วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วันนี้มาเสนอตอน "สวยไม่มาก แต่ท่ายากหนูเยอะ"




ช่วงนี้เฮียหายไปนาน เพราะกำลังจะเปลี่ยนสายงานอาจยุ่ง ๆ แต่รักทุกคน
เริ่มต้นมา ณ บ่ายวันหนึ่งที่บรรยากาศดีดนตรี (Lobby) เพราะ (ฟังมาเป็นปีและแม่งก็เปิดวนไปวนมาเพลงเดิมจนจะร้องได้และเนี่ย) มีโอป้านางหนึ่ง Import มาจากแดนวิสกี้ เดินตรงเข้ามาเช็คอินท์สารภาพจากใจแจ้ว่าตอนแรกที่เฮียเห็นเนี่ยนึกว่าเป็น "มิสอีนี่เยอะเว่อร์ (มิสสะรี่ชอปเป้อ)" เพราะนางสำรวจตั้งแต่ปากทางเข้าโรงแรม ลานจอดรถ ล็อบบี้ เคาน์เตอร์เช็คอินท์ ลิฟท์ โซฟาหน้าล้อบบี้ สายตานางเหมือนคุณครูที่ตรวจนักเรียนผิดระเบียบก็ไม่ปาน มาถึงก็ตรงดิ่งควัก booking ที่จองมาจากเว็บพี่ด้าให้น้อง G.S.A ทันที น้อง ๆ พนักงานก็ต้อนรับขับสู้กันสุดฤทธิ์ทั้งผ้าเย็น เวรกรรมดริ๊งค์ พูดจาทักทายด้วยสัญชาติญาณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยใจรักงานบริการ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือท่าทีที่นิ่งและเงียบเฉยเมยปานว่า "อย่ามายุ่งกับกรู กรูอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ" อ่ะ ไม่ว่ากันเพราะเราก็ทำตามหน้าทีอยู่แล้วจากนั้น G.S.A ด้วยความที่ตอนนั้นไม่ยุ่งมากก็ Escort นางขึ้นไปส่งที่ห้องแล้วก็ลงมา
ประมาณ 20 นาทีผ่านไปมีสายจากห้องนางโทรตรงแบบไม่บอกผ่านลงมาหน้าล็อบบี้ว่า "Can I see the Manager?" จังหวะนั้นเอง เฮียเป็นคนรับสายจึงรู้ได้ทันทีว่า "หมีงานเข้า หมีงานเข้า หมีงานเข้า แน่ ๆ กรู" Yes, I'am" เฮียก็ประกาศตัวเสียงดังฟังชัดแล้วนางก็บอกว่า "I will go down to see you" นั่น สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์คงกลัวไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนป้าแกอยากจัดเต็มแบบเห็นชัด Full HD TV 360องศาฟาเรนไฮต์กันเลยทีเดียว จริง ๆ อยากอำนวยความสะดวกป้าโดยการ complain ผ่าน Skype หรือ Line VDO call ก็ได้แต่ดูจากอาการแล้วคงยากแท้หยั่งถึง แล้วสักพักแกก็ลงมาพร้อมกับกระดาษ A4 ประมาณ 3 แผ่น
แกเรียกเฮียไปดูและอธิบาย (จริง ๆ ก็ด่าแหละ) ว่า "ทำไมล็อบบี้ยูไม่เหมือนในรูปเลย ห้องชั้นก็ไม่เหมือน, สระว่ายน้ำเมื่อกี้ชั้นเดินไปก็ดูแคบ ห้องพักที่ชั้นได้มันดูแคบกว่าในรูปอีก ทำไมในรูปมันดูกว้าง (ทั้ง ๆ ที่ในเว็บก็บอกขนาดไปแล้วเรียบร้อย), ทำไมสระน้ำยูในเว็บมันดูกว้างกว่าของจริง (ซึ่งในเว็บก็บอกไซส์เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน) และสุดท้าย "ทำไมพนักงาน (คนที่อยู่ในเว็บ) ไม่มา welcome ชั้น เค้าไม่ได้ทำงานที่นี่หรือไง เธอเอาคนที่ไม่ใช่พนักงานมาโปรโมทโรงแรมเธอเหรอ" อึ้งส์ครับ อึ้งแดกส์อยากร้องเพลงพี่ อ้น ศรีพรรณอีกรอบ "พูดไม่ออก ไม่ได้โกรธ ฉันคงส่งยิ้มให้เท่านั้น แต่มีคำเป็นล้านคำอยู่ข้างใน" พอจับประเด็นเด็ก 8 สี ได้แล้วเฮียก็เริ่มอธิบายว่า
รูปที่ใช้ในการโฆษณานี่มันคือการทำ Photo Shooting ซึ่งเราก็ระบุไว้แล้วว่าใช้เพื่อการโฆษณา ส่วนขนาดเราก็บอกเรียบร้อยแล้วว่าเท่าไหร่ แล้วพนักงานเนี่ยเค้าเข้ารอบอื่นอยากเจอเดี๋ยวจัดให้ไม่มีปัญหา แต่ก็อย่างว่าเหมือนป้าแกจะมีปัญหาและก็ยังไม่ยอมรับความจริง พร้อมยืนยันว่าโรงแรมเนี่ยเป็นพี่ใหม่ เจริญปุระ (หรือพี่ติ๊นาไม่รู้) ว่า "ผิดไปแล้ว มึงผิดไปแล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ" คือยังไงก็มั่นใจว่าแกถูกโรงแรมอ่ะผิดและจะเอาห้องแบบรูปให้ได้ อ่ะเพื่อความสบายใจเฮียเลย offer ให้ (คือยังไงไม่ว่าเราจะถูกหรือไม่จำไว้ตลอดชีพในงานบริการว่า ถ้าแขกบอกว่าผิดมึงต้องผิดเสมอ T__T ) ย้ายห้องมั้ย แล้วก็พาไปดูห้องใหม่คราวนี้เข้าไปดูนิ่ง ๆ แล้วก็บอกว่า "Ok ชั้นย้ายก็ได้แต่จะขออยู่ก่อนนะสองคืนถ้าชั้นไม่พอใจชั้นอาจจะย้ายไปห้องอื่นนะ" โอ้ว์พระเจ้า "ที่สุดของแจ้" อีกแล้ว เฮียก็บอกนะว่า "มันย้ายไม่ได้หรอกเพราะห้องเต็มมันติดวันหยุด" แต่เจ้แกก็ยืนยันว่าถ้าไม่พอใจต้องย้ายให้แกแต่วันนี้ขอย้ายก่อน อ่ะ ก็ว่ากันไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนแล้วก็ลง Log Book ไว้เตือนสติ Manager รอบต่อ ๆ ไป


วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ช่วงเรื่องเล่าจากทางบ้าน...รายการใหม่ "Club Stupid Guest" กับเฮีย



ช่วงเรื่องเล่าจากทางบ้าน...รายการใหม่ "Club Stupid Guest" กับเฮีย
วันนี้น้องเค้ามีปัญหาคือมีแขกตอนแรกมาพักยังไม่มีปัญหาอะไรเลยทุกอย่างโอเคหมด แต่พอถึงเวลาเช็คเอาท์เงินที่จ่ายเสือกไม่พอ ทีนี้ล่ะมาเลย ปัญหาสารพัดร้อยแปด น้ำไม่ไหล ไฟดับ กระสับกระส่าย ควายจะออกลูก จมูกดั้งไม่โด่ง เพื่อที่ต้องการคำว่า "ไม่เป็นไรค่ะให้พักฟรีก็ได้" เพราะไม่มีตังค์จ่ายเลยหาไม้ตายให้ตัวเอง (แต่ถ้าทำอย่างงี้ที่อื่นอาจไม่ใช้ไม้ก็ได้นะที่ตาย) แถมสรรคุณตัวเองที่อ้างว่าหน้าที่การงานใหญ่โตเนี่ยเทียบกับกิริยามารยาทแล้วไม่น่าไปกันได้เลย จากที่เคยเจอคนดี ๆ ใหญ่ ๆ มีหน้ามีตาจริง ๆ เค้าก็พักกันปกติมีปัญหาบ้างก็แก้ไขขออภัยกันไปไม่ถึงขนาดอยากได้ฟรีขนาดนั้น
ใครเจอแบบนี้เฮียแนะนำนะครับ กรณีที่แขก complain น้ำไม่ไหล ไฟดับ ต้องมีการลง Record ไว้ ทำเป็น Report Log Book วันต่อวันเลยยิ่งดีเพื่อเวลามีปัญหาแบบนี้ (ซึ่งจริงๆ แขกดี ๆ เค้าไม่ทำกัน) จะได้เอาสมุดมายันเลยว่ามีปัญหาแล้วไม่แจ้งกูจะไปตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ได้ยังไงวะ เพราะทุกห้องเค้าต้องเช็คสภาพก่อนแขกเข้าอยู่แล้วว่าดีมั้ยโอเคมั้ย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ถ้าห้องไม่ดีแล้วจะทนอยู่จนเช็คเอาท์ ปกติเค้าจะรีบแจ้งมีปัญหาก็จะได้ย้ายห้องอัพเกรดให้อะไรก็ว่ากันไป แต่ที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือก่อนพักเก็บไปเลย Deposit น่ะเอาให้ Cover ปกติตอนเฮียทำอยู่ที่ Luxury Resort แขกจ่าย Deposit ค่าห้องพร้อม Extra Charge Deposit คืนละพันนะ แต่ก็ต้องยึดคำว่า Flexible ด้วยเพราะบางทีแขกอยู่เดือนนึงจะไป Extra เค้าวันละพันเดือนนึง 3 หมื่นอันนี้ก็เกินไป ก็ฝากน้อง ๆ หนูๆ ไว้นะเป็นวิทยาทานเตรียมตัวกันไปนะ...น้องนี่ยังใจดีนะจะ Host Launch
----------------------------------------------------------------------------------
เนื้อหา
ฮือออพี่ขามีเรื่องโหดร้ายวันสงกรานต์มาเล่าให้ฟัง จะไปปรึกษาพี่อ้อยพี่ฉอดแกก็คงไม่เข้าใจ คือลูกค้ามาพักแล้วไม่ได้จ่ายเงินตอนเช็คอินค่ะ เนื่องจากลูกค้าขอไปกดก่อนแล้วก็หายเงียบไปจนวันเช็คเอาท์ สาระพัดสิ่งจะคอมเพรนเลยค่ะต่างๆนา บอกว่าห้องไม่สะอาด ส้วมไม่ได้กด แม่ยายไม่ได้ร้องคาราโอเกะเพราะร้านอาหารปิดเร็ว อุณภูมิในห้องไม่สม่ำเสมอลูกพี่ท่านจะไม่สบาย ปิดท้ายด้วย"ผมอยากรู้ว่าโรงแรมจะรับผิดชอบยังไง".....หนูก็เสนอไปขอรับรองอาหารกลางวัน ก็ไม่เอา ให้ว๊อยเชอ ก็ไม่เอา ลดราคาก็ไม่พอใจ อยากจ่ายแค่นี้ นั่งด่านั่งบ่นอยู่ชัวโมงกว่าไม่จบไม่สิ้น เค้าบอกเค้าเป็นด๊อกเตอร์ เป็นหมอฟัน เป็นอาจารย์มหาลัย พ่อตาแม่ยายเค้าเจ้ายศเจ้าอย่างต่างๆนาๆ ไม่จบซักทีพี่แกพูดอยู่ฝ่ายเดียว หนูอยากรู้ว่าเวลาเจอสถานะการแบบนี้ควรทำยังไงดีคะ คือมันยืดเยื้อไม่จบสิ้นเงินก็ไม่ยอมจ่ายซักที จากหนูน้อบน้อมกับเค้าทีแรกจนหนูต้องพูดตรงๆว่าหนูไม่อยากมานั่งเถียงกับคุณแล้ว ก็มาเรียกจิกหนูว่า"อีนี่ไม่ต้องพูดเลย"T^T สุดท้ายหนูจบเรื่องด้วยการเรียกตำรวจค่ะ ไม่เคยทำขนาดนี้กับลูกค้ามาก่อนแต่จุดนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยังไงชื่อเสียงก็เสียอยู่แล้วละลูกค้ามาเลเวลนี้ ของก็เสียไปแล้วกินเต็มที่ขี้เต็มส้วมไปแล้ว โดนด่าก็โดนซะไม่เหลืออะไรละ สุดท้ายยังไงก็ต้องได้เงินแหระวะ!! พี่มีวิธีอื่นแนะนำด้วยน๊ะคะ;) ขอบคุณที่สละเวลาอ่านค่ะ
ปล,น้องเค้าอยากได้ไอเดียจากพวกเราด้วยนะว่าจะทำยังไง เอ้า !!!! ช่วยกัน Brain Storm กันหน่อยครับช่วยเหลือเพื่อนๆ อุตสาหกรรมเดียวกัน ช่วย ๆ กันไปนะทุกคน คนที่ไม่เจอก็เก็บไว้เป็น Case Study นะแจ๊ะ





วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กลอนสำหรับสงกรานต์



เล่นสงกรานต์เป็นยังไงไม่เคยรู้
จะกี่ปีไม่เคยอยู่ได้เล่นหนา
อาร์ซีเอ รัชดา ไม่เคยมา
จะข้าวสาร ข้าวหอมมาไม่เคยมี
ที่ทำได้ก็ต้องอยู่หน้าล็อบบี้
ปรนนิบัติพัดวีดูแขกหนา
รับเช็คอินท์เช็คเอาท์เพลินอุรา
รับคำด่าห้องไม่ทันมันจริงๆ
ไหนจะแขกขอเช็คเอาท์ช้าหลายห้อง
ไอ้ที่จองอยากได้ห้องเร็วๆ หนา
เหล่าแม่บ้านวิ่งกันมันส์อุรา
มีสองมือสองขาน่าเห็นใจ
ตอน Breakfast ก็เสิร์ฟกันแสนสนุก
บ้างกินเสร็จแล้วไม่ลุกหนีไปไหน
ที่มาใหม่ไม่มีที่นั่งน่าเห็นใจ
พนักงานรับพรไปสบายจิง
มาที่ช่างก็สุดแสนอนาถจิต
แขกขึ้นไปแอร์ไม่ติดหงุดหงิดหนอ
โทรมาด่า Reception แถมหน้างอ
โอ้แขกหนอพอขึ้นไปลืมเสียบคีย์
แต่ยังไงก็กัดฟันอดทนรอ
สี่ทุ่มหนอพอเลิกงานพร้อมเต็มที่
กะจะไปเล่นรอบดึกให้ทันที
อนิจจาไปถึงที่ไม่มีใครเลย





วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันนี้เสนอตอน "กูไม่ให้ชาร์จโว้ย"



