วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ตอน สื่อสารฉับไว กว้างไกลทั่วโลก

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 7 ปี ที่แล้วเป็นอภิมหาปัญหาระดับ 40 ล้านเลยทีเดียว เรื่องมันมีอยู่ว่าโรงแรมเฮียตอนนั้นเนี่ยมันมีห้องอยู่ 4 ห้องที่อยู่มุมอับซึ่งสัญญาณโทรศัพท์มันเข้าไปไม่ถึง ทีนี้ก็มีแขกมา Complain อยู่เรื่อยๆ ว่าเค้าไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในห้องพักได้เลยเพราะไม่มีสัญญาณหรือบางทีโทรคุยกันก็ติดๆ ดับๆ ซึ่งส่วนมากพนักงานโรงแรมเฮียก็จะรู้ไอ้สามสี่ห้องนี้อยู่แล้วว่าเป็นห้องที่เป็นจุดอับสัญญาณก็จะเลี่ยงที่จะไม่ส่งแขกไปยกเว้นกรณีที่ High Occ. จริง ๆ ถึงจะส่งแต่ก็จะเลือกแขกประเภทที่มาแบบ Leisure ไม่เป็น Business เพราะสามารถลดเปอร์เซ็นต์การโดน Complain ได้มากไม่มากก็น้อย ทีนี้มันมีแขกคนนึงเค้าก็มา Complain เรื่องนี้แหละเฮียก็ Say Sorry เค้าไปและเล่นใหญ่เลยกะว่าจะให้ปัญหามันจบเลยทีเดียวแบบไม่ต้องร้องขอคือเฮียตัดสินใจ Host Dinner ไปเลย 1 มื้อสำหรับ 2 ท่านเพราะเราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ และก็จะเปลี่ยนห้องให้เขาในวันรุ่งขึ้นอีกด้วยเพื่อให้เขาไม่ต้องมาเจอปัญหานี้ แขกก็โวยวายๆ อยู่สักพักอ่ะนะแล้วก็มีเหน็บๆ มาให้ดูดีว่า “เธอคิดว่าชั้นเห็นแก่ของฟรีเหรอ เธอปรับปรุงโรงแรมเธอดีกว่า” เฮียก็ตอบไปว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราอยากจะรับผิดชอบกับปัญหาที่มันเกิดขึ้นและทำให้ยูได้รับความไม่สะดวกในการเข้าพัก” สุดท้ายจบลงที่ประโยค “ถือว่าชั้นรับคำขอโทษด้วยอาหารมื้อนี้ของยูแล้วกัน” แล้วก็จากไป เคสนี้เฮียก็ต้องยอมเพราะโรงแรมผิดจริงๆ

เฮียตัดสินใจโทรไปคุยเกี่ยวกับที่แขก Complain ว่าไม่มีสัญญาณก็ได้ความว่า “ตรงนั้นเป็นจุดที่เค้ายังไม่ได้ตั้งเสาสัญญาณไว้เลยทำให้บางพื้นที่จะมีจุดอับสัญญาณทำให้ใช้บริการได้ไม่สะดวก” และด้วยความที่เฮียก็ไม่รู้เนาะก็เลยบอกพี่เค้าไปตามประสาคนไม่รู้ว่า “พี่ครับ แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไงบ้างครับพอมีทางแก้ไหม? เราตั้งเสาเลยได้ไหมครับ? มีอะไรที่โรงแรมพอจะช่วยได้บ้าง” คือกะว่าช่วยทุ่มสุดตัวมั่วสุดตีนอ่ะเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอปัญหานี้อีก แต่พี่แกตอบกลับมาหน้าแทบหงายว่า “ถ้าจะแก้ปัญหานี้ต้องรอเค้าตั้งเสาก่อนน่ะครับ” คำตอบนี้ไม่เท่าไหร่แต่มาเจอคำตอบหลังว่า “แต่ตอนนี้บริษัทยังไม่มีโครงการเลยครับเพราะเสาต้นนึงก็ประมาณ 40 ล้านบาทครับน้องคงต้องรอก่อนนะครับ” 

