วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รวมเรื่องราวสุดทรีนของคนโรงแรม



อาชีพคู่อริกับพนักงานโรงแรม
1. น้องค่ะพี่ทำงานสายการบินแห่งชาติน้องมี Special Rate มั้ยค่ะ (ห้องขาย 5000 พี่ได้เรท 2000 นอนฟรีเลยดีมั้ยพี่)
2. ชั้นทำงานสารการบิน เยอรมัน จะขอให้ คลับ เลาจน์ ฟรีได้มั้ย (แล้วถ้ากูบินสายการบินมึงแล้วบอกว่ากูทำงานโรงแรม มึงจะให้กูบินฟรีมั้ยล่ะ)
3. พี่เป็น Agent มา Inspection โรงแรมน้องขอราคาพิเศษน๊ะค่ะ (พี่ไม่ถามผมสักคำเหรอครับว่าผมอยากให้พี่มามั้ย Agent อะไรกรูยังไม่รู้จักเลย)
4. พี่ไม่ได้จองมาแต่บริษัทพี่มี Contract อยู่ พี่ขอเรทนั้นเลยได้มั้ยค่ะ (ตอนเมิงมาน่ะ 3 ทุ่ม เซลส์กับ Reservation กลับบ้านหมดแล้ว ทีนี้กูจะเช็คกับใครล่ะ)
5. ชั้นทำงานสถานฑูต เธอมีเรตพิเศษอะไรให้ชั้นบ้าง (อ้าว เวลากูขอ VISA มึงไม่เห็นมีเรตพิเศษให้กูเลย รอคิวเป็นวัน)
6. ผมทำงานโรงแรมเหมือนกันผมรู้ว่ามันควรจะเป็นยังไง (รู้แล้วเสือกถามทำป้ามึงหรือไง จำเป็นมั้ยที่โรงแรมกูต้องเหมือนมึง)
7. ชั้นมีโรงแรมอยู่ที่ต่างประเทศ เธออัพเกรดให้ชั้นเดี๋ยวถ้าเธอไปชั้นจะให้เธอพักฟรี (โรงแรมมันอยู่อินเดีย กูคงจะไปหรอกน๊ะ)



บางทีพนักงานโรงแรมก็ต้องตกอยู่ในสถานะ "‎"ความสุขที่แท้จริงคือการให้ ไม่ใช่การครอบครอง"
"ขอย้ายห้องได้มั้ยคะ"..ได้คับพี่
"อยู่ต่อขอราคาเดิมน๊ะคะ".ได้คับพี่
"อัพเกรดฟรีน๊ะน้อง"..ได้คับพี่
"ขอเน็ตฟรีน๊ะน้อง"..ได้คับพี่
...ให้หมดครับพี่ จน Service Charge ผมไม่เหลือแล้วคับ 5555...


ประโยคโกหกสุดคลาสสิค
1. พี่มาหลายครั้งแล้วไม่เชื่อคุณลองเช็คประวัติพี่ดูซิ (10 นาทีผ่านไป กูยังไม่เจอชื่อมึงเลย)
2. ผมไม่ได้เอาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่มาเลย (ขับรถข้ามจังหวัดนี่เมิงไม่คิดพกเอกสารอะไรเลยไงวะ)
3. พี่ไม่ได้กินอะไรใน Mini Bar อะไรเลยค่ะ (ซากกระป๋องโค้ก ซากขวดน้ำ ซองช็อคโกแลตกองในถังขยะเต็ม เออ ไม่ได้กิน)
4. เมือวานคุยกับน้องผู้ชายเค้าบอกให้ Late Check out ได้ (ทั้งโรงแรมมีผู้ชายอยู่ 200 คน กูจะรู้มั้ยเนี่ยคนไหน)
5. น้องไม่ต้องอธิบายอะไรพี่เคยมาพักแล้วพี่รู้เอากุญแจกมา (ขึั้นห้องได้ 3 นาที โทรมา "น้อง ๆ น้ำฟรีอยู่ตรงไหน...เออ มึงเคยมาจริง ๆ )
6. ชั้นซื้ออินเตอร์เน็ตไปตอนนี้เล่นไม่ได้มีปัญหาเธอต้องคืนเงินชั้น (ซื้อแพ็คเกจ 1 วันตั้งแต่เมื่อวาน ข้ามวันไปและเพิ่งบอกมีปัญหา นี่กูไม่ได้กินหญ้าน๊ะเว้ย)


คำถามสุดคลาสสิคที่ไม่น่าจะถามเวลามาเช็คอิน
1. พี่ขอ Late Check Out ได้มั้ยค่ะ (ผมว่าพี่เช็คอินท์ก่อนดีมั้ยครับ ยังไม่ได้ขึ้นห้องเลยน๊ะ)
2. ทำไมของพี่จอง agoda ไม่ได้อาหารเช้าค่ะ (ตอนจองกูไปนั่งอยู่กับเมิงมั้ยเนี่ย)
3. อัพเกรดให้พี่ได้มั้ยค่ะ (พี่ช่วยเหลือกตาดูเรทพี่นิดนึงน๊ะคับ จ่ายสองพันจะอยู่ห้องสองหมื่น)
4. พี่รู้จัก GM ค่ะ (แล้ว GM เค้ารู้จักพี่มััยคับ)
5. ทำไมห้องมองไม่ค่อยเห็นทะเลค่ะ (นอนดาดฟ้าเลยดีมั้ยพี่)

คำขวัญการประสานงานหว่างแผนก
ทะเลาะเรื่องบิลคือ ฟร้อนท์ กับแม่บ้าน..ทะเลาะเรื่องอาหารเป็น เอฟบี กับ ครัว...ทะเลาะแบบไม่รู้ตัวคือ ฟร้อนท์ กับบัญชี...ทะเลาะกันทุกทีคือ แม่บ้านกับช่าง...ทะเลาะกันแล้วดัง คือบัญชีกับเซลส์...ทะเลาะแล้ว Fail คือทะเลาะกับแขก...ทะเลาะกันแล้วไม่แยกต้องไปจบที่ HR...แต่ถ้ายังมีปัญหา GM ก็จะมาเอย....