เรื่องนี้เกิดขึ้นสมัยเฮียจะละอ่อนในวงการโรงแรมอยู่ เพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ยังไม่มีโมเดลลิ่งเป็นของตัวเอง เรื่องมีอยู่ว่ารอบดึกวันหนึ่งสมัยเฮียยังเป็น G.S.A เฮียรับ booking มาอันนึงเป็นการต่อรอบมาจากรอบบ่าย หน้าตาตอนมันส่งรอบนี่ฟินส์มาก แม่งเลิกงานปุ๊บสามีจอดรถรอหน้า Lobby เตรียมไปต่อกันที่ร้าน Decem หัวหินต่อ (ไม่ต้องรู้นะเฮียอยู่โรงแรมไหนในหัวหินมันไม่ใช่ Point) ทีนี้ตอนรับมาก็เคลียร์กันเรียบร้อยว่าแขกมากัน 2 คนนะจ่ายเงินมาแล้วจะมาเช็คอินท์ประมาณห้าทุ่มครึ่งก็โอเครับมา สักพักเวลาประมาณ สี่ทุ่มครึ่งมีรถเข้ามาจอดหน้า Lobby ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแขกแน่ ๆ ว่าแล้ว Bell ก็ไปเอากระเป๋าขึ้นมา แว้บแรกที่เห็นนั้นเป็นชายหนุ่มรูปงามสูงชะลูดตูดปอดยอดทหารม้าชักปืนช้าแก้ผ้าไว กับหญิงสาวแรกแย้มนางหนึ่งเดินมานี่ลุ้นแทบตายว่าเสื้อไอ้ผู้ชายมันจะปริป่ะวะยืดอกซะอย่างกับแผ่นยิปซั่ม

มาถึงเฮียก็ขอเอกสาร ขอบัตรเครดิต แล้วก็แนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกตามปกติทีนี้โรงแรมเฮียเนี่ยมันมีข้อเสียคือตอนนั้นมัน Under Construction ลานจอดรถด้านหลังมันสามารถเดินโดยไม่ผ่าน lobby ได้เลยแต่จะมี รปภ. เฝ้าเพื่อ Scan ว่าเป็นแขกโรงแรม แต่เค้าจะไม่รู้ว่าเช็คอินท์มากันกี่คนหรือรายละเอียดอะไรยังไง ซึ่งทางเดินมันเป็นแบบอ้อมหลังไม่ผ่าน Lobby ซึ่งสองคนนี้มันให้อีกคนที่มาด้วยรอรออยู่ที่ที่รถกอล์ฟที่ Bell ขับไปรับคนขับที่ลานจอดรถแล้วมารออีก 2 คนเช็คอินท์เพื่อเข้าห้อง คือ Bell ก็คงไม่คิดว่าจะมีแขกแบบนี้ก็คงกะว่าสองคนนั้นคงขึ้นไปเช็คอินท์ให้เสร็จก่อน และเช็คอินท์ในจำนวน 3 คน แล้วตอนไปห้องค่อยไปด้วยกัน แต่จริง ๆ แล้วแขกกลุ่มนี้แม่งไม่ใช่ไงคือกะว่าตีเนียนๆ เข้าไปเลยวัดใจว่าจับได้ก็จับจับไม่ได้ก็รอด จนกระทั่งเฮียเช็คอินท์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ส่งแขกขึ้นรถกอล์ฟ แล้วจังหวะที่เดินมาส่งก็แจ๊คพอตที่สุดของแจ้เพราะเจอแขกอีกคนที่นั่งรถเนียนจะนอนฟรีอยู่พอดี ไอ้ครั้นมันจะอ้างว่ามาส่งเพื่อน 2 คนนี้แล้วจะกลับก็ไม่ได้เพราะสภาพแม่งนั่งกอดกระเป๋าเดินทางอยู่อย่างนั้นพร้อมสัมภารกและอาหารการกินแบบเต็มตีนเตี่ย มึงไม่นอนนี่ก็ไม่รู้จะนอนที่ไหนแล้วล่ะชั่วโมงนั้นเฮียก็เอ่ยขึ้นเลยว่า "ขอโทษนะครับ มีพักเพิ่มทั้งหมดเป็นสามคนเหรอครับเพราะเอกสารที่จองมาเป็น 2 คนพร้อมอาหารเช้านะครับ" ทีนี้อิสองคนนั้นรีบบอกเลย "อ๋อ เปล่าครับเค้ามาส่งเฉย ๆ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วเค้ามีบ้านที่นี่ (แต่กระเป๋าสัมภารกมึงนี่จัดเต็มจนกูนึกว่ามึงจะเอาขึ้นสายพานลำเลียงเข้าเครื่อง Scan เลยมั้ย) ด้วยความที่เคยเจอเคสแบบนี้แล้วก็เลยแจ้งไปว่า "อย่างนั้นไม่เป็นไรครับ แต่รบกวนขอทราบเวลาที่จะกลับด้วยนะครับเพราะถ้าค้างคืน overnight ผมต้องขอชาร์จค่า Extra Person 1,500 บาทพร้อมอาหารเช้าครับ"