เอิ่มมมมม OK ครับพี่ พ่อผมก็ไม่ได้รวยด้วยดิก็เอาเป็นว่าแก้ปัญหาแบบนี้ไปก่อนละกัน เฮ่อๆ ใจตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องหรอกนะว่ามันต้องขนาดนั้นจริงเหรอ หรือว่ามีวิธีอื่นแต่เมื่อเขาบอกมาแบบนี้ก็ไม่รู้จะเอาวิชาการอะไรไปงัดกับเขาอ่ะนะครับเพราะเฮียก็ไม่มีความรู้อะไรก็ได้แต่รายงาน GM เขาไป

ปล. เหมือนเดิมนะจ๊ะ ฝากด้วยนะครับหนังสือ Hotel Man Vol.2 ใกล้จะตัดยอดแล้วนะครับใครที่สั่งแล้วยังไม่ได้ชำระเงินก็รบกวนด้วยนะครับผม ขอบคุณครับ

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ช้างตายทั้งตัว เหม็นจัง

ตอน ช้างตายทั้งตัว.....เหม็นจัง

เรื่องนี้เกิดขึ้นย่ำค่ำคืนหนึ่งขณะที่เฮียกำลังยืนเขียน Log Book อยู่ ทันใดนั้นเองปรากฏกายของแขกจากแดนไวกิ้งเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเฮียพร้อมกับเปล่งวาจาขึ้นอย่างดังว่า “เรียงเบอร์มั้ยครับ เรียงเบอร์” เอ้ย!!! ไม่ใช่ๆ โทษทีพอดีอินกับหวยเมื่อวานไปหน่อยเอาใหม่นะ พร้อมกับเปล่งวาจาขึ้นว่า “Can I see the Manager” และด้วยประโยคนี้ไม่ต้องสันนิษฐานสิ่งที่จะตามมาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นพอเฮียตอบกลับไปว่า “Ye I am” เท่านั้นแหละพี่แกก็เล่นใหญ่ใส่ชฏาเลยทีเดียวชนิดที่ไม่เกริ่นให้ทราบเลยว่าไปโดนตัวไหนมาหรือมีปัญหาอะไร เฮียก็ฟังแกด่า ย้ำว่าด่านะแบบรัวๆ แต่ก็ยังมีสติจับใจความได้ว่าเมื่อวานมีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องพักแล้วทีนี้ของแกหาย พอพี่แกเหนื่อยและเว้นช่องว่างหายใจเฮียก็รีบใส่กลับทันทีว่า “ยูช่วยบอกชั้นทีได้ไหมว่าของที่หายลักษณะเป็นยังไง” แกก็บอกมาว่า “มันเป็นกำไลข้อมือสีเขียว” ซึ่งความคิดเฮียเข้าใจว่าน่าจะเป็นกำไลหยกอ่ะนะ แกบอกว่า “แกวางไว้บนโต๊ะหน้าทีวีแต่พอแม่บ้านเข้าไปทำห้องและกลับออกมาปรากฏว่ามันหายไป” แกเลยโมโหและด่าโรงแรมด้วยประโยคมหาอมตะนิรันดร์กาลว่า “ฟักแม้วโฮเต็ล” อืม เฮียก็ยืนรับศีลรับพรไป คือก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่บอกรูปพรรณสัณฐานวะจะได้มาช่วยกันหาเดี๋ยวค่อยกลับมาด่าใหม่ก็ได้เพราะหาของน่าจะสำคัญกว่า

เฮียไม่รอช้ารีบตัดบททันทีว่า “ยูรอสักครู่นะชั้นจะโทรไปสอบถามกับพนักงานและจะทำเรื่องตรวจสอบให้ว่าใครเข้าไปบ้างหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอะไร” แต่สิ่งที่เฮียได้คืออะไรรู้ป่ะ? พี่แกเอามือกดหูโทรศัพท์ที่เฮียกำลังจะโทรหาแม่บ้านลงแล้วพูดว่า “ไม่ ชั้นไม่ต้องการ ชั้นแค่อยากคอมเพลนการบริการของโรงแรมยูเท่านั้น พนักงานที่นี่ขี้ขโมย” คืออารมณ์เหมือนประมาณว่าพี่แกอยากได้กระสอบทรายไว้ระบายอารมณ์แค่นั้นแหละแทนที่จะหาของและมาสืบหาความจริงก่อนครั้นจะด่าต่อก็ไม่สาย เมื่อเป็นเช่นนั้นและ “เค้าจ้างเฮียมาโดนด่า” เฮียก็เลยยืนเมาหมัดอยู่แบบนั้นแหละพร้อมกับคอยพูด Sorry เป็นระยะๆ เวลาแกพักหายใจ

