วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ควายตามหา Contract Rate




เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26/06/2011 เวลาประมาณ เที่ยง ๆ เห็นจะได้ (ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะมันยุ่งจนไม่มีเวลาเหลือกตาดูนาฬิกา) มีควาย เอ้ย แขกคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นนามบัตรให้ผมพร้อมประโยคขอร้องแกมบังคับว่า I have contract rate with your hotel can you check for me แปลเป็นไทยได้ว่า กรูเนี่ยน๊ะมีสัญญาค่าห้องถูก ๆ กับโรงแรมมึงอยู่ช่วยเช็คให้กรูที ประมาณว่ากรูอยากได้ห้องราคาถูก ๆ น๊ะ แต่กูอยากอยู่ห้องสวย ๆ" งง ครับ วินาทีแรก รับรองว่า งง อึ้ง ทึ่ง เสียว พูดอะไรไม่ออกเหมือนโรงแรมที่กำลังปรับปรุงอยู่กำลังจะถล่มใส่ตัว ผมยิ้มแหย ๆ พร้อมรับนามบัตรควายตัวนั้น เอ้ย แขกคนนั้นมา พร้อมตั้งสมาธิเพ่งจิตไปที่นามบัตรแล้วนึกในใจ ย้ำน๊ะครับว่าในใจ "บริษัทเชี้ยไรของมึงว่ะเนี่ย กูไม่เห็นเคยรู้จักเลย Agoda ก็ไม่ใช่ Latestay ก็ไม่ใช่ Wotif ก็ไม่ใช่เข้าไปใหญ่ ตกลงนี่บริษัท ซนทีนนน อะไรของมึงวะเนี่ยกรูไม่เห็นรู้จักเลย มึงเคยส่งแขกให้โรงแรมกูมั่งมั้ยเนี่ย แต่ที่แปลกใจคือตำแหน่งมันเป็นถึง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ภูมิภาค เอเชีย แปซิฟิก เลยน๊ะอ้าฟฟฟฟ ใหญ่ขนาดนี้ไม่รู้ว่าเมิงไม่ทราบหรือไงว่าถ้ามึงจะใช้ rate contract มึงต้องติดต่อเซลส์กรูมาก่อน หรือไม่ก็ติดต่อสำนักงานมึงที่ประเทศกรูก่อน แล้วค่อยให้เค้าทำจองมาให้มึง ไม่ใช่ให้มึงเดินมา เอาเขาพาด แล้วยื่นนามบัตรพร้อมหญ้าคาให้กู..แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยังหน้าด้านอุตส่าห์ทำท่าหาให้มันอย่างแข็งขันน๊ะคับ (แต่มันไม่รู้หรอกว่าผมไม่ได้หาอะไรเลย แค่อัพเดทประวัติแขกก่อนหน้าเท่านั้น เอิ๊ก ๆๆ) สักพักผมจึงแจ้งมันกลับไปว่า Sir, in case of you want the rate same as your contract, your booking must be reserv in advance also you must be contact our sale person to get the rate, for this time i can offer the rate as our promotion Room Only, แปลเป็นไทยได้ความว่า "ขอโทษน๊ะครับ (มีแอบสุภาพนิดส์นึง) ถ้าคุณอยากจะได้ราคาตาม contract คุณต้องจองล้วงหน้าหรือติดต่อเซลส์โรงแรมของเราเพื่อทำจอง ตอนนี้ผมให้คุณได้ถูกที่สุดแค่ค่าห้องไม่รวมอาหารเช้า" หลังจากบทสนทนาจบพี่แกตอบตกลงอย่างดีใจพร้อมบอกว่า "I no need breakfast" จากนั้นผมก็หาห้องให้มัน (ขอบอกว่า อัพเกรดให้ด้วย น้านใจดีสุด ๆ เป็นคนอื่นเขาไม่ให้มึงหรอกน๊ะเนี่ย)  แล้วก็ออกเอกสารที่แสดงว่าเป็นค่าห้องไม่รวมอาหารเช้าแล้วให้มันใช้ขากีบน้อย ๆ ของมันเซนต์ แล้วเราก็จากกันไป