คำขวัญให้แขกโรงแรม
Good room Good View จะเป็นอินเดีย..ถ้าเป็นออสเตเลียต้อง Good Service...แต่ถ้า Good Tip ก็เป็น อเมริกา..จองแล้วชอบไม่มามักจะเป็น รัสเซีย...มาเช็คอินแบบเพลีย ๆ จะเป็น เกาหลี...บัตรเครดิตชอบไม่มีจะเป็นอาหรับ....ใคร ๆ ก็อยากรับจะเป็น Japan..แต่ถ้ามาแบบไม่มีแพลนจะเป็นพี่ไทยนี่แหละ...จบ


คำขวัญงานโรงแรม
อยากโดนแขกด่าให้เป็น G.S.A........อยากเจอพนักงานเกเรให้เป็น HR
ถ้าอยากเป็นนางฟ้าให้เป็น G.R.O......อยากได้ทิปเป็นโหลให้ไปเป็น Bell
ก่อนที่จะเป็น Sale ให้เป็น Reservation...แต่ถ้าคิดว่ามั่นก็เป็น PR..อยากเจอดาราให้เป็น Mraketing...ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ให้เป็น GM ไปเลย..จบ





จากใจที่อยากบอกจริง ๆ

ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด



1. "น้องคะห้องพี่ไม่ค่อยเห็นทะเลเลยอ่ะค่ะ มีสูงกว่านี้มั้ยค่ะ" (พี่ครับห้องพี่อยู่ชั้น 10 แล้ว สูงกว่านี้ก็ดาดฟ้าแล้วครับ"
2. "น้องค่ะ Late check out ได้ บ่าย 2 โมงเองเหรอค่ะ บ่าย 3 ได้ม่ะ" (งั้นพี่นอนฟรีไปอีกคืนเลยละกันคับ"
3. "น้ำเปล่าฟรี 2 ขวด พี่ขอเพิ่มอีก 4 ขวดได้มั้ยค่ะ" (ผมว่าผมออกไปซื้อ เซเว่น ให้พี่ก็ได้ครับเอาสักแพ็คเลยมั้ยคับ)
4. " อาหารเช้าให้ฟรีแค่ 2 คนเองเหรอ เด็กอีก 2 คนให้ฟรีด้วยได้มั้ย" (หึ ลูกพี่คนแรก 13 อีกคน 15 แถวบ้านไม่เรียกเด็กแล้วคับพี่)
5. "ห้องพี่เป็น ซิตี้ วิว อัพเกรดให้เป็น ซีวิว ได้มั้ย" (แล้วตอนจองทำไมพี่ไม่จอง ซีวิว ไปเลยล่ะคับ มันยากตรงไหน)
6. "พี่เคยมาพัก ขอราคาเหมือนครั้งที่แล้วน๊ะ ราคานี้สูงไป (ปีนี้ 2012 พี่มาพักเมื่อปี 2008 พี่จะไม่ให้ราคามันเปลี่ยนเลยใช่มั้ยครับ)
7. "พี่อยู่ 3 วัน ทำไมให้ อินเตอร์เน็ตพี่ฟรีวันเดียวเองล่ะ ขอ 3 วันเลยได้มั้ย" (พี่ครับ ราคานี้มันไม่รวมอินเตอร์เน็ต ให้ฟรี 1 วัน นี่ก็บุญแล้วน๊ะคับ)
8. "น้องค่ะ เสริมเตียงให้พี่ฟรีได้มั้ยค่ะ มากัน 3 คนน้องไม่ใส่ให้แล้วอีกคนจะนอนตรงไหนล่ะค่ะ" (ตอนจองเค้าก็ให้ใส่จำนวนคนนี่ครับ แล้วพี่ไม่รู้เหรอครับว่าพี่จะมากี่คน ตกลงคุยกันก่อนมามั้ยฮะ ปัญหาพี่น๊ะเนี่ย ไม่ใช่ปัญหาผมเล้ย)



นอกจากพนักงานโรงแรมเชนดังๆ ต้องระวัง "มิสทรี่ช็อปเปอร์แล้ว" ตอนนี้มีตำแหน่งใหม่ที่เราต้องระวังคือ "มิสอีนี่เยอะเว่อร์" ขอแม่งได้ทู้กอย่าง "ขอน้ำฟรีเพิ่มค่ะ" "ขออัพเกรดห้องฟรีค่ะ" "ขอเลทเช็คเอาท์ค่ะ" "ขอชั้นสูงๆ ค่ะ" "ขอห้องติดกันค่ะ" "ขออินเตอร์เน็ตฟรีค่ะ"...สรุปผมว่าพี่นอนบ้านดีกว่ามั้ยฮะ ขอขนาดนี้ผมว่าพักฟรีเลยดีกว่าพี่นะ....


 จริง ๆ แล้วอยากนำเสนอห้องพักสำหรับแขกเยอะ ๆ มาก เชิญพบกับห้องพักแบบใหม่"ดาดฟ้า สวีท" เพื่อขจัดปัญหา "พี่อยากได้ชั้นสูงๆ ค่ะน้อง" (อันนี้สูงสุดๆ เลยฮะพี่) "พี่อยากได้ห้องเห็นทะเลชัดๆค่ะ" ( ห้องนี้เห็นเต็มๆ เลยพี่ไม่มีใครบังวิวพี่เลยฮะ) "พี่อยากได้ห้องมีระเบียง" (อันนี้มียิ่งกว่าระเบียงอีกครับ พี่จะโดดลงไปก็ได้น๊ะพี่) "ห้องมันเล็กน่ะน้อง อัพเกรดฟรีไปห้องใหญ่ได้มั้ย" (ห้องนี้ใหญ่มากครับ ทั้งชั้นมีพี่คนเดียวเลยฮะ)...จองด่วนช้าหมดอด ซี วิว น๊ะฮ้าฟ