ผ่านไปจนครบยกสุดท้ายเกือบ 10 นาที ซึ่งเฮียที่เป็นฝ่ายน้ำเงินโยนผ้าขาวยอมแพ้แล้วแต่ฝ่ายแดงยังถลุงไม่เลิกแต่โชคดีที่ระฆังมาดังเอาพอดีเพราะแกเริ่มเหนื่อยและที่สำคัญเมียลงมาตาม ทันทีที่เห็นสามีกำลังยืนต่อว่าพนักงานก็รีบเข้ามาเพราะนึกว่ามีเรื่องอะไร มาถึงตัวสามีก็บอกว่า “กำไลชั้นหาย โรงแรมนี้มีขโมย ชั้นกำลังสั่งสอนพวกเค้าอยู่ว่าบริการยังไงให้ดี” (สอนไรวะ ด่ากูอย่างเดียวเลย) แต่ที่เป็นไฮไหลคืออะไรรู้ป่ะ เมียยกข้อมือขึ้นมาแล้วบอกว่า “กำไลอันนี้ใช่ไหม ชั้นเอามาใส่เล่นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว เธอไม่ตื่นมากินอาหารเช้าชั้นลงมาคนเดียวก็เลยใส่มาด้วย”

เท่านั้นแหละความเงียบเข้าครอบงำ บรรยากาศกลายเป็น Dead air ในบัดดล เฮียผู้ที่ตอนนี้หน้าตาบวมปูดผลจากการเมาหมัดใช้จิตวิทยาในการส่งสายตาและท่าทางให้อีกฝ่ายรู้ว่า “เป็นไงล่ะมึง” โดยยืนนิ่งๆ และมองไปที่ใบหน้าตรงบริเวณสันจมูกเพื่อไม่ให้จ้องหน้าเกินไปอันจะทำให้แขกรู้สึกว่าถูกรุกราน และที่เด็ดต่อมาคือไงรู้ป่ะ พี่แกจับมือเมียแล้วเดินขึ้นห้องไปเฉยเลยไม่บอกขอโทษอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ....เอวังด้วยประการละฉะนี้แล

ปล.ช่วงนี้สนับสนุนโดยยาแก้ของหายตราควายออกลูก ทั้งๆ ที่ทำหายเองแบบไม่ได้พันผูกแต่สุดท้ายก็มาปลุกกูไปด่าทุกที


วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ตอน สื่อสารฉับไว กว้างไกลทั่วโลก

เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นอภิมหาปัญหาระดับ 40 ล้านเลยทีเดียว เรื่องมันมีอยู่ว่าโรงแรมเฮียตอนนั้นเนี่ยมันมีห้องอยู่ 4 ห้องที่อยู่มุมอับซึ่งสัญญาณโทรศัพท์มันเข้าไปไม่ถึง ทีนี้ก็มีแขกมา Complain อยู่เรื่อยๆ ว่าเค้าไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในห้องพักได้เลยเพราะไม่มีสัญญาณหรือบางทีโทรคุยกันก็ติดๆ ดับๆ ซึ่งส่วนมากพนักงานโรงแรมเฮียก็จะรู้ไอ้สามสี่ห้องนี้อยู่แล้วว่าเป็นห้องที่เป็นจุดอับสัญญาณก็จะเลี่ยงที่จะไม่ส่งแขกไปยกเว้นกรณีที่ High Occ. จริง ๆ ถึงจะส่งแต่ก็จะเลือกแขกประเภทที่มาแบบ Leisure ไม่เป็น Business เพราะสามารถลดเปอร์เซ็นต์การโดน Complain ได้มากไม่มากก็น้อย