พอได้ยินคำว่า Charge เท่านั้นแหละครับทีนี้มาเต็มเลยครับมีของหนักมาก่อนเลย "เฮ้ยอะไรวะ บอกว่าไม่พักคุณไม่เชื่อผมเหรอ (เออ กูไม่เชื่อ) ผมบอกไม่ได้หรอกเค้ากลับเมื่อไหร่ ทำไมผมจ่ายค่าห้องแล้วผมจะให้ใครมาห้องผมก็ได้นี่มันเป็นสิทธิของผม (กูก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าจะมาหามาเล่นเฉย ๆ ไม่ได้มานอนมาพักจริง ๆ จัง ๆ แบบนี้และที่มึงจ่ายมาเนี่ยจ่ายแค่ 2 คน) โรงแรมคุณบริการแย่มากเลย (อ้าว ผิดซะงั้นโรงแรมกู) ผมจะไปโพสต์ลงพันดริฟท์ (อีกแล้วครับท่าน)" พูดไปก็ทำเป็นกระแทกกระเป๋ากระแขกของไป สาธุขวดเบียร์แม่งแตกทีเถอะว้า คือจะออกแนวกลบเกลื่อน แต่เฮียก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ได้แต่เงียบและอธิบายว่า "ไม่ใช่อย่างนั้นครับแต่มันเป็นนโยบายปกติของโรงแรมครับในเรื่องของ Extra Person" แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เข้าใจภาษาไทยวันละคำที่เฮียอธิบายยังโมโหโทโสสุด ๆ
สุดท้ายเฮียก็ส่งทั้งสามสู่ห้อง เชื่อมั้ยครับตั้งแต่เพลานั้นยัน 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้นไอ้คนที่บอกว่าจะกลับบ้านไม่เคยโผล่ศรีษะออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งก็กะไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เฮียเลยจัดการชาร์จเข้าระบบเลยครับตามราคา 1,500 บาทแล้วส่ง Message ไปแจ้งที่ห้องครับ จากนั้นก็ต่อรอบให้รอบเช้าไว้พร้อมเขียนรายละเอียดใน Log Book ให้ FOM ทราบ

ปล.คือการพักเกินเนี่ย อยากให้แขกเข้าใจนะครับว่าโรงแรมต้องมีต้นทุนการดำเนินการเพิ่มเพราะแม่บ้านต้อง Set พวก Bathroom Amenities แชมพู สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และผ้าชัดตัว เช็ดหน้า เช็ดมือ น้ำเปล่า ชากาแฟ เพิ่มเป็น 3 ชุด ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายหมดนะครับถ้าจะบอกว่า "ทำไมแค่นี้ทำให้แขกไม่ได้ งั้นขอถามกลับถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงแรมคุณจะยอมมั้ยครับถ้าให้ห้องหนึ่งต้องมีห้องที่สองที่สามตามมาแน่ อีกอย่างแขกทั่วไปเค้าก็จะรู้กันนะครับเรื่อง Extra Person เนี่ยเค้าจะยอมรับโดยปกติ พนักงานอย่างเราก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรบางทีมากันเป็นครอบครัวพ่อแม่ ลูก 2 คน เราก็ให้พักฟรีหรือคิดค่า Extra Person แค่คนเดียว หรือลดครึ่งราคา ก็มีมาเยอะแล้วนะครับแต่ถ้าจะไม่จ่ายเลยนี่คงไม่ใช่และ"




วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตอน "คนไทยหรือเปล่า" (แต่กุว่าไม่น่าใช่)