27/06/2011 เรื่องมันเกิดวันนี้คับ ประมาณเวลา 8.30 นาฬิกาเป็นเวลาของอาหารเช้า ควายตัวนี้ได้พาแฟนมันไปกินข้าวซึ่งผมบอกมันไปแล้วว่าค่าห้องของมันไม่รวมค่าอาหารเช้า อยากกินต้องจ่ายเอง ไม่งั้นมึงก็ไปหากินหญ้าเอา มันรีบเดินมาที่เคาน์เตอร์ฟร้อนท์ครับแล้วถามหาผม เป็นเวลาเดียวกับที่ผมกำลังอยู่ที่ออฟฟิศแผนกแม่บ้าน "พี่ค่ะแขกห้อง... บอกว่า พี่บอกว่าเค้าได้อาหารเช้าแต่ห้องอาหารจะชาร์จเค้าค่ะ" ปรี๊ดดดเลยครับผม แต่เช้าเลยครับเจอแขกกวนตีนแต่เช้า ผมไม่รอช้าบอกให้น้องที่โทรหาผมยื่นโทรศัพท์ให้มัน (พร้อมกับให้เธอระวังเขามันด้วยเพราะเขามันยาวมากกก) "You said my room include Breakfast" มันบอกว่า "เธอบอกชั้นว่าห้องชั้นรวมอาหารเช้า" น้านสาดดด นี่เขามึงยาวจนทำให้ความจำเสื่อมแล้วหรือไงวะ "No, i said Room Only" ผมก็ตอบกลับมันไป "ไม่ ค่าห้องไม่รวมอาหารเช้า" รู้มั้ยคับมันพูดว่าไง "you did" "you did" "you did" สามครั้งติดรวด แล้วเคยมั้ยครับที่คุณกำลังจะพยายามพูดหรืออธิบายอะไรสักอย่างแล้วมีคนพูดแทรกและไม่ฟัง ทั้ง ๆ ที่มันนั่นแหละเป็นคนผิด มันมาสามผมเลยใส่ 4 "No i did not" "No i did not" "No i did not" "No i did not" เอาดิ มึงกับกูใครจะอยู่ใครจะไป มันเงียบครับ ผมอาศัยช่วงจังหวะเวลานี้สวนกลับ "Upon you check in you singed the document reconfirmed Room Only, You can check with my staff" ประมาณว่า ตอนที่มึงลากเขายาว ๆๆ ของมึงมาเช็คอินท์เนี่ย กรูออกเอกสารรับรองให้มึงแล้วว่าห้องไม่รวมอาหาร (ซึ่งผมก็มีเอกสารถ้ามันอยากจะเหลือกตาดู) ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ว่า คนระดับ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของบริษัท ซนทีนนนซนมือ อะไรของมึงที่กูไม่รู้จักเนี่ย ตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้เวลาเซนต์เอกสารมึงไม่อ่านเลยหรือไง ไอ้ควายยยยเอ้ยยยย แล้วถ้าเค้ามาหลอกให้มึงโอนบริษัทให้เค้ามึงจะทำไงโหยยย หญ้าประเทศไทยไม่ช่วยให้มึงฉลาดขึ้นเลยไงวะ โมโหมากครับ โมโหจริง ๆ ขันติยังเอาไม่อยู่เพราะขันมันแตกตั้งแต่มันบอกว่า ค่าห้องรวมอาหารเช้าแล้ว หลังจากบอกไป มันเงียบ ทีนี้มาเลยคับ จะขอคุยกับ GM นี่มึงคิดได้ไงเนี่ย จะเข้าคุยกับ GM ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองผิด เพียงแค่จะขอกินข้าว 500 กว่าบาทเนี่ยน๊ะ โหยยยย มึงจะพยายามไปไหนวะเนี่ย ไม่เกรงใจนี่กูจ่ายให้มึงแล้วน๊ะเนี่ย ระดับมรึงเงินเดือนน่าจะเป็นแสน 500 แม่งไม่จ่าย ผมเลยสวนกลับไป "If you need breakfast you can get it, i will give complimentary for you, but don't tell anything seem i'm lie you" แปลเป็นไทยได้ว่า ถ้ามึงจะกินหญ้า เอ้ย กินข้าว กูให้มึงกินก็ได้ (ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ไม่อยากให้แม่มหรอกแต่ไม่อยากให้มันกวน GM) แต่กรุณาอย่าบอกว่ากรูโกหกมึงเรื่องอาหารเช้า จากนั้นมันก็ Thank you  แล้วก็เดินกลับไป...ถ้าคุณคิดว่ามันจบแล้ว ยังครับ ยัง มันยังไม่จบ ประมาณ บ่ายโมง นิดส์ๆ มันเดินลากกระเป๋าลงมาจากห้องผ่านเคาน์เตอร์เช็คเอาท์ โดยไม่บอกใครแล้วก็เดินไปขึ้นรถ ซึ่งคาดเดาได้ว่ามันคงจะเบลอเพราะเกิดจากการดำนามาก คันไถมันหนักไปเลยไม่แจ้งเช็คเอาท์เหมือนแขกปกติดี ๆ ที่เค้าทำกัน พอดีกับที่พนักงานผมเหลือบไปเห็น "พี่ ๆ ห้องนั้นเค้ายังไม่แจ้งเช็คเอาท์เลยนีะพี่" ดูมันครับ ดูมันทำ กวนตีนจนหยดสุดท้าย ห้องก็อัพเกรดให้ ข้าวเช้าก็แดกรส์ของกรูฟรี ตอนจะไปแม่งไม่บอกสักคำ ดีที่หลังจากแม่บ้านเช็คห้องแล้วไม่มีอะไรแตกหักเสียหาย และไม่มีบิลอะไรค้างไม่งั้นยาวววว...ยังไงกูก็ขอให้มึงไปสู่ที่ชอบ ๆ น๊ะ ทำบุญคนไม่ขึ้นเลยกู เล่นกับหมา ๆ เลียปาก นี่เล่นกับควาย ควายขวิดเลย.....



วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อยากซักแต่ไม่อยากจ่ายโว้ย




"กูล่ะเบื่อ"

เรื่องนี้เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้นี่เอง ปัญหามีอยู่ว่า มีแขกจากประเทศ ๆ หนึ่งซึ่งไม่ขอเอ่ยนามละกันเดี๋ยวจะโดนฟ้อง(รู้ไว้แล้วกันว่าประเทศเขาอาหารและกลิ่นตัวแรงงงงส์มาก) เขาจองห้องพักมาพร้อมกับได้รับสิทธิในการซักผ้าฟรี 8 ชิ้น ย้ำครับว่า 8 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งในขณะที่เขาได้เช็คอินท์ในโรงแรมทางพนักงานไล่ตั้งแต่ Manager, Officer, Butler, Programmer, Hamberger, เอ้ย สองอันหลังไม่ใช่น๊ะล้อเล่ง ก็อธิบายให้เสร็จสรรพเรียบร้อย เท่านั้นยังไม่พอครับ ด้วยความที่กลัวว่าสมองน้อย ๆ ของมันอาจจะไม่เข้าใจเราจึงแจกจดหมายตบท้ายไปอีก 1 ฉบับเพื่อเป็นการยืนยันครับว่า "มึงได้แค่ 8 ชิ้นน๊ะ" ถ้าเสร่อซักเกินก็กรุณาจ่ายด้วย เพราะแม่บ้านเค้าไม่อยากดอมดมเครื่องเทศจากเสื้อผ้าของเมิงฟรี ๆ น๊ะจ๊ะ จากนั้นก็จบไป ย้อนนนน กลับไปตอนเริ่มต้นอีกครั้ง ตั้งแต่ที่มันส์จองมา ทำบุ๊คกิ้งส์เสร็จปั๊บ ก็ยกเลิกปุ๊บ แล้วก็จองใหม่ปั๊บแล้วก็ยกเลิกอีก คาดการณ์ได้ว่าชีวิตมึงนี่ไม่มีอะไรแน่นอน ตลาดหุ้นที่ว่าไม่แน่นอนยังเรียกมึงว่าพี่กันเลยทีเดียว จนมาเช็คอินท์ก็ยังอุตส่าห์เอากระดาษที่มันคอนเฟิร์มว่ายกเลิกไปแล้วสำหรับการจองห้องพักมาเสนอหน้าเช็คอินอีก โอ้ พระเจ้ายอดมันจอร์จมาก หน้ามึงกับกระเบื้องนี่อันไหนหนากว่ากันวะ แต่ซวยไปที่มันเจอ Manager ที่ชั่วโมงบินสูงมันเลยต้องยอมจ่ายตามสถาณการณ์ ซึ่งสิ่งนี้เห็นจะเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถประกาสเอกราชเอาชนะมันได้ ตัดกลับมาที่วันที่มันเช็คเอาท์ เวลาประมาณ 8 นาฬิกาเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หน้าล็อบบี้ (มันก็คงเป็นเรื่องปกติเพราะจะไปให้ดังห้องช่างก็คงไม่ได้) ปลายสาย "Hello i want to know about my laundry benefit" แปลเป็นไทยว่า "บอกฉันทีว่าฉันได้ซักผ้าฟรีไหม" หลังจากที่ผมรับเบอร์ห้องของมัน ซึ่งจริง ๆ น่าซื้อหวยน๊ะเนี่ย ผมก็เช็คในระบบ "Your laundry is free 8 Pcs." แปลเป็นไทยเอาเองน๊ะ หลังจากนั้นมันก็ขอบคุณและก็วางหูไป ต่อมาเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่า ๆ หลังจากที่มันลงมาแจ้งเช็คเอาท์แล้วเห็นบิลค่าซักผ้า "I don't want to pay this bill. you told me i can get free laundry" ประมาณว่ากูไม่จ่ายเพราะมึงบอกกูว่าฟรี เท่านั้นยังไม่พอครับตัวผัวไม่เท่าไหร่พอตัวเมียมา จัดเต็มครับ น้ำเสียงบวกคำพูดตบท้ายด้วย Acting เหมือนตอนคุณน้องเรยากำลังด่าพี่เลี้ยงลูกตัวเองกันเลยทีเดียว ทีนี้มาเลยครับชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ด มาหลอมรวมกัน "พนักงานเธอบอกชั้นอย่างนั้นอย่างนี้ จดหมายที่เธอให้ชั้นก็ไม่ได้อ่าน ทำไมชั้นมาพักผ่อนต้องผ่านด้วยเหรอ" สรุปง่าย ๆ ว่ากูไม่จ่ายเมิงจะทำไมแม้พวกเราจะยืนยัน นั่งยัน นอนยัน เอาตีนยันเอามือยันก็แล้ว ยังไงมันก็ยังไม่จ่ายอยู่ดี เถียงกันจนถ้าผู้กำกับหนังมาเห็นนี่ Acting ได้เลยน๊ะครับเนี่ย เท่านั้นยังไม่พอยังมีฉาก Drama ผัวหันไปตวาดเมียบอกว่า "ไม่ต้องคุย เดี๋ยวชั้นจัดการเอง ไปนั่ง" เมียเดินน้ำตาคลอเบ้าน่าสงสารมาก (แต่ไม่ใช่กูน๊ะ) ไปนั่งหน้าจ๋อย คุยไปคุยมาสรุปที่กูให้เมิงแค่ 500 ที่เหลือมึงรับผิดชอบเอาเอง และที่เจ็บใจมากที่สุดคือ "ตอนจ่ายน๊ะ เมิงนี่จ่ายบัตร Platinum AMEX วงเงินมึงนี่ซื้อบ้านได้หลังนึง แต่แม่งบิลแค่ 2 พัน มึงจะไม่จ่าย" กูอยากจะเอาหัวโขกข้างฝาตาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "กรุณาอย่าคิดว่าแขกจากประเทศนี้จะมีไมตรีกับคุณ น๊ะจ๊ะ"