ทีนี้มันมีแขกคนนึงเค้าก็มา Complain เรื่องนี้แหละเฮียก็ Say Sorry เค้าไปและเล่นใหญ่เลยกะว่าจะให้ปัญหามันจบเลยทีเดียวแบบไม่ต้องร้องขอคือเฮียตัดสินใจ Host Dinner ไปเลย 1 มื้อสำหรับ 2 ท่านเพราะเราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ และก็จะเปลี่ยนห้องให้เขาในวันรุ่งขึ้นอีกด้วยเพื่อให้เขาไม่ต้องมาเจอปัญหานี้ แขกก็โวยวายๆ อยู่สักพักอ่ะนะแล้วก็มีเหน็บๆ มาให้ดูดีว่า “เธอคิดว่าชั้นเห็นแก่ของฟรีเหรอ เธอปรับปรุงโรงแรมเธอดีกว่า” เฮียก็ตอบไปว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราอยากจะรับผิดชอบกับปัญหาที่มันเกิดขึ้นและทำให้ยูได้รับความไม่สะดวกในการเข้าพัก” สุดท้ายจบลงที่ประโยค “ถือว่าชั้นรับคำขอโทษด้วยอาหารมื้อนี้ของยูแล้วกัน” แล้วก็จากไป เคสนี้เฮียก็ต้องยอมเพราะโรงแรมผิดจริงๆ

เฮียตัดสินใจโทรไปคุยเกี่ยวกับที่แขก Complain ว่าไม่มีสัญญาณก็ได้ความว่า “ตรงนั้นเป็นจุดที่เค้ายังไม่ได้ตั้งเสาสัญญาณไว้เลยทำให้บางพื้นที่จะมีจุดอับสัญญาณทำให้ใช้บริการได้ไม่สะดวก” และด้วยความที่เฮียก็ไม่รู้เนาะก็เลยบอกพี่เค้าไปตามประสาคนไม่รู้ว่า “พี่ครับ แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไงบ้างครับพอมีทางแก้ไหม? เราตั้งเสาเลยได้ไหมครับ? มีอะไรที่โรงแรมพอจะช่วยได้บ้าง” คือกะว่าช่วยทุ่มสุดตัวมั่วสุดตีนอ่ะเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอปัญหานี้อีก แต่พี่แกตอบกลับมาหน้าแทบหงายว่า “ถ้าจะแก้ปัญหานี้ต้องรอเค้าตั้งเสาก่อนน่ะครับ” คำตอบนี้ไม่เท่าไหร่แต่มาเจอคำตอบหลังว่า “แต่ตอนนี้บริษัทยังไม่มีโครงการเลยครับเพราะเสาต้นนึงก็ประมาณ 40 ล้านบาทครับน้องคงต้องรอก่อนนะครับ”

เอิ่มมมมม OK ครับพี่ พ่อผมก็ไม่ได้รวยด้วยดิก็เอาเป็นว่าแก้ปัญหาแบบนี้ไปก่อนละกัน เฮ่อๆ


ปล. เหมือนเดิมนะจ๊ะ ฝากด้วยนะครับหนังสือ Hotel Man Vol.2 ใกล้จะตัดยอดแล้วนะครับใครที่สั่งแล้วยังไม่ได้ชำระเงินก็รบกวนด้วยนะครับผม ขอบคุณครับ


วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

มาแล้วกับหนังสือ Hotel Man Vol.2

!!!!! สิ้นสุดการรอคอยกับหนังสือ Hotel Man Vol.2 !!!

หนังสือที่จะเปิดโลกธุรกิจโรงแรมและชีวิตของพนักงานโรงแรมในทุกซอกทุกมุมละเอียดยิบดุจเม็ดทรายในท้องทะเล
ไฮไลต์ในเล่ม 2 ประกอบด้วย
- เรียนรู้เกี่ยวกับตำแหน่งงานต่างๆ ในโรงแรม
- กรณีศึกษาเกี่ยวกับแขก Complain จากประสบการณ์จริง โดนด่าจริง
ไม่ใช่สลิงไม่ใช้สตั๊นและตัวอย่างการแก้ไขปัญหาต่างๆ
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมเพื่อปรับความเข้าใจระหว่างแขกและพนักงานให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและเข้าใจในทางเดียวกัน
เหมาะสำหรับเจ้าของโรงแรม พนักงานโรงแรม นักเรียน นักศึกษาการโรงแรม แขกทั่วไปเอาไว้อ่านเวลาเข้ากะ เวลากินข้าวแคนทีน หรืออ่านเพลินๆ ฆ่าเวลาตอนรอเซ็นใบ Warning
1 เล่ม ราคา 290 บาทรวมส่ง EMS พร้อมรับของสมน้ำหน้าคุณ เอ้ย!!! สมนาคุณประกอบด้วย ...ที่คั่นหนังสือและ Post Card "Hotel Man" ทุก Order ที่สั่งซื้อ... หรือเลือกรับ Promotion พิเศษตามดังนี้ 