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บัตร AMEX ในมือควาย




เรื่องวันนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังนั่งพักอยู่ในออฟฟิศ กับเวลคั่มดริงค์ น้ำตะไคร้ (กินแล้วยุ่งไม่กัด) จิบเล่น ๆ เพลิน ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงสวรรค์ (จริง ๆ มันเป็นเสียงนรกแหละ) ดังมา พอรับปุ๊บปลายสายเป็นเสียงน้องชาย(สาว) สุดที่รัก "พี่คับ เชิญข้างนอกหน่อยครับ" หึ มาและ ประโยคคลาสสิคนี้ นอกจากจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย คลื่นเหียน อาเจียน เพราะไม่รู้ว่าต้องเจออะไรแล้ว มันยังทำให้ผมรู้สึกสับสนกับชีวิตไม่รู้ว่าจะเอายังไง จนเกือบคิดสั้นผูกคอตายใต้ต้นผักชีกันเลยทีเดียวและที่สำคัญมันพรากผมจากการกิน เวลคั่มดริงค์ น้ำตะไคร้อันแสนอร่อย (มาก).....ผมเดินออกมาหน้าเคาน์เตอร์พบชายชาวต่างชาติ (ขอสงวนสัญชาติน๊ะ ไม่อยากบอกว่าเขาเป็นสัญชาติอะไร เดี๋ยวโดนฟ้อง) สักพักน้องผมเริ่มอธิบาย"คืออย่างนี้คับพี่ แขกเค้าจะพา ผู้หญิงขึ้นห้องแต่น้องเค้าไม่มีบัตรประชาชน" เออ นั่นไง มาอีกและ ปัญหานี้ เอากูก็ไม่ได้ไปเอากะมึง ดูก็ไม่ได้ไปดูมึง จะขอถ่ายคลิปเก็บไว้ก็ไม่ได้ ตอนเช็คอินก็บอกแล้วว่าถ้าจะเอาใครมาให้ วางบัตรไว้แล้วขึ้นห้อง รู้ก็รู้ว่าชะนีตนนี้ไม่มี ID อาจเป็นชะนีผลัดถิ่นก็ได้ ก็ยังเสือกจะไปเอามาอีกตกลงมึงไม่เข้าใจตอนที่เค้าอธิบายใช่มั้ยเนี่ย สักพักผมก็เริ่มต้นอธิบาย ประมาณว่า ชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ด สวรรค์ทั้งแปด บลา บลา บลา ว่ามันขึ้นไม่ได้น๊ะเพราะเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับ ยู แล้วไอ จะตามหาผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไรเพราะไม่มีอะไรเลย บางทียูอาจจะไปแทงผู้หญิงคนนี้แล้วเกิดผู้หญิงคนนี้มอมยายูแล้วรูดทรัพย์ไป ยูจะทำยังไง ร้อยล้านเหตุผลของคนถูกทิ้ง เอ้ย...ไม่ใช่ ที่ผมอธิบายและคิดว่าคนดี ๆ ย้ำนะคับว่า คนดี ๆ น๊ะครับเค้าคงเข้าใจ แต่มันไม่ใช่กับคุณกระบือตัวนี้ครับ เพราะพอคำอธิบายของผมจบลงเท่านั้น มันมาเลยครับ "Why อย่างนั้น Why อย่างโน้น Why อย่างนี้ Whyแดง Whyขาว Whyดำ ทำไมชั้นจะเอาขึ้นไม่ได้ ห้องของชั้น ๆ จ่ายเงินมา" คิดในใจว่า "เออ กูรู้ว่าห้องมึง มึงจ่ายเงินมา ไม่มีใครเค้าไปลากมึงมาพัก ไอ้กระบือน้อยหอยสังข์เอ้ย แต่กูไม่ได้บอกว่าไม่ให้ขึ้น กูบอกว่าให้มันไปเอาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่มาก่อนแล้วทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วขึ้นไป ...แต่ดูเหมือนคำพูดผมกับความเข้าใจมัน เป็นสิ่งที่สวนทางกันมาก ประมาณว่าขับย้อนศรด้วยความเร็ว 120 กม./ชม กันเลยทีเดียว ทีนี้เพื่อความง่ายผมหันไปหา นางชะนี ตนนั้นแล้วถามหาเอกสาร "บัตรประชาชนไปไหนน้อง" หายค่ะพี่ มันตอบ "ใบขับขี่ล่ะ" หายค่ะพี่ มันตอบ "อ้าว แล้วทำไมไม่ไปแจ้งความ ไปแจ้งความแล้วเอาใบแจ้งมาให้ละกันแล้วจะให้ขึ้น" คือพี่คะพรุ่งนี้ว่าจะไปทำใหม่เลยค่ะพี่ แหม อยากจะพูดเหลือเกิน "เออ งั้นพรุ่งนี้มึงมาใหม่ละกัน" นี่บัตรประชาชนกับใบขับขี่นี่มึงปล่อยให้หายพร้อมกันสองใบเลยหรือไงว่า มึงคิดว่ากูกินหญ้าเป็นอาหารหรือไง จากประสบการอีพวกพูดแบบนี้มีสองประเภทคือ 1. ลืมเอามาเพราะไม่คิดว่าจะมีใครเอา กับ 2. หายจริง ๆ แต่ขี้เกียจไปแจ้งความมาตายเอาดาบหน้า กะว่าฟลุ๊คเค้าให้ขึ้น ที่อื่นมึงคงโชคดีแต่มาที่นี่มรึงพลาดแล้วมาเจอกรู เสือกทำให้กูโมโหด้วย บังอาจพรากกรูจากการกิน เวลคั่มดริงค์ น้ำตะไคร้ กูอยู่ของกูดี ๆ แล้ว.....