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

สันดานแขกและแขกดราม่า




วันนี้จะมาเล่าเรื่อง แขกควาย ๆ จากสองทวีป
เริ่มที่เรื่องแรกเป็นแขกที่มาเช็คอินท์แล้วก็ประมาณว่าโชว์พาวอย่างรุนแรง เริ่มต้นด้วยการไม่พอใจในห้องที่บล๊อกไว้ให้ (แต่กูก็ให้ตามมึงขอทุกอย่างนี่หว่า อยากให้ได้ conecting ก็จัดให้ Sea View อีกต่างหาก) ว่านู้นว่านี่แถมมาด่า Manager อีก ทั้ง ๆ ที่เค้าก็ไม่ได้ผิดอะไรโชว์ความสถุนอย่างไม่น่าเชื่อว่ามึงมีตังค์ (แต่ขอโทษจองผ่านเว็บไซต์ที่ค่าห้องถูกสุด ๆ ถูกแบบมึงนอนฟรีไปเลยดีมั้ย) สรุปคือสุดท้ายต้องการอัพเกรดห้อง จริง ๆ สันดานพวกนี้อ้าปากลิ้นไก่ก็โผล่ออกมา 2 เมตรกว่า ๆ แล้วล่ะนะแต่ก็ไม่อยากสร้างปัญหาก็จัดให้ แต่เท่านั้นยังไม่พอสำหรับมัน ถ้าท่านให้เท่านั้น อ๊อฟชั่นอื่น ๆ ที่มันอยากได้จะตามมาทันที แถมตอนเช็คเอาท์มีมาขอต่อรองอีกแม่เจ้าให้บ่ายโมงจะเอาสี่โมงเย็น พอบอกให้สี่โมงเย็น 1 ห้องอีกห้องขอเที่ยงจะไม่เอาจะเอาแม่งทั้งสองห้องเลย พร้อมด้วยวลีอมตะซึ่งกรูเนี่ยได้ยินมาเป็นครั้งที่ล้านแปด "ทำงานบริการเหมือนกันน่าจะช่วยกันได้มากกว่านี้น๊ะเนี่ย พี่ก็มีโรงแรมเหมือนกันเข้าจะระบบโรงแรมดี" คือแบบว่าที่พูดมาเนี่ยมึงไม่ได้ดูเลยหรือไงว่าว่าเขามึงเนี่ยจะทิ่มกูตายอยู่แล้ว ใช่ทำงานบริการเหมือนกันแล้วไง มึงไม่รู้เหรอว่าโรงแรมเค้าเช็คอินท์บ่ายสองโมง เช็คเอาท์เที่ยง จะขอเช็คเอาท์ช้าได้ก็ไม่เกินบ่ายสองโมง นี่มึงได้คืบจะเอาศอกไม่ได้ศอกเดียวน๊ะ สิบศอกเลย สงสัยต้องเจอศอกพนักงานแล้วมั้งเนี่ย คือยิ่งพูดว่าตัวเองทำงานบริการเหมือนกันมันยิ่งโชว์ความโง่น่ะครับ แบบว่าถ้ามึงทำงานบริการแล้วเนี่ยมึงก็ต้องรู้ซิว่าโรงแรมเค้ามีแขกมาจองต่อจากมึง แล้วมึงออกช้าเนี่ยเค้าจะนอนรอที่ไหน ดาดฟ้าหรือไง หรือลานจอดรถ เป็นโรงแรมมึง ๆ ก็ไม่ให้หรอก ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ ๆ แค่ 2 โมงเย็น ซวยไปแล้วกันมึง