...................................................................................................
!!! รายละเอียด Promotion !!!!
1. สั่งซื้อชุดหนังสือ Hotel Man เล่ม 1 และ เล่ม 2 รวมกัน ราคา 590 บาท ฟรี!! กล่องอ่อนลาย Hotel Man จำนวนจำกัด
2. สั่งซื้อหนังสือจำนวน 5 เล่มราคา 1250 บาท รับฟรี!!! แก้วน้ำ Hotel Man รุ่นบุกเบิกเพจ Limited Edition จำนวนจำกัดแค่ 10 Order เท่านั้น
3. สั่งซื้อหนังสือ Hotel Man ตั้งแต่ 10 เล่มขึ้นไปลดทันที 5%
4. สั่งซื้อหนังสือ Hotel Man ตั้งแต่ 20 เล่มขึ้นไปลดทันที 10%
......................................................................................................

**เงื่อนไข** หนังสือเป็น Pre-Order เปิดรับจองตั้งแต่วันนี้ - 25 สิงหาคม 2560 ก่อนสรุปยอดและส่งโรงพิมพ์และจะเริ่มทำการจัดส่งในวันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป เฮียขอขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุนนะครับ
สนใจสั่งซื้อ Inbox พร้อมแจ้งรายละเอียดที่ต้องการหรือส่ง E-mail: hotelsmans@gmail.com Line ID: 033004953


วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หนังสือ Hotel Man ยอดมนุษย์โรงแรม

แนะนำหนังสือดีน่าอ่าน

มาแล้วตามคำเรียกร้อง!!!
"หนังสือยอดมนุษย์โรงแรม" ที่ทุกคนรอคอย เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการโดนแขก Complain ใน Case ต่างๆ สอดแทรกด้วยวิธีการแก้ไขปัญหาในแต่ละเคส ในหนังสือนี้ผู้อ่านจะได้พบกับการ Complain ชนิดเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์ คิงพาวเวอร์อักษา ชนิดที่ว่าบางกอกการละครยังอาย ของแขกชนิดพิเศษใส่ใครที่ Complain ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม หนังสือเล่มนี้เฮียแนะนำว่าเหมาะสำหรับ
1. แขกทั่วไป อ่านแล้วท่านจะได้รับรู้เรื่องราวการปฏิบัติงานของพนักงานโรงแรมในด้านต่างๆ และเข้าใจว่าอะไรที่ได้ฟรีและเป็นสิทธิของแขกที่จะขอได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ท่านและพนังานโรงแรมใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข Happy Ending อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

2. พนักงานโรงแรมอย่างเราๆ เมื่ออ่านแล้วจะได้เรียนรู้ปัญหาการ Complain ของแขก จาก Case Study ต่างๆ ที่ Base on true story สร้างจากเรื่องจริง เจ็บจริงและประสบการณ์จริง เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเมื่อเจอเหตุการณ์ดังเช่นใน Case

