่ห้องแขกพร้อมกับ Security 1 คน
ไปถึงยังไม่ทันได้เคาะประตูแขกก็เปิดประตูทิ้งไว้แล้วกำลังเล่นใหญ่กับน้อง Join เลยเสียงดังชึ้นเรื่อยๆ เฮียก็เลยบอกแขกว่า “สวัสดีครับชั้นเป็นผู้จัดการรบกวนยูใจเย็นๆ ก่อนนะเพราะตอนนี้เสียงดังมากเดี๋ยวแขกท่านอื่นจะได้รับความไม่สะดวก” แขกก็เบาเสียงลงแล้วก็ตรงดิ่งมาหาเฮียเลยบอกว่า “ชั้นให้เงินเค้าไปแล้วทำไมเค้าจะต้องมาเอาเงินจากชั้นอีกชั้นไม่เข้าใจ” เฮียก็หันไปถามน้องมันว่า “น้องแขกเค้าบอกว่าน้องจะเอาเงินเค้าเพิ่มเหรอครับ” น้องมันก็ตอบมาว่า “ก็ตอนแรกตกลงกันมาแล้วว่าจ่ายก่อนครึ่งนึงแล้วอึกครึ่งมาจ่ายที่โรงแรมไงพี่หนูก็เลยมา” เฮียก็หันไปอธิบายกับแขกว่า “ขอโทษนะเค้าบอกชั้นว่าตอนแรกตกลงกันยูจะจ่ายให้เค้าครึ่งนึงก่อนแล้วอีกครึ่งมาจ่ายที่นี่” แขกก็รีบตอบมาเลยว่า “NOOOOO” ลากเสียงยาวเลย “ชั้นบอกเค้าว่าชั้นให้ได้เท่านี้นะแล้วเค้าก็บอกว่าโอเคชี้นก็เลยพามาแล้วชั้นก็ต้องเสียเงินให้ยูอีกนี่ชั้นจ่ายไปมากเกินแล้วนะ” เฮียก็หันไปบอกกับน้องซึ่งก็ไม่รู้ว่ากูจะทำแบบนี้ทำไมวะเนี่ยตอนต่อราคาก็ไม่ได้ไปอยู่ด้วยซะหน่อยว่า “น้องครับเค้าบอกว่าเค้าตกลงกับน้องมาแค่นี้นะครับเค้าจะให้แค่นี้นะน้อง” น้องมันก็โมโหแล้วก็หันไปด่าแขกเลยว่า “ชั้นจะไปแจ้งความยูโกงชั้น” เป็นภาษาอังกฤษที่ฟังดูก็เข้าใจเลยว่าจะไปแจ้งตำรวจแขกก็โมโหก็สวนมาเลยว่า “ยูไปเลยชั้นไม่จ่าย” แล้วก็หันมาบอกเฮียว่า “เอาเค้าออกไปจากห้องชั้นเดี๋ยวนี้เลย” อ้าวเฮ้ย!! โยนงานมาอีกแล้วเราก็ด้วยความเป็นพนักงานที่ดีก็ต้องทำตามหน้าที่เฮียก็หันไปบอกกับน้องว่า “น้องครับพี่เข้าใจน้องนะแต่แขกจะจ่ายแค่นี้และต้องการให้น้องออกจากห้องในฐานะแขกพี่ก็ต้องดูแลเค้าน้องลงไปกับพี่ดีกว่านะส่วนน้องจะไปแจ้งตำรวจยังไงก็แล้วแต่น้องนะ”
อยู่ดีๆ น้องมันก็ทรุดนั่งลงกับพื้นเลยแล้วก็ร้องให้ปานจะขาดใจคือร้องหนักมากจนแขกตกใจแล้วก็หันมาถามเฮียว่า “เค้าเป็นอะไร” เฮียก็เลยตอบแขกไปว่า “เค้าคงเสียใจน่ะที่ไม่ได้เงินแต่เดี๋ยวชั้นจะพาเค้าลงไปเอง” แล้วเฮียก็เดินไปหิ้วปีกน้องมันขึ้นมาแล้วบอกว่า “น้องลงไปกับพี่นะยังไงพี่ก็ให้น้องอยู่ในนี้ไม่ได้แล้ว” น้องมันก็ร้องให้ตอนแรกเหมือนจะไม่ไปแต่ก็ยอมลงไปโดยดีแล้วอยู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นแขกก็พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก่อน” เฮียก็ให้ รปภ. พาน้องออกไปยืนนอกห้องก่อนเพราะจับพลัดจับผลูยังไงถ้าเค้ามีปัญหากันน้องเค้าก็จะได้ไม่ต้องดื้ออยู่ในห้องให้เหนื่อยพาออกไปอีกแขกก็พูดมาว่า “ยูเอาเงินที่ชั้นจ่ายยูให้เค้าไปเพิ่มได้มั้ยเค้าน่าสงสารนะ” อ้าวเฮ้ย!! ทำไมโยนมาให้ รร. ซะงั้นวะเนี่ยเฮียก็ตอบไปว่า “ไม่ได้หรอกเพราะเงินนี่มันคนละส่วนกันกับส่วนที่ยูตกลงกับเค้า” แขกก็สวนมาว่า “แต่ชั้นจ่ายค่าห้องยูมาแล้วนะแล้วชั้นพาคนอื่นเข้ามาทำไมชั้นต้องจ่ายอีกล่ะมันไม่แฟร์นะเค้าทำงานให้ชั้นจริงๆ เค้าต้องได้เงินนี้นะไม่ใช่โรงแรม” อ้าว เริ่มออกทะเลไปซะและแขกกูเฮียก็เลยต้องพาเข้าฝั่งมาก่อน “ตอนที่ยูจองมาเป็น Single Rate ใช่ไหม” แขกก็ตอบมาว่า “ใช่” แล้วถ้ายูจะพักสองคนยูก็ต้องจ่ายเพิ่มถูกไหมเพราะมันจะไม่ใช่ Single มันจะเป็น Double ซึ่งถ้าจะจ่ายเพิ่มสำหรับห้องพักห้องนี้ราคาอยู่ที่ 1800 บาท Net ยูอยากให้ชั้นชาร์จราคา Double Rae แล้วเอาเงิน 1000 บาทนี้คืนให้เขาไปไหม? ชั้นจะได้ทำชาร์จใหม่นะ” แขกก็เงียบแล้วก็ถามเฮียมาว่า “แล้วยูไม่สงสารเค้าเหรอเค้าได้เงินแค่นี้เอง” เฮียก็เลยถามกลับว่า “จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างยูกับเค้านะไม่เกี่ยวกับเราเลยเพราะเราดูแลยูในฐานะแขกไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ กับการให้หรือไม่ให้ค่าตอบแทนเค้าเลยนะแล้วยูจะให้เราจัดการได้ยังไง” พูดจบก็เหมือนจะได้สติแล้วก็เหมือนแกจะเป็นคนขี้สงสารและก็เดินหยิบเงินมาให้น้อง Join เพิ่มอีกเสร็จแล้วก็ปิดประตูห้องไปเลยแบบไม่พอใจเฮียอย่างมากซึ่งก็ไม่รู้ว่า “กูผิดอัลไลวะเนี่ย”


บทความแนะนำ