เรื่องที่สองเป็นแขกดราม่า ออสการ์เรียกพี่
ไอ้นี่มาเช็คอินจองห้องพักเป็นแบบเตียงใหญ่แต่เราก็ไม่ได้คอนเฟิร์มมันไปตอนเช็คอินท์ ตอนมาก็โวยวายนิด ๆ พนักงานผมก็พาไปโชว์ห้องก่อน มันก็โอเค พอขึ้นไปห้องสักพัก ไม่รู้ประจำเดือนไม่มาหรืออย่างไร โทรมาเลยครับประมาณว่าจะขอเปลี่ยนห้องด่วน โวยวายสุด ๆ ประมาณว่าถ้ามึงไม่เปลี่ยนให้กูตอนนี้กูจะผูกคอตายใต้ต้นผักชีอะไรเงี๊ยะ สาดด ก็โอเค ก็อัพเกรดให้(อีกแล้ว) พอขึันไปห้องก็เงียบไปพักนึง สักพักใหญ่ ๆ เหลือบไปเห็น คลับ เลาจญ์ อยากใช้บ้าง แต่ลืมดูตีนตัวเองไปว่าได้แค่อัพเกรดห้อง พอเข้าไปแล้วใช้บริการไม่ได้ มาชุดใหญ่ครับทีนี้ ชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ด พูดไปก็ทำท่าผิดหวัง เสียใจ เหมือนจะร้องให้ ไม่รู้บ้านมันใครตายแถวสแกนดิเนเวีย นี่ถ้าปีนี้ออสการ์เค้าไม่ประกาศผลไปแล้วนี่กูจะให้มึงสิบตัวเลย ดราม่ามาก ดราม่าสุด ๆ ถ้าพี่ม้า เดอะสตาร์เห็นนี่มึงได้ไปต่อแน่ ๆ สรุปคือกูอยากกินข้าวที่ คลับ เลาจญ์ แถมมียกตัวอย่างด้วย "ชั้นไปพักที่กรุงเทพ แค่ชั้นคอมเพลนเค้าก็อัพเกรดห้องให้ชั้นไปอยู่ห้องสวีท" อ้าว หลุดแล้วครับ หลุด สรุปคืออยากได้ห้องสวีทเลยคอมเพลนซะ แล้ววันนั้นคอมเพลนเกือบ 10 รอบได้ เรื่องนั้นบ้างเรื่องนี้บ้าง ปากก็บอกมาพักผ่อน แต่กูเห็นมึงหาเรื่องคอมเพลนทั้งวัน ตกลงนี่มึงมาพักผ่อนใช่มั้ยเนี่ย อีกอย่างค่าห้องนี่ก็จองมาถูกเป็นขี้ เห็นขี้กับค่าห้องมึงกูเอาขี้ดีกว่า (พูดเล่น) ที่ประทับใจนี่คือตอนพูดมึงตีบทแตกมาก แตกกระจุยเลย เอาเป็นว่าชาติหน้าอย่าเจอมึงอีกละกันน๊ะ


วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เรื่องของแขกทะเลาะกัน (แล้วกูไปเกี่ยวอะไรเนี่ย)