3. นักเรียน นักศึกษาสาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว น้องๆ จะได้รู้ความหมายเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในงานโรงแรม ตัวย่อต่างๆ เครื่องไม้เครื่องมือในงานโรงแรม ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะช่วยเพิ่มทักษะความรู้ในงานโรงแรมให้น้อย
........................................................................................................
สนใจทำยังไง???? อ้าว!!! สนใจก็ซื้อซิวะ.... เนื่องจากที่เฮียเคยบอกว่ามีสำนักพิมพ์มากมายติดต่อมาขอพิมพ์หรือบางที่ก็ตกลงจะพิมพ์ให้แต่หายเงียบกันหมด เฮียเลยตัดสินใจพิมพ์เอง ทำเอง ขายเอง และหวังว่าจะขายดีจนไม่เจ๊งไปเองนะ
.......................................................................................................
ราคาขายเล่มละ 220 บาท ไม่รวมค่าจัดส่ง
.......................................................................................................
วิธีสั่งซื้อ "หนังสือยอดมนุษย์โรงแรม"
1. Inbox https://www.facebook.com/Hotelmans/ หรือ E-mail: hotelsmans@gmail.com, หรือ 033-004-953 พร้อมส่งรายละเอียดการสั่งซื้อ จำนวนเล่ม, ชื่อที่อยู่ในการจัดส่ง, และขอรับเลขที่บัญชีการชำระเงิน (KBANK, SCB, Paypal, เฮียเอาทุกทางเพื่อความสะดวกของสมาชิก)
2. พิเศษสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมากตั้งแต่ 5 เล่ม(s) ขึ้นไป 10 คน(s) แรก จะได้รับแก้วน้ำ Logo เพจรุ่นแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้วเป็น Limited Edition เฉพาะ 10 คนแรกเท่านั้น เฮียจะคอย Update เรื่อยๆ ว่าครบ 10 หรือยัง
3. สถานศึกษาหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไป สนใจซื้อไปแจกจ่ายบุคคลากรเพื่อเป็นวิทยาทานการให้ความรู้ ในกรณีที่สั่งตั้งแต่ 20 เล่มขึ้นไปรับส่วนลดพิเศษ 10%
.........................................................................................................
หมายเหตุ เนื่องจากเป็นหนังสือสั่งพิมพ์เองเฮียจึงจำกัดจำนวนไว้ที่ 500 เล่มเท่านั้น เปิดให้สั่ง Pre-Order ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 มีนาคม 2560 และจะได้รับหนังสือที่สั่งไม่เกินวันที่ 1 เมษายน 2560 แต่หากเสร็จกระบวนการก่อนจะได้รับก่อนกำหนดที่ตั้งไว้ครับ
เฮียขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนทั้งในเพจและการสั่ง Pre-Order หนังสือในครั้งนี้มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

 

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559


ตอนอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เฮียรับสายโทรศัพท์จากน้อง “ร้ายกาจ” เอ้ย!! Lifeguard ที่โทรมาบอกว่าแขก Complain. พอเฮียรับสายและกล่าวทักทายตอนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครโทรมาว่า “Front Death” เอ้ย!!! Front Desk, (ลืมไปว่า Front Death ใช้ตอนแขกเยอะๆ ที่ไม่มีเวลากินข้าว ไปเยี่ยว ไปขี้ แทบจะยืนตายหน้า Lobby ทั้งวัน) how may I help you? น้องปลายสายมันก็บอกว่า “เฮียครับ พอดีแขกประสบอุบัติเหตุครับ แล้วเค้าก็ Complain ว่าโรงแรมผิดครับเฮียๆ ช่วยมาพบลูกค้าหน่อยนะครับ” พอเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุเฮียก็รีบหยิบ First Aid พุ่งตรงไปที่สระว่างน้ำทันที ก็เจอแขกมีแผลถลอกเล็กน้อยที่หน้าแข้ง เฮียก็จัดการให้น้องมันปฐมพยาบาลก่อน (จริงๆ ที่สระเค้าก็มี First Aid) อยู่แล้วแหละนะแต่เฮียหยิบไปกันเหนียว เผื่ออะไรหมดกะทันหัน เช่น เบตาดีน หรือ แอลกอฮอล์ ระหว่างนั้นเฮียก็ถามไอ้น้องอีกคนว่าเกิดอะไรขึ้น มันก็เล่าให้ฟังว่า

แขกจะกระโดดน้ำ ทีนี้สระว่ายน้ำเนี่ย มันก็มีป้ายบอกอยู่แล้วว่า No Jump, เพราะมันรบกวนคนอื่นๆ และอันตราย ซึ่งไอ้น้องมันก็อธิบายตามหน้าที่ของมันเพราะพื้นสระน้ำก็รู้ๆ กันอยู่แม้มันจะเป็นทรายล้างแต่ก็ยังลื่น เกิดหกล้มหัวฟาดตายห่ามาจะลำบากญาติพี่น้องอีก ทีนี้ต่อหน้าพี่แกก็ “OK” ซึ่งแม่งก็ OK ตลอดแหละพวกไม่ชอบฟังคำเตือนพนักงานเนี่ย