ผมก็ยังยืนยันกับคุณแขกคนนี้ ที่ตอนนี้เริ่มโมโหและกำลังจะกลายร่างเป็นควายป่า นำเข้าจากเมืองนอกทีละนิด... ทีนี้พอยืนยันแน่ว่ายังไงก็ไม่ให้ขึ้น มันมาเต็มเลยครับ ขุดดิน ปลูกผักหน้าล็อบบี้ตั้งแต่ ฟักทอง ฟักแม้ว ฟักเขียว ฟักตุ๋นมะนาวดอง ฟักทองแกงบวด ผ่านไป 5 นาที ล็อบบี้ผมเต็มไปด้วย พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ สนองนโยบายเจ้ปูกันเลยทีเดียว เท่านั้นไม่พอครับ มันทุบเคาน์เตอร์ (ที่ผมภาวนาให้แตกบาดมือมัน แต่แม่งเสือกไม่แตก แหม่ม ถ้าแตกนี่กูจะชาร์จให้ขีัแตกเลยมึง เอาให้หายอยากไปเลย) "ยู จะเอาเท่าไหร่ ชั้นถึงจะเอาผู้หญิงคนนี้ขึ้นไปได้" นั่น เอาเงินฟาดหัวกรูอีก นี่มึงนึกว่ากูเห็นแก่เงินหรือไง เงินซื้อกูไม่ได้โว้ย(ถ้าไม่มากพอ 555) ทีนี้ผมก็ต้องมานั่งอธิบายเป็นภาคต่อ ของซีรี่ ชะนีร้อยล้าน อีกว่า "มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินแต่มันเกี่ยวกับความปลอดภัยยู ถ้าเกิดยูเป็นอะไร ไอ จะได้ ติดตามชะนีตนนี้ได้ว่ามันโหนเถาวัลย์ไปต้นไม้ต้นไหนแล้ว บลา บลา บลา" คำอธิบายเหมือนมันจะดูดีและน่าจะเข้าใจ แต่เปล่าเลยครับ เปล่าเลย เหมือนกับว่ารอยหยักในสมองของมันยังไม่ทำงาน มันก็ยังเริ่มต้อนปลูกผักสวนครัวต่อไป ตอนนี้ผมอยากจะเก็บฟักของมันไปขายเหลือเกิน นี่ไม่เกรงใจนี่ทำเป็นสินค้า OTOP เลยน๊ะเนี่ย "ยูจะห่วงอะไรความปลอดภัยชั้น ชั้นเอาตัวรอดได้" เออ แรก ๆ กูก็เห็นพูดงี้ทุกคน พอเวลาเสร็จปุ๊บ หลับปั๊บ ชะนีขโมยตังค์ปุ๊บ ทีนี้แหละ หาที่ลงกับใครไม่ได้ เอาโรงแรมนี่แหละวะ คอมเพลนเข้าไป แต่ขอโทษกรูรู้ทันมึงเฟ้ย ...ผ่านจากนั้นไป 10 นาที มันมาใหม่ทีนี้ควักกระเป๋าเงินมา และหยิบบัตรเครดิตสีดำออกมาซึ่งผมก็รู้ว่ามันเป็นบัตร American Express Black Card Unlimited Credit ประมาณว่าบัตรนี้ถ้าจะซื้อบ้านซื้อรถก็ซ์้อได้เลย วงเงินไม่จำกัน มันควักออกมาแล้วยืนเคาะเคาน์เตอร์ "ยูรู้มั้ยนี่อะไร" แหมมมมม อยากจะบอกเหลือเกิ๊น อ๋อ กูรู้ นี่ก็บัตรเครดิตชาวนาไง แต่อ้าว เค้าให้ชาวนาถือไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ควายพกมาได้ล่ะ นี่มึงแอบเอาเขาแทงชาวนาตายแล้วขโมยมาใช่มั้ย.....ล้อเล่นคับ อยากพูดแต่ทำไม่ได้ ผมก็ทำได้แต่ "ใช่ชั้นรู้นี่บัตรเครดิต........ อะไรก็ว่าไป แต่ขอนิดนึงน๊ะจากที่กูเห็น บัตรมึงเนี่ยเป็นรุ่นแรกของ Black Card เค้าเลิกผลิตกันไปนานและไอ้กระบือเอ้ย แล้วนี่มึงจะเอามาโชว์หาสามีแม่มรึงเหรอ...ยังไงผมก็ยังไม่ยอมให้ขึ้นคับ มาดูกัน มรึงกับกรูใครจะอึดกว่ากัน มึงปลูกผักสวนครัวได้กรูก็อดทนอธิบายกับมึงได้ เอาซิ ผ่านไปอีก 15 นาที จนมันทนไม่ไหวต้อง หันไปบอกผู้หญิงให้กลับไปเอาบัตร แต่ก่อนไปมีตอดอีกนิดนึงครับ "เมื่อคืนชั้นก็เอามาเค้าไม่เห็นเก็บชั้นเลย" นั่น มึงมีก๊อกสอง กะว่าเผื่อฟลุ๊คแต่เสียใจ เพราะหลังจากที่ผมถามชะนีตนนั้นแล้วว่า "น้อง เมื่อคืนมาด้วยเหรอ" รู้มั้ยครับชะนีตอบว่าไง "เปล่าค่ะพี่ เมื่อคืนไม่ใช่หนู" เออ เอาซิ หน้าแหกแล้วมึง กรูว่ามึงกลับไปไถนาดีกว่าม่ะ สุดท้ายมันก็ต้องยอมให้ผู้หญิงกลับไปเอาบัตรครับ ....ก็ใครเค้าจะไปให้ขึ้น เกิดอะไรขึ้นมามึงก็มาหาว่าโรงแรมไม่ดีอยู่นั่นแหละ


วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

"กูจะเอา (แบบหน้าด้าน ๆ)

ตอน กูจะเอา (ให้ได้ด้วย)





วันนี้จะมาระบายในเรื่องของแขกฟาย ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ได้แต่ก็ยังเจือกขอ เริ่มต้นที่บ่ายวันหนึ่งขณะที่ผมกำลังนั่งเคลียร์งานอยู่ใน ออฟฟิศ พลันก็มีน้องสาว G.S.A สุดที่รักโทรเข้ามาหา "พี่ค่ะ แขกจองแพคเกจที่มีให้สำหรับคนไทย แต่เขาไม่ใช่คนไทย แต่เขาจะเอาราคาคนไทยค่ะพี่" นั่นไง ว่าแว้ว อยู่นิ่ง ๆ ได้ไม่นาน ผมเลยเดินออกไปที่หน้าล็อบบี้ พบแขกคนหนึ่ง ย้ำน๊ะครับว่าแขกจริง ๆ ใจก็นึกว่า นี่มึงไม่ได้ส่องคันฉ่องดูสารรูปเมิงเลยเหรอเนี่ยว่าหน้าเมิงเนี่ยมันคนไทยตรงไหน  มึงเข้าโรงเรียนอนุบาลเด็กมันยังรู้เลยว่าเมิงมาจากเทือกเขาหิมาลัย นี่มึงยังกล้า ๆ จองเรตที่เขาทำขึ้นเพื่อช่วยคนไทยที่น้ำท่วมอีกหรือนี่ ด้านมาก ด้านจริง กระเบื้องเรียกพ่อกันเลยทีเดียว... " Good Afternoon Sir. How can i help you today" ประโยคต้อนรับสุดคลาสสิค ทั้งที่ในใจก็รู้อยู่แล้วล่ะว่ามันมีอะไรให้เราช่วยแต่ก็ถามพอเป็นพิธี เดี๋ยวไม่ได้ Standart พอจบประโยคปุ๊บ มันสวนกลับมาเลยทันทีครับ เป็นภาษาอังกฤษสำเนียง บอมเบย์ จับใจความได้ว่า " ไม่เคยมีใครบอกฉันเลยว่าต้องเป็นเฉพาะคนไทยหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้นถึงจะจองโปรฯ นี้ได้ เว็บไซต์ยูก็ไม่ได้บอกอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างโน้น อย่างนั้น ชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ดมารวมกัน" ผมก็อดทนฟังมันน๊ะเพราะมันเล่นไม่เปิดช่องว่างให้เลย ถ้าเป็นทางด่วนก็เต็มทุกช่องทางอ่ะ ก็ดูต่อไปว่ามันจะจบที่ตรงไหน 10 นาทีผ่านไป มหากาพย์เรื่องนี้ท่าทางจะยังไม่มีที่สิ้นสุด .... ตามมาติด ๆ อีก 5 นาที สำหรับข้อเสนอแนะของมัน ถ้าไม่เกรงใจแม่งคงทำภาค 2 ไว้รอน่ะ "เว็บไซต์ของยูน่าจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างนู้น" จริง ๆ กรูว่าเว็บกรูเนี่ยไม่ต้องทำอะไรหรอกน๊ะ เมิงไปทำตัวเมิงเองนี่น่าจะง่ายกว่าน๊ะเนี่ย พอมันพูดจบเปิดช่องว่างเท่านั้นแหละคับ ผมก็จัดเต็มเลย อธิบายบายเลยประมาณว่า แพ็คเกจนี้น๊ะเราสำหรับคนไทยหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมันต้องอย่างนั้น อย่างนู้น อย่างนี้ (เอาคืนมั่ง) ส่วนที่มันบอกว่าเว็บไม่ได้แจ้งรายละเอียด ผมเลยขอเอกสารมันมาดู ชัดเจนครับ ทิ่มเต็มตาสองข้าง ถ้ามีตาที่สามคงได้ทิ่มไปอีกข้างแหละ "This package for Thai Resident Only" จะบอกว่ามันอ่านไม่ออกก็ไม่น่าใช่เพราะตอนมันพร่ำพรรณามันก็พูดภาษาอังกฤษได้อยู่ เอาสิ มึง ไปไงต่อ หลักฐานคาตา จบมั้ย..หึ ขอโทษครับ ยังครับ ยัง มันยังไม่จบแค่นั้น มันพูดต่อครับ "จริง ๆ เว็บไซต์เธอน่าจะแยกเลยน๊ะระหว่าง ราคาคนไทย กับคนที่ไม่ใช่คนไทย เพราะมันจะช่วยให้อย่างนั้น อย่างนู้น อย่างนี้ อ่ะ ภาค 2 มาและ" เอากะมันซิ ไปได้เรื่อย ๆ อีก โห เมิงนี่ ปลาไหลเรียกพ่อเลยน๊ะเนี่ย ปานว่าจะเอาให้ได้ แต่ขอโทษ กรูไม่ให้เว้ย ผมเลยจัดไปอีกดอก " ทำไมเวลายูจองยูไม่อ่านรายละเอียดเหรอ ลูกค้าคนอื่นเนี่ยไอไม่เคยเห็นว่าเขาจะมีปัญหาน๊ะ พอเขารู้ว่าเขาจองไม่ได้ เขาก็ไปหาแพ็คเกจใหม่" เออ เอาดิ มา แต่ถ้าคิดว่าจบแล้ว ยังคับ ยังไม่จบ มันมีต่อภาค 3  "ฉันจะขอคุยกับ GM" อ่ะ เริ่มเล่นของสูงและ นึกในใจ มึงคุยกับ GM เดี๋ยวแกก็ด่ามึงกลับอยู่ดี เงื่อนไขเค้าก็ระบุชัดเจนว่าสำหรับคนไทย หน้าเมิงเนี่ย หิมาลัย ชัด ๆ "ได้ แต่วันนี้เขาไม่มา พรุ่งนี้เขามา ยูมาขอคุยเลย" อ่ะ เอาดิ มา ผมก็จัดเต็มเหมือนกัน สักพักมันไม่รู้จะทำไง มองหน้ากับเพื่อนปานว่าอยากจะวิ่งออกไปนอกโรงแรม ในขณะที่มีฝนตำพร่ำ ๆ แล้วทำมิวสิค "โอ้ ไม่น๊ะ ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ" ตอนหลังคงไม่รู้จะสร้างภาค 4 ต่อยังไงมันเลยถามผม "แล้วยูจะให้ฉันทำยังไง หรือจะให้ฉันเช็คเอาท์ตอนนี้แล้วไปพักที่อื่น" นั่น ออกแนว ฮาร์ดคอร์ด้วยกะว่าปิดจ็อบเลยด้วยคำถามน้ำ น้อยใจจะไปพักที่อื่นว่างั้น ถ้าทำได้ผมคงบอกให้มันไปนอนดาดฟ้าอ่ะ วิวสวย น้ำใส สายลม แสงแดด และท่อแอร์.. ผมเลยบอกไปว่า ยูก็จ่ายเพิ่มมา 800 บาท ให้เป็นเรตคนต่างชาติแล้วก็เช็คอินท์ ส่วนถ้ายูจะเช็คเอาท์ก็แล้วแต่ยู อ่ะ เจอมุขนี้ไป อึ้งครับ อึ้งแดกส์ ไม่คิดว่าเราจะกล้าพูด เออ เอาสิ จะไปไงต่อล่ะมึง ดูดิจะมีภาค 5 มั้ยแรก ๆ มันก็อิดออด จะไม่จ่าย อะไรอย่างงี้อ้างนั่น อ้างนู้น อ้างนี่ ส่วนผมก็มั่นใจเพราะผมไม่ได้ทำไรผิด สุดท้ายจบลงที่จ่าย 800 บาท ฮ่า ๆๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ** เมื่อคุณจะต้องดีลงานกับแขกที่มาจากเทือเขาหิมาลัย หรือ ดินแดนอุตระประเทศ ให้พูดเสียงดัง ๆ และชัดถ้อยชัดคำไว้ คุยให้ขาด ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้ว มันจะกดคุณจนคุณต้องยอมมันทุกอย่างเรยยยยยย จิง ๆ น๊ะ ....



วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ควายตามหา Contract Rate




เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26/06/2011 เวลาประมาณ เที่ยง ๆ เห็นจะได้ (ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะมันยุ่งจนไม่มีเวลาเหลือกตาดูนาฬิกา) มีควาย เอ้ย แขกคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นนามบัตรให้ผมพร้อมประโยคขอร้องแกมบังคับว่า I have contract rate with your hotel can you check for me แปลเป็นไทยได้ว่า กรูเนี่ยน๊ะมีสัญญาค่าห้องถูก ๆ กับโรงแรมมึงอยู่ช่วยเช็คให้กรูที ประมาณว่ากรูอยากได้ห้องราคาถูก ๆ น๊ะ แต่กูอยากอยู่ห้องสวย ๆ" งง ครับ วินาทีแรก รับรองว่า งง อึ้ง ทึ่ง เสียว พูดอะไรไม่ออกเหมือนโรงแรมที่กำลังปรับปรุงอยู่กำลังจะถล่มใส่ตัว ผมยิ้มแหย ๆ พร้อมรับนามบัตรควายตัวนั้น เอ้ย แขกคนนั้นมา พร้อมตั้งสมาธิเพ่งจิตไปที่นามบัตรแล้วนึกในใจ ย้ำน๊ะครับว่าในใจ "บริษัทเชี้ยไรของมึงว่ะเนี่ย กูไม่เห็นเคยรู้จักเลย Agoda ก็ไม่ใช่ Latestay ก็ไม่ใช่ Wotif ก็ไม่ใช่เข้าไปใหญ่ ตกลงนี่บริษัท ซนทีนนน อะไรของมึงวะเนี่ยกรูไม่เห็นรู้จักเลย มึงเคยส่งแขกให้โรงแรมกูมั่งมั้ยเนี่ย แต่ที่แปลกใจคือตำแหน่งมันเป็นถึง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ภูมิภาค เอเชีย แปซิฟิก เลยน๊ะอ้าฟฟฟฟ ใหญ่ขนาดนี้ไม่รู้ว่าเมิงไม่ทราบหรือไงว่าถ้ามึงจะใช้ rate contract มึงต้องติดต่อเซลส์กรูมาก่อน หรือไม่ก็ติดต่อสำนักงานมึงที่ประเทศกรูก่อน แล้วค่อยให้เค้าทำจองมาให้มึง ไม่ใช่ให้มึงเดินมา เอาเขาพาด แล้วยื่นนามบัตรพร้อมหญ้าคาให้กู..แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยังหน้าด้านอุตส่าห์ทำท่าหาให้มันอย่างแข็งขันน๊ะคับ (แต่มันไม่รู้หรอกว่าผมไม่ได้หาอะไรเลย แค่อัพเดทประวัติแขกก่อนหน้าเท่านั้น เอิ๊ก ๆๆ) สักพักผมจึงแจ้งมันกลับไปว่า Sir, in case of you want the rate same as your contract, your booking must be reserv in advance also you must be contact our sale person to get the rate, for this time i can offer the rate as our promotion Room Only, แปลเป็นไทยได้ความว่า "ขอโทษน๊ะครับ (มีแอบสุภาพนิดส์นึง) ถ้าคุณอยากจะได้ราคาตาม contract คุณต้องจองล้วงหน้าหรือติดต่อเซลส์โรงแรมของเราเพื่อทำจอง ตอนนี้ผมให้คุณได้ถูกที่สุดแค่ค่าห้องไม่รวมอาหารเช้า" หลังจากบทสนทนาจบพี่แกตอบตกลงอย่างดีใจพร้อมบอกว่า "I no need breakfast" จากนั้นผมก็หาห้องให้มัน (ขอบอกว่า อัพเกรดให้ด้วย น้านใจดีสุด ๆ เป็นคนอื่นเขาไม่ให้มึงหรอกน๊ะเนี่ย)  แล้วก็ออกเอกสารที่แสดงว่าเป็นค่าห้องไม่รวมอาหารเช้าแล้วให้มันใช้ขากีบน้อย ๆ ของมันเซนต์ แล้วเราก็จากกันไป