เรื่องนี้อยากเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรสอนใจพนักงานโรงแรมทุกท่าน เรื่องเกิดขึ้น ณ เช้าวันหนึ่งในชั้น Club Lought ซึ่งเป็นโซนที่เรียกกันว่าใช้รับรองแขกระดับ V.I.P หรือที่เรารู้จักกันในนาม Very Important Person ประมาณว่า เป็นระดับบุคคลสำคัญมาก มากจนไม่รู้จะมากยังไง ก็ไม่เข้าใจในความสำคัญของมันเหมือนกัน เพราะส่วนตัวผมก็ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไรกับชีวิตผม เพราะคุณมึงก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตกูดีขึ้น หรือขาดเธอไปฉันตายแน่นอน มีแต่เวลาที่พวกเมิงมาพักนี่แหละ ที่จะทำให้ชีวิตกรูยุ่งขึ้นอีกเป็น 100 เท่า แถมถ้าโชคร้ายเจอคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องประมาณว่าชั้นจ่ายมาแพงน๊ะนี่ก็ยิ่งโชคร้ายใหญ่ เคยมีครั้งนึงเจอแขกที่มาจากหน่วยงานที่สำคัญในระบบราชการไทยหน่วยงานหนึ่ง ทางโรงแรมก็อุตส่าห์เตรียมที่สำหรับรับประทานอาหารให้เป็นแบบส่วนตัวและสัดส่วน แยกจากแขกอื่นใน Club Floor เรียบร้อย แต่รู้ไหมครับเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันอ่านภาษาไทยไม่ออกหรือฟังภาษาไทยไม่เข้าใจหรือยังไงก็ไม่ทราบ สันนิษฐานได้ว่าตอนเด็ก ๆ ไม่เคยเรียนชั้นประถม มันไม่นั่งในที่จัดให้ครับ แต่มันไปนั่งที่อื่นซึ่งเป็น ที่ ๆ จัดไว้ให้แขกทั่วไปนั่ง ขนาดเชิญมัน บอกมันก็แล้วว่าเราจัดที่ไว้ให้แล้วมันยังไม่ยอมไป ราดก็ไม่ลง (สงสัยส้วมเต็ม) นี่ไม่เกรงใจนี่จุดธูปให้ด้วยอ่ะ มันก็ไม่ไปนั่งครับมีการพูดอีกครับ "ผมจะนั่งตรงนี้" ฮึ สรุปคือแค่อยากจะเอาชนะน่ะครับ ขอแค่ชนะนิดนึงส์ก็ยังดี คาดเดาได้ว่าตอนเด็ก ๆ คงเก็บกดที่แม่ไม่ให้ไปเล่นขายของกับเพื่อนแน่ ๆ
ย้อนกลับมาที่เรื่องแขกทะเลาะกันก่อนคับ พอดีว่ามีลูกชายของแขกที่เข้าพักคนหนึ่งมาเล่นคอมพิวเตอร์ซึ่งในขณะนั้นมันเป็นคอมพิวเตอร์ของ Apple มีแค่ 2 ตัว ใน Club ครับ แขกที่ว่านี้ไม่ขอบอกชื่อประเทศน๊ะครับว่าเป็นประเทศอะไร รู้แค่ว่าเขามาจากออสเตเลียครับ ซึ่งเด็กคนนี้มันก็เล่นของมันอยู่ดี ๆ แต่มันเล่นนานหน่อย ส่วนอีกเครื่องนึงก็มีแขกใช้อยู่ เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มีเด็ก(เวร)อีกคนหนึ่งจะมาแย่งเล่นพอมันเดินมาถึงมันก็แย่งเมาส์แย่งคีย์บอร์ดเด็กคนนี้ไปเลยครับแต่เด็กคนนี้ไม่ให้ ทีนี้ก็ตามประสาเด็กครับ มันก็เดินไปฟ้องพ่อมันที่เป็นชาวรัสเซีย (อุ๊ย บอกชื่อประเทศไปแล้วจะโดนฟ้องมั้ยเนี่ยกรู) พ่อมันก็เดินมาแล้วก็จับเด็กที่เล่นอยู่โยนออกจากเก้าอี้เลยครับ ย้ำครับว่าโยนออกไปเลยครับ แมนจริง ๆ เมิง แกล้งได้แม้กระทั่งเด็ก แล้วเด็กคนนั้นเดินร้องให้และวิ่งออกไปครับ

จากนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฟันก็เกิดขึ้นครับ พ่อของเด็กคนนั้นเดินมาครับแล้วมาถึงก็ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อคู๋กรณีครับพร้อมกับถามด้วยเสียงโกรธมากมายว่า "ช้างกูอยู่ไหน" เอ้ย ไม่ใช่ "เธอมาทำลูกชั้นทำไม" แทนที่แขกคนที่ผิดจะขอโทษแล้วพูดจากกันดี ๆ มันตอบอย่างไรรู้ไหมครับ "ก็ลูกชั้นจะเล่นคอม" น้าน กวนทีนเค้าได้อีก ก็มึงนี่ผิดเต็ม ๆ ยังเสือกมาเถียงเค้าอีก ลูกน้องผมเห็นท่าไม่ดีเลยต้องโทรตามหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยขึ้นมาควบคุมเหตุการณ์ครับ ไม่งั้นอาจจะบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลได้ ดีไม่ดีแขกที่ทานอาหารเช้าอยู่อาจได้ดูมวยคั่นเวลาไปด้วยครับ