ช่วงหัวค่ำวันหนึ่งขณะที่เฮียกำลังรวบรวมเรื่องราวที่แขก complain เพื่อเขียน Duty Manager Log Book อยู่เพียงลำพักในคอก G.S.A นี่ถ้ามีใครบ้าจี้ถือหญ้ามาให้กูนี่ใช่เลย ทันใดนั้นมีไอ้หนุ่มคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับ Pretty สาว ที่เฮียรู้ว่าเป็น Pretty เนี่ยเพราะ She มาเต็มมาก เสื้อผ้าหน้าผม กากเพชรเกล็ดแก้วแววใส แม้อยู่ในความมืดมน ติดรอบดวงตาวิ้งๆๆ กันเลยทีเดียว ชุดที่มานี่ก็แบบจัดเต็มที่ขี้เต็มถังกันเลยทีเดียวเอาตรง ๆ นะตอนนี้เฮียหวั่นไหวเลยอ่ะ เดินมาถึงนี่ได้กลิ่นน้ำหอม Davidoff Cool Water Women กันเลยทีเดียว
เดินมาถึงไอ้หนุ่มเซียนตึ๊งก็เริ่มบทสนทนาเลยครับ "เช็คอินท์หน่อยครับ จองไว้ชื่อ ... ครับ" เฮียก็เริ่มต้นตามปกติที่แขกสามัญทั่วโลกเค้าทำกันอ่ะนะครับ "ขอบัตรประชาชนทั้งสองท่านด้วยนะครับ"....เพียงแค่เสี้ยวชั่วเพลาเคี้ยวหมากแหลกที่ประโยคนี้สิ้นสุดลง สายตาของไอ้หนุ่มคนนี้จ้องขเม็งเกลียวมาที่เฮียแบบประมาณที่ว่า "นี่กูไปฆ่าหมาบ้านมันตายมาหรือเปล่าวะทำไมมันดูไม่พอใจขนาดนั้นวะเนีย" แล้วเค้าก็เริ่มพฤติกรรมที่เรียกในหมู่ผู้ชายว่า "แอ๊คหญิงครับ" เขาเริ่มตบเคาน์เตอร์เลยครับ "พอดีผมไม่ได้เอาบัตรประชาชนมาน่ะครับ แต่ผมเคยมาพักที่นี่คุณก็ใช้ข้อมูลเก่าผมก็ได้นี่ไม่เห็นต้องเอาไปใหม่เลย แต่นี่ถ้าเอาบัตรผมไปถ่ายเอกสารแล้วเกิดมีใครเอาไปทำอะไรคุณจะรับผิดชอบมั้ย" เฮียก็ยังให้โอกาสอีกดอกนะ "งั้นขอใบขับขี่ก็ได้ครับ มันต้องมีเอกสารลงทะเบียนนะครับ" รู้มั้ยครับคำตอบที่ได้คือ "ใบขับขี่ผมก็ไม่ได้เอามา คุณจะให้ผมเช็คอินท์มั้ย" หึหึหึ มาเลยครับไอ้พวกรู้ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องที่แขกดี ๆ เค้ารู้กัน เฮียก็อดทนอธิบายนะในขณะที่มือก็หาข้อมูลที่เขาบอกว่าเคยมาพักไปด้วยในระบบ EPITOME (สมัยรู้จักระบบนี้ใหม่ ๆ อย่าว่ากันนะ เพื่อนร่วมงานแม่งเคยแอบกัดเรียว่าระบบ "อีปิ๊โต") แล้วปากก็อธิบายไปว่า "เราทำตามกฏการเข้าพักครับตามพรบ.โรงแรม (อ้างกฏหมายเลยกูดูดิยางอายมันจะมีมั้ย) การเข้าพักทุกครั้งต้องลงทะเบียนผู้เข้าพักนะครับ คือจริง ๆ ก็อยากบอกว่าถ้าบัตรมึงพักครั้งเดียวลงทะเบียนได้ตลอดชีวิตนี่แขกดี ๆ คนอื่นเค้าคงไม่ต้องเอาบัตรประชาชน พาสปอร์ตให้กูทุกครั้งที่พักหรอกแล้วเกิดเสือกบัตรมึงไม่อัพเดทแล้วหนีคดีอะไรมานี่โรงแรมกูไม่ซวยให้ที่พักโจรเหรอ อันนี้แค่คิดนะ
หาอยู่ประมาณ 10 นาทีเฮียก็เงยหน้าบอกเค้าด้วยท่าทางสุภาพว่า "ไม่มีชื่อนี้ในระบบเลยครับหาย้อนหลังไป 365 วันก็ไม่เจอครับ" แต่เหมือนนั่นจะทำให้พฤติกรรมการ แอ๊คอาร์ตเพิ่มขึ้นอีก "คุณไปเรียกผู้จัดการมาคุยกับผมไป ผมบอกว่าบัตรประชาชนผมไม่ได้เอามาคุณจะให้ผมพักมัั้ยหรือจะไล่ไปที่อื่น" อ้าวสาดดด กูผิดใช่มั้ยนี่วันนี้มันวันอะไรของกูวะเจออีกแล้ว "ที่สุดของแจ้" คือก็อยากตอบแบบดิบ ๆ ไปเหมือนกันแหละว่า "มึงขับรถข้ามจังหวัดเนี่ยมึงไม่พกเอกสารสำคัญที่เรียกว่าบัตรประชาชนหรือไงวะแล้วใบขับขี่ไม่พกเนี่ยมึงมั่นใจใช่มั้ยที่พูด เกิดมึงลงไปสแคลชไหล่ทางหุบเหวหรือลงไปวัดความเรียบพื้นยางมะตอยแล้วคนมาช่วย มึงไม่มีอะไรเลยนี่เค้าจะรู้มั้ยว่ามึงเป็นใครอยู่ที่ไหน อันนี้ก็แค่คิดนะแล้วบทสนทนาก็เริ่มต่อ "ผมนี่แหละครับผู้จัดการรักษาการอยู่ตอนนี้" แล้วจัดหนักไปอีกดอกว่า "ถ้าไม่มีเอกสารลงทะเบียนก็ไม่สามารถให้ Check in ได้นะครับเพราะมันผิดกฏหมายและกฏการเข้าพักครับ" หลังจากได้ยินและได้เห็นว่า "ไอ้นี่มันเอาจริงเว้ยท่าทางก็เปลี่ยนไป เขาหันไปหาน้องนางหน้าหวานคนนั้นแล้วเอ่ยประโยคที่กินใจยิ่งนักแบบไม่กลัวหน้าแตกว่า ...ตัวเองเอาบัตรประชาชนมาให้เค้าหน่อย" ยังเท่านั้นยังไม่พอครับด้วยความโรคจิตมันก็ยังแสดงความเหนือกว่านิด ๆ มันหยิบบัตรประชาชนออกมาแล้วก็โยนครับ ย้ำนะครับว่า โยนเข้ามาในเคาน์เตอร์แล้วบอกว่า "อ่ะ นี่บัตร ยุ่งยากฉิบหาย (ย้ำว่าฉิบหายนะครับ)" เฮียก็ด้วยใจรักงานบริการนะเราก็ต้องทนก้มหยิบบัตรมาแล้วไปถ่ายเอกสารเสร็จแล้วก็คืนไปพร้อมกัดกลับว่า "รบกวนเซนต์สำเนาถูกต้องด้วยนะครับเพื่อความสบายใจ จะได้ไม่กังวลว่าใครเอาบัตรไปใช้" กูไม่เข้าใจว่านี่อพยพมาจากเทือกเขาอัลไตหรือเปล่าเนี่ยมึงหวงอะไรกับบัตรประชาชนนักวะ แถมบอกไม่ได้เอามาพอกูบี้หนัก ๆ หยิบ เอ้ย โยนให้หน้าตาเฉย
เฮ้อ คนเรามันไม่ใช่เรื่องยากนะที่จะทำแต่มันยากที่จะทำให้พวกนี้เข้าใจ อีกอย่างฝากไว้เลยนะพวก GM หรือผู้บริหารที่พนักงานทำถูกกฏขอบัตรแล้วไปว่าเขาว่าไปขอทำไมนี่แขก VIP หรือ บลา บลา บลา ก็เข้าใจว่าอยากทรีทแขกพวกนี้ให้เป็นพิเศษมัน Flexible ได้ก็จริงแต่ถ้าจำไม่ผิดถ้าเจ้าหน้าที่มาตรวจใบ Reg. Card แล้วช่องว่างเติมไม่ครบเช่นชื่อขาดนามสกุลขาดเนี่ยหรือหนักเข้าไม่มีเลยเนี่ยเท่าที่ผมทำได้ช่องที่ขาดช่องละ 800 นะครับ ค่าปรับเนี่่ยมันไม่คุ้มเอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าทำยังไงให้แขกให้เอกสารลงทะเบียน



วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตอน บัตรเทวดา


วันนี้เฮียจะมาเล่าถึงประสบการณ์เจอแขกงี่เง่ากับบัตรเทวดาที่เราเรียกขานกันในหมู่โรงแรมว่าบัตร Member Card เรื่องที่จะเล่านี้เกิดขึ้นกับโรงแรมที่เฮียทำงานอยู่ บัตรนี้ไม่อยากเอ่ยชื่อว่าเครือไหนนะแต่คร่าว ๆ ว่าใช้เป็นส่วนลดค่าห้องได้ 50% จากราคา Rack Rate เวลาทานอาหารมา 3 จ่าย 2 ถ้ามา 4 ลดอีก 10 % มา 6 ลดอีก 20% อันนี้ความซวยตกกับห้องอาหารนะเฮียไม่เกี่ยว ไม่ขอเอ่ยชื่อว่าบัตรนี้มาจากไหนรู้แค่ว่า Made In France และเกิดที่เมือง Boston ณ U.S.A แถมมีถิ่นกำเหนิดมาจาก Switzerland พร้อมกับเริ่มดำเนินการครัั้งแรกที่ Abu Dabhi เดาเอาละกันห้ามเอ่ยชื่อบัตรนะเว้ยเดี๋ยวโดนฟ้อง เพราะเรื่องนานมาแล้วนานขนาดที่ Benefit ที่พิมพ์มาข้างต้นเนี่ยแม่งไม่รู้ถูกหรือยังมีอยู่หรือเปล่า
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าบัตร Member เนี่ยแขกผู้มีอุปการะคุณของพวกเราเนี่ยเขาจะสมัครเพราะต้องการอะไรที่มันเป็น Privilege และ Special Offer หรือหนักกว่านั้นมันแสดงถึงความเป็น Loyalty กับแบรนด์ของเรามาก ซึ่งโดยทั่วไปพนักงานทุกแผนกโดยเฉพาะ FO, F&B และ SPA ต้อง Focus เป็นพิเศษ แต่มันก็จะมีแขกประเภททะลุยอดหญ้าคามาซึ่งไม่เข้าใจว่าคำว่า Member Card นั้นมันใช้ได้เฉพาะ "แขกที่มีชื่อระบุอยู่หน้าบัตรเท่านั้น" เพราะถ้าบัตรเดียวใช้ได้โดยไม่ต้องระบุชื่อคาดว่าต่อไปมันคงเวียนกันใช้ทั้งประเทศ Sale เค้าจะเก็บ Record แขกคนนี้ก็จะไม่ได้อะไรเลย (แต่ปัจจุบัจไม่รู้ว่าใช้ได้เฉพาะผู้มีชื่ออยู่บนบัตรได้อย่างเดียวอยู่หรือเปลี่ยนแปลงแล้วนะ เพราะเฮียไม่ได้อยู่ในแวดวง เชนโรงแรมแล้ว)
เริ่มเรื่องกันที่วันหนึ่งขณะเฮียกำลังทำงานอยู่กับน้อง G.S.A อยู่สองคนทันใดนัั้นก็มีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งประมาณ 4 คนมาเช็คอินท์เดินมาแบบฮอร์โมนว้าวุ่นกันเลยทีเดียว เฮียก็รับเช็คอินท์ปกติแต่ที่สำคัญปัญหามันอยู่ที่น้องเค้าบอกชื่อที่จองมาเนี่ยมันเป็นชื่ออีกคนนึงแต่ตัวที่มาเช็คอินท์มันเป็นกลุ่มน้องเค้า...เฮียก็ถามกลับไปว่า "ที่จองมาไม่ใช่ชื่อนี้นะครับ" คำตอบที่ได้มาพร้อมหน้าตากวนตีนคือ "ก็แม่ผมจองมาแล้วไง ผมเป็นลูกแก ผมเป็น Member โรงแรมพี่นะ" เฮียก็อธิบายไปว่า "น้องครับปกติแล้วถ้าจองมาเนี่ยอย่างน้อย ๆ ถ้าคนจองไม่ได้พักก็ต้องมาเช็คอินท์ให้น้องก่อนนะครับหรือน้องต้องมีบัตรประชาชนเค้ามาลงทะเบียนพร้อมเอกสารยินยอมนะครับ เพราะถ้าเกิดน้องแอบอ้างชื่อเค้ามาพักเนี่ยแล้วเกิดอะไรขึ้นหรือเค้าไปฟ้องว่าใช้ชื่อเค้าโดยไม่ตรวจสอบมันผิดกฏหมายนะครับ" จบประโยคนี้เท่านั้นแหละครับมันยื่นสำเนาบัตรประชาชนของแม่มันให้ผมทันที "นี่ไงพี่ สำเนาบัตรของแม่ผม พี่จะคุยกับแม่ผมมััยเดี๋ยวผมต่อสายให้" อ่ะได้ มาเจอกันมึงผมรับโทรศัพท์มา สักพักมีผู้หญิงรับ "สวัสดีครับจากโรงแรม...