และหลังจากไอ้น้องนี้กลับหลังหันไปแป๊บเดียวได้ยินเสียงตู้ม!!!! ก็อย่างที่คิดนั่นแหละ พี่แกอยากลองของเลยกระโดดแม่งลงสระเลย พอขึ้นจากน้ำเท่านั้นแหละรีบขึ้นมาบนสระเลย ปรากกว่าหน้าแข้งไปขูดกับขอบสระเพราะพี่แกเล่นท่ากลับหลังหันกระโดด น้องมันก็เลยรีบเข้ามาดูแต่แทนที่จะสำนึกพี่แกก็จะขอ Complain โรงแรม

เฮียเลยเข้าไปสอบถามอาการพอเห็นว่าทำแผลเสร็จแล้ว แทนที่จะ Thank you หรือแสดงให้เห็นสักนิดก็ได้ว่าขอบใจและ “กูสำนึกผิดแล้ว” เปล่า.....แม่งด่าโรงแรมว่า “You swimming pool design too bad” อ้าว สาดดด โทษสระกูออกแบบไม่ดีอีก ทีนี้เฮียก็นิ่งเว้ยปล่อยให้พี่แกพูดให้จบ ทีนี้แกมาต่อว่า “I want to go to the Hospital. You have to responsible my bill” เยี่ยม!!! จะไปโรงพยาบาลและให้โรงแรมจ่ายให้ และดูเหมือนมันจะพูดจบแล้วเฮียเลยถามว่า “Do you feel pain?” พี่แกตอบมาว่า “No, I’m fine. Just want to go to the Hospital. Your hotel must responsible.” คราวนี้ดูท่าว่าไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่องและ เฮียเลยอธิบายแบบวิชาการใส่สาระเต็มแปลเป็นไทยว่า “พนักงานชั้นเตือนยูแล้วนะว่าอย่ากระโดดมันอันตราย และเรายังมีป้ายเตือนว่า ห้ามกระโดด อีกต่างหากแล้วก็ชี้ให้ดูที่ป้ายซึ่งก็อยู่หน้าพี่แกนี่แหละ ยูก็น่าจะทราบ” แล้วก็ตบด้วยคำถามมันอีกว่า “แล้วทำไมยูยังกระโดดล่ะทั้งๆ ที่รู้ว่าอันตรายและเราก็เตือนแล้ว” พี่แกเงียบไป เฮียเลยจัดก๊อกสอง “ถ้ายูอยากไปโรงพยาบาลก็ได้ไม่มีปัญหาชั้นพาไปได้ แต่ถ้ายูจะให้รับผิดชอบค่ารักษา ชั้นว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับโรงแรมนะ”

พี่แกก็เงียบไปพักนึงเหมือนนึกอะไรไม่ออกเลยบอกว่า “If you not take me to the Hospital. I will report to the Police” เฮียเลยบอกว่า “ชั้นไม่ได้บอกว่าจะไม่พายูไปโรงพยาบาล แต่ชั้นคิดว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะให้โรงแรมชั้นรับผิดชอบ เพราะเราเตือนยูแล้ว ถ้ายูอยากไปแจ้งตำรวจชั้นจะพาไป แต่ชั้นก็มั่นใจว่าเรามีหลักฐานว่าเราไม่ได้ทำผิด”

คราวนี้พี่แกก็เงียบเว้ยแล้วก็มองหน้าเฮีย มองหน้าน้องแบบอาฆาต จากนั้นก็ลุกพรวดแล้วเดินจากไปแบบอารมณ์เสีย ก่อนไปเฮียก็ยังถามแกไล่หลังว่า “ยูจะไปโรงพยาบาลไหม” ไม่มีเสียงตอบ เพราะแกเอาแต่เดินจ้ำพรวดๆ ขึ้นห้องไป ถึงอย่างไรเฮียก็แจ้งน้องๆ Front Death กับ ทุกๆ แผนกไว้ให้สังเกตอาการณ์เวลาเจอแขกคนนี้ดีๆ เพราะไม่แน่ใจว่าขาพี่แกจะเป็นอย่างไรบ้างและให้ Operator คอยโทรถามอาการเรื่อยๆ..... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเวลาพนักงานเตือนอะไรก็ให้ฟังกันบ้างอย่าดันทุรังนัก

บทความแนะนำ