บทสรุปท้ายที่สุดก็ลงเอยด้วยดีครับ แต่วันต่อมาแขกรัสเซียคู่กรณีครับ ลงมาหาผมที่หน้าล็อบบี้ถามหาผู้จัดการ (มึงไม่ถามหาคนสวนมั่งวะ) แกมา complain พนักงานผมครับว่าบริการไม่ดีเลือกปฏิบัติ แถมทำหน้าตาไม่รับแขก ให้ผมรีบเอาพนักงาน 2 คนนั้นออกจากโรงแรมไม่อย่างนั้นเค้าจะจับมันโยนออกจากโรงแรมและแจ้งตำรวจ น้าน ดูนิสัยมันครับ และแขกชาตินี้น๊ะคับนิสัยจะออกแนวนักเลงแบบนี้หมดครับคิดว่ากรูมาพักแล้วกรูต้องได้อะไรทุกอย่าง ผมเลยย้อนกลับไปว่า " you ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะ you ไม่มีสิทธิ์" เชื่อมั้ยครับมันก็ยังบอกอีกนั่นแหละครับว่ามันจะทำ เออ เอากะมึงสิ สุดท้ายหัวหน้าผมต้องเข้ามาไกล่เกลียและหาข้อสรุปให้ครับ

นิทานเรื่องนี้สอนให้พนักงานโรงแรมรู้ว่า กรุณาอย่าตื่นเต้นเวลาแขกทะเลาะกันถ้ามันไม่เลิกก็เอาน้ำสาดแม่งเลย

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เพื่อนกรูหญ่าย





สวัสดีฮาฟฟ์ วันนี้จะมาเล่าเรื่อง "เพื่อนกรูหญ่ายยยยยย" เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมทำงานอยู่โรงแรมหาดาว ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าเนื่องจากว่าโรงแรมเราเนี่ยยังสร้างไม่เสร็จ (ก็แล้วไม่รู้ว่ามึงจะรีบเปิดไปไหน) แต่ต้องการต้อนรับแขกผู้มีเกลียดให้มาเข้าพัก (พร้อมกับคำก่นด่าและสาบแช่งประเภทจอง 100 นึงจะเอา 150 อะไรเงี๊ยะ) ประกอบกับพนักงานที่มีให้บริการอยู่เนี่ยก็ไม่พอแนว ๆ ว่าต้องทำงานกันวันละ 48 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว และแผนกต้อนรับที่ผมอยู่เนี่ยก็เสือกเป็นหนึ่งในนั้นที่หมีงานเข้าครับ เวลาประมาณ 4 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ผมได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากลูกน้องที่โอนมาให้ โดยมันก็น่ารักครับเพราะบอกให้ทราบล่วงหน้าแบบไม่ต้องแจ้งเป็นหนังสือลงนามในข้อตกลง เอ็มโอยู "พี่ สายนี้แขกจะ complain" ยังดีครับอย่างน้อยมึงก็ทำให้กูทำใจไว้ก่อนเลยว่า โดนแน่ๆ  "สวัสดค่ะ พี่มีเรื่องจะแจ้งและขอต่อว่าโรงแรมหน่อย" เดี๋ยวพี่จะลงไปหาน๊ะคะ เจริญครับญาติโยม มึงพูดเอง เออ เองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลงมา นี่สรุปว่ากูบ้าหรือมึงเมาเนี่ย มึงถามกูสักคำมั้ยว่าอยากพบมึงหรือเปล่า ถามกูสักคำมั้ยว่ากูเนี่ยยุ่งมั้ยและว่างตอนไหน มึงเล่นไฟต์บังคับอยากเจอกูเลย แล้วถ้ากูไม่อยากเจอมึงล่ะ "อ๋อ พี่ครับไม่ว่างครับพอดีจะพาหมาไปเดินเล่น" มึงจะว่ายังไง สักพักประมาณ 10 นาทีครับ เธอก็เดินลงมา ลักษณ์เป็นผู้หญิงวัยกลางคนออกไปทางแก่นิด ๆ ใสเสื้อกล้างกางเกงขาสั้นสีชมพู (แรงได้อีกน๊ะหล่อน) "สวัสดีครับพี่ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" ผมทักทายด้วยประโยคคลาสสิค "สวัสดีค่ะ คืออย่างนี้ค่ะพี่มีเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดในโรงแรมหาดาวของคุณ มีแขกคนอื่นเปิดประตูห้องพี่เข้าไปค่ะ" นี่ดีน๊ะค่ะว่าพี่น่ะไม่ได้ทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดพี่อาบน้ำอยู่ล่ะจะเป็นยังไง" อันนี้ก็ต้องยอมรับตามความจริงครับว่า โรงแรมเปิดใหม่ระบบจะมั่วมาก การออกคีย์การ์ดก็สามารถทำซ้ำห้องได้เพราะบางทีอาจให้ห้องแขกซ้ำไปอันนี้ก็ต้องยอมรับ ผมจึงกราบขอโทษงาม ๆ นี่ถ้าไม่เกรงใจจะจุดธุปเทียนและมาลัย 3 สี วนขวารอบแกสัก 3 รอบ พร้อมเสนอให้แกพักฟรี 1 คืนและสัญญาว่าจะนำเรื่องนี้แจ้งให้กับผู้จัดการทั่วไป (ตำแหน่งที่กูไม่เคยเห็นแม่งทำอะไรเลย นั่งอยู่แต่ในห้องทั้งวัน กลางวันก็มากินข้าว ว่าง ๆ ก็นั่งจับผิดพนักงาน แถมตกเย็นแม่งพาครอบครัวมากินฟรีดินเนอร์อีก) รู้มั้ยครับเธอพูดยังไง "โอ๊ยน้อง (เสียงสูงเหมือนควายออกลูก) ไม่ต้องแจ้งหรอกค่ะเพื่อนพี่น่ะเป็นบอร์ดบริหารโรงแรมเดี๋ยวพี่บอกเค้าเองดีกว่า เนี่ยเดี๋ยวพี่โทรเลย (ทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยน๊ะ ผมก็รอดูว่าจะโทรหรือเปล่าแม่งนั่งดูอยู่นั่นแหละไม่โทรสักที) เสร็จแล้วก็โชว์โง่อีกดอก "โรงแรมเนี๊ยะถ้าพี่ขอเพื่อนพี่ว่าจะมาพักฟรีนี่ยังได้เลยน๊ะ แต่พี่ไม่ขอไงเกรงใจเพื่อน" (แหม มึงนี่ช่างเป็นคนดีเสียจริง นิสัยอย่างเมิงนี่กูว่าถ้าขอได้ไม่น่ารอดพักฟรีน๊ะมึงเนี่ย) เสร็จแล้วก็นั่งสอนว่าระบบโรงแรมมันต้องอย่างนั้นมันต้องอย่างนี้ รู้ดีทุกอย่าง (แต่แม่งไม่ได้ดีสักอย่าง) เสร็จปุ๊บก็เดินกลับห้องไป ผมก็ยังมองตามน๊ะคับคิดว่าถ้าได้คนเปิดมันเห็นตอน อินี่อาบน้ำสงสัยแม่งเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมแน่เลยว่ะ อิอิ