นะครับ พอดีผมเห็นจองมาในชื่อคุณผู้หญิงแต่คุณผู้หญิงไม่ได้มาเช็คอินท์ด้วย จริง ๆ ให้คนอื่นพักได้ครับแต่ต้องรบกวนมาเช็คอินท์ให้ก่อนนะครับ" พูดจบเท่านั้นแหละมาเลยจัดเต็มอารมณ์ล้วน ๆ โซดา โค้กไม่ต้อง "ทำไมจะไม่ได้ ก็ชั้นเป็น Member เนี่ย ชั้นให้สำเนาบัตรลูกชั้นไปแล้วมันก็น่าจะพอแล้วนี่ ทำไมยุ่งยากจังจะเอาอะไรกันอีก" ผมรวบรวมสติแล้วตอบกลับไปว่า "แต่ผมต้องรบกวนขอบัตร Member ด้วยนะครับเพราะราคาที่ได้เป็นราคา Member เพราะน้องไม่ได้พกบัตรมาด้วย ถ้าไม่มีบัตร Member เนี่ยผมขอคิดราคา Walk In นะครับ จบปุ๊บดอกสองมาทันที "บัตรอยู่ที่ชั้นเนี่ย ชั้นอยู่กรุงเทพจะต้องให้นั่งรถไปให้มั้ย นี่คุยกับตัวชั้นแล้วจะเอาอะไรอีกเรื่องมากจริง ๆ โรงแรมนี้ ชั้นบอกให้เลยนะชั้นก็ไม่อยากจะไปพักนักหรอกที่เนี่ย (แต่กูเห็นจองมาล่วงหน้าเป็นเดือน) จะเอายังไงชั้นไม่ขับรถจากกรุงเทพไปให้เธอหรอกนะ ยังไงวันนี้ลูกชั้นต้องได้นอนที่นั่นถ้าไม่ได้ชั้นจะแจ้งความ
เออ เอาดิวะ สรุปว่ากูเหมือนไปฆ่าใครตายอีกแล้วเนี่ยแจ้งความข้อหาอะไรวะเนี่ย แต่ก็หาทางออกให้เจ้แกจนได้ครับด้วยเห็นว่าเป็น Member แล้วก็อยู่แค่คืนเดียวเลยบอกแกว่า "ผมรบกวนพี่ช่วยส่งสำเนาบัตร Member หน้าหลัง เซ็นต์รับรองสำเนามาให้ผมหน่อยนะครับแล้วผมจะเช็คอินท์น้องเค้าให้" เจ้แกเหมือนใจเย็นลงแล้วตอบมาว่า "ได้ เดี๋ยวพี่ให้คนส่งไปให้ตอนนี้แหละ" ผมก็ Thank you แกอย่างสุดซึ้งจริง ๆ ยิ่งกว่าซึ้ง ๆ ทุกสิ่ง ซึ้งที่แฟลตปลาทอง จองเพียงแค่ 5000 ..พอ ๆ เดี๋ยวรู้อายุ
แล้วผมก็แก้ลำน้อง ๆ พวกนี้โดยบอกว่า "เดี๋ยวน้องนั่งรอก่อนนะครับ พี่รอแม่น้องส่งสำเนาบัตร Member มาให้นะแล้วเดี๋ยวพี่เช็คอินท์ให้" เหมือนจะอารมณ์ค้างแบบเล่นบอลแล้วโดนเสียบข้างหลังแต่กรรมการไม่ให้ฟาลว์ มันหิ้วกระเป๋าเดินไปเก้าอี้หน้าล็อบบี้แล้วก็ โครมมมม โยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้ให้เสียงดังเหมือนตั้งใจให้รู้ว่ากูไม่พอใจ เออ เอากะมึงเจริญ Pond เถอะ หลังจากนั้น 5 นาทีแม่เค้าก็ส่งสำเนาบัตร Member มาให้ครับเช็คชื่อเช็ควันหมดอายุแล้วโอเคไม่มีปัญหาก็ยอมให้เช็คอินท์ไปไม่ว่ากัน


บทความแนะนำ