27/06/2011 เรื่องมันเกิดวันนี้คับ ประมาณเวลา 8.30 นาฬิกาเป็นเวลาของอาหารเช้า ควายตัวนี้ได้พาแฟนมันไปกินข้าวซึ่งผมบอกมันไปแล้วว่าค่าห้องของมันไม่รวมค่าอาหารเช้า อยากกินต้องจ่ายเอง ไม่งั้นมึงก็ไปหากินหญ้าเอา มันรีบเดินมาที่เคาน์เตอร์ฟร้อนท์ครับแล้วถามหาผม เป็นเวลาเดียวกับที่ผมกำลังอยู่ที่ออฟฟิศแผนกแม่บ้าน "พี่ค่ะแขกห้อง... บอกว่า พี่บอกว่าเค้าได้อาหารเช้าแต่ห้องอาหารจะชาร์จเค้าค่ะ" ปรี๊ดดดเลยครับผม แต่เช้าเลยครับเจอแขกกวนตีนแต่เช้า ผมไม่รอช้าบอกให้น้องที่โทรหาผมยื่นโทรศัพท์ให้มัน (พร้อมกับให้เธอระวังเขามันด้วยเพราะเขามันยาวมากกก) "You said my room include Breakfast" มันบอกว่า "เธอบอกชั้นว่าห้องชั้นรวมอาหารเช้า" น้านสาดดด นี่เขามึงยาวจนทำให้ความจำเสื่อมแล้วหรือไงวะ "No, i said Room Only" ผมก็ตอบกลับมันไป "ไม่ ค่าห้องไม่รวมอาหารเช้า" รู้มั้ยคับมันพูดว่าไง "you did" "you did" "you did" สามครั้งติดรวด แล้วเคยมั้ยครับที่คุณกำลังจะพยายามพูดหรืออธิบายอะไรสักอย่างแล้วมีคนพูดแทรกและไม่ฟัง ทั้ง ๆ ที่มันนั่นแหละเป็นคนผิด มันมาสามผมเลยใส่ 4 "No i did not" "No i did not" "No i did not" "No i did not" เอาดิ มึงกับกูใครจะอยู่ใครจะไป มันเงียบครับ ผมอาศัยช่วงจังหวะเวลานี้สวนกลับ "Upon you check in you singed the document reconfirmed Room Only, You can check with my staff" ประมาณว่า ตอนที่มึงลากเขายาว ๆๆ ของมึงมาเช็คอินท์เนี่ย กรูออกเอกสารรับรองให้มึงแล้วว่าห้องไม่รวมอาหาร (ซึ่งผมก็มีเอกสารถ้ามันอยากจะเหลือกตาดู) ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ว่า คนระดับ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของบริษัท ซนทีนนนซนมือ อะไรของมึงที่กูไม่รู้จักเนี่ย ตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้เวลาเซนต์เอกสารมึงไม่อ่านเลยหรือไง ไอ้ควายยยยเอ้ยยยย แล้วถ้าเค้ามาหลอกให้มึงโอนบริษัทให้เค้ามึงจะทำไงโหยยย หญ้าประเทศไทยไม่ช่วยให้มึงฉลาดขึ้นเลยไงวะ โมโหมากครับ โมโหจริง ๆ ขันติยังเอาไม่อยู่เพราะขันมันแตกตั้งแต่มันบอกว่า ค่าห้องรวมอาหารเช้าแล้ว หลังจากบอกไป มันเงียบ ทีนี้มาเลยคับ จะขอคุยกับ GM นี่มึงคิดได้ไงเนี่ย จะเข้าคุยกับ GM ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองผิด เพียงแค่จะขอกินข้าว 500 กว่าบาทเนี่ยน๊ะ โหยยยย มึงจะพยายามไปไหนวะเนี่ย ไม่เกรงใจนี่กูจ่ายให้มึงแล้วน๊ะเนี่ย ระดับมรึงเงินเดือนน่าจะเป็นแสน 500 แม่งไม่จ่าย ผมเลยสวนกลับไป "If you need breakfast you can get it, i will give complimentary for you, but don't tell anything seem i'm lie you" แปลเป็นไทยได้ว่า ถ้ามึงจะกินหญ้า เอ้ย กินข้าว กูให้มึงกินก็ได้ (ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ไม่อยากให้แม่มหรอกแต่ไม่อยากให้มันกวน GM) แต่กรุณาอย่าบอกว่ากรูโกหกมึงเรื่องอาหารเช้า จากนั้นมันก็ Thank you  แล้วก็เดินกลับไป...ถ้าคุณคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ ยัง มันยังไม่จบ ประมาณ บ่ายโมง นิดส์ๆ มันเดินลากกระเป๋าลงมาจากห้องผ่านเคาน์เตอร์เช็คเอาท์ โดยไม่บอกใครแล้วก็เดินไปขึ้นรถ ซึ่งคาดเดาได้ว่ามันคงจะเบลอเพราะเกิดจากการดำนามาก คันไถมันหนักไปเลยไม่แจ้งเช็คเอาท์เหมือนแขกปกติดี ๆ ที่เค้าทำกัน พอดีกับที่พนักงานผมเหลือบไปเห็น "พี่ ๆ ห้องนั้นเค้ายังไม่แจ้งเช็คเอาท์เลยนีะพี่" ดูมันครับ ดูมันทำ กวนตีนจนหยดสุดท้าย ห้องก็อัพเกรดให้ ข้าวเช้าก็แดกรส์ของกรูฟรี ตอนจะไปแม่งไม่บอกสักคำ ดีที่หลังจากแม่บ้านเช็คห้องแล้วไม่มีอะไรแตกหักเสียหาย และไม่มีบิลอะไรค้างไม่งั้นยาวววว...ยังไงกูก็ขอให้มึงไปสู่ที่ชอบ ๆ น๊ะ ทำบุญคนไม่ขึ้นเลยกู เล่นกับหมา ๆ เลียปาก นี่เล่นกับควาย ควายขวิดเลย.....



วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อยากซักแต่ไม่อยากจ่ายโว้ย




"กูล่ะเบื่อ"

เรื่องนี้เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้นี่เอง ปัญหามีอยู่ว่า มีแขกจากประเทศ ๆ หนึ่งซึ่งไม่ขอเอ่ยนามละกันเดี๋ยวจะโดนฟ้อง(รู้ไว้แล้วกันว่าประเทศเขาอาหารและกลิ่นตัวแรงงงงส์มาก) เขาจองห้องพักมาพร้อมกับได้รับสิทธิในการซักผ้าฟรี 8 ชิ้น ย้ำครับว่า 8 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งในขณะที่เขาได้เช็คอินท์ในโรงแรมทางพนักงานไล่ตั้งแต่ Manager, Officer, Butler, Programmer, Hamberger, เอ้ย สองอันหลังไม่ใช่น๊ะล้อเล่ง ก็อธิบายให้เสร็จสรรพเรียบร้อย เท่านั้นยังไม่พอครับ ด้วยความที่กลัวว่าสมองน้อย ๆ ของมันอาจจะไม่เข้าใจเราจึงแจกจดหมายตบท้ายไปอีก 1 ฉบับเพื่อเป็นการยืนยันครับว่า "มึงได้แค่ 8 ชิ้นน๊ะ" ถ้าเสร่อซักเกินก็กรุณาจ่ายด้วย เพราะแม่บ้านเค้าไม่อยากดอมดมเครื่องเทศจากเสื้อผ้าของเมิงฟรี ๆ น๊ะจ๊ะ จากนั้นก็จบไป ย้อนนนน กลับไปตอนเริ่มต้นอีกครั้ง ตั้งแต่ที่มันส์จองมา ทำบุ๊คกิ้งส์เสร็จปั๊บ ก็ยกเลิกปุ๊บ แล้วก็จองใหม่ปั๊บแล้วก็ยกเลิกอีก คาดการณ์ได้ว่าชีวิตมึงนี่ไม่มีอะไรแน่นอน ตลาดหุ้นที่ว่าไม่แน่นอนยังเรียกมึงว่าพี่กันเลยทีเดียว จนมาเช็คอินท์ก็ยังอุตส่าห์เอากระดาษที่มันคอนเฟิร์มว่ายกเลิกไปแล้วสำหรับการจองห้องพักมาเสนอหน้าเช็คอินอีก โอ้ พระเจ้ายอดมันจอร์จมาก หน้ามึงกับกระเบื้องนี่อันไหนหนากว่ากันวะ แต่ซวยไปที่มันเจอ Manager ที่ชั่วโมงบินสูงมันเลยต้องยอมจ่ายตามสถาณการณ์ ซึ่งสิ่งนี้เห็นจะเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถประกาสเอกราชเอาชนะมันได้ ตัดกลับมาที่วันที่มันเช็คเอาท์ เวลาประมาณ 8 นาฬิกาเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หน้าล็อบบี้ (มันก็คงเป็นเรื่องปกติเพราะจะไปให้ดังห้องช่างก็คงไม่ได้) ปลายสาย "Hello i want to know about my laundry benefit" แปลเป็นไทยว่า "บอกฉันทีว่าฉันได้ซักผ้าฟรีไหม" หลังจากที่ผมรับเบอร์ห้องของมัน ซึ่งจริง ๆ น่าซื้อหวยน๊ะเนี่ย ผมก็เช็คในระบบ "Your laundry is free 8 Pcs." แปลเป็นไทยเอาเองน๊ะ หลังจากนั้นมันก็ขอบคุณและก็วางหูไป ต่อมาเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่า ๆ หลังจากที่มันลงมาแจ้งเช็คเอาท์แล้วเห็นบิลค่าซักผ้า "I don't want to pay this bill. you told me i can get free laundry" ประมาณว่ากูไม่จ่ายเพราะมึงบอกกูว่าฟรี เท่านั้นยังไม่พอครับตัวผัวไม่เท่าไหร่พอตัวเมียมา จัดเต็มครับ น้ำเสียงบวกคำพูดตบท้ายด้วย Acting เหมือนตอนคุณน้องเรยากำลังด่าพี่เลี้ยงลูกตัวเองกันเลยทีเดียว ทีนี้มาเลยครับชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ด มาหลอมรวมกัน "พนักงานเธอบอกชั้นอย่างนั้นอย่างนี้ จดหมายที่เธอให้ชั้นก็ไม่ได้อ่าน ทำไมชั้นมาพักผ่อนต้องผ่านด้วยเหรอ" สรุปง่าย ๆ ว่ากูไม่จ่ายเมิงจะทำไมแม้พวกเราจะยืนยัน นั่งยัน นอนยัน เอาตีนยันเอามือยันก็แล้ว ยังไงมันก็ยังไม่จ่ายอยู่ดี เถียงกันจนถ้าผู้กำกับหนังมาเห็นนี่ Acting ได้เลยน๊ะครับเนี่ย เท่านั้นยังไม่พอยังมีฉาก Drama ผัวหันไปตวาดเมียบอกว่า "ไม่ต้องคุย เดี๋ยวชั้นจัดการเอง ไปนั่ง" เมียเดินน้ำตาคลอเบ้าน่าสงสารมาก (แต่ไม่ใช่กูน๊ะ) ไปนั่งหน้าจ๋อย คุยไปคุยมาสรุปที่กูให้เมิงแค่ 500 ที่เหลือมึงรับผิดชอบเอาเอง และที่เจ็บใจมากที่สุดคือ "ตอนจ่ายน๊ะ เมิงนี่จ่ายบัตร Platinum AMEX วงเงินมึงนี่ซื้อบ้านได้หลังนึง แต่แม่งบิลแค่ 2 พัน มึงจะไม่จ่าย" กูอยากจะเอาหัวโขกข้างฝาตาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "กรุณาอย่าคิดว่าแขกจากประเทศนี้จะมีไมตรีกับคุณ น๊ะจ๊ะ"

บทความแนะนำ