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ควายหิวข้าว





แท่น แทน แท๊น สวัสดีครับ วันนี้มาพร้อมกับบทความใหม่ขอเสนอตอน "ควายหิวข้าว" เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงที่ผมทำงานอยู่ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ซึ่งโรงแรมของผมนั้นด้วยความที่เป็นโรงแรมหาดาวและเป็นโรงแรมที่ยิ่งใหญ่โต มโหฬารบานตะเกียง พื้นที่กว่า 3000 เอเคอร์ พร้อมสระน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายครบครัน ห้องอาหาร ห้องเด็กเล่นแต่จริง ๆ น่าจะเรียกห้องทิ้งเด็กมากกว่าเพราะส่วนใหญ่ที่เห็นบิดาและมารดามันมักจะเอามาโยนไว้ให้พนักงานก่อนที่มันจะออกไปไหนกันก็ไม่รู้ และที่เด็ดสุดก็สปาอันเลื่องชื่อของเรา (แต่อย่าถามถึงความพร้อมของมันน๊ะครับ เอาเป็นว่า สระน้ำว่ายได้ ห้องอาหารกินได้ สปามีเตียงนวดคุณ แค่นี้คุณก็ควรจะพอใจแล้วครับ) ในช่วงเย็นก็มีการเชิญแขกเหรื่อกันมามากมายหลากหลายวงการ ทั้งตำรวจ ทหาร นักการเมือง เซเลบ คนดัง ไฮโซบ้าง โลโซบ้าง แอบไฮโซบ้าง เยอะแยกมากมายไปหมด และช่วงเวลาทีทุกคนรอคอย (มันรอเวลานี้เพราะบางคนอยากจะนอนเต็มทีและก็แม่งล่อไปเที่ยงคืนแล้วนี่) ก็มาถึง เป็นเวลาแห่งการนับถอยหลัง(ลงคลอง) สู่การขึ้นศักราชใหม่ จริง ๆ ก็ไม่รู้ว่ามึงจะนับกันทำไมเพราะนาฬิกามันก็เดินของมันอยู่แล้ว ทันใดนั้นเอง ปรากฏร่างเงาขนาดใหญ่มากกกกกครับ นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงพังกำไล หรือไม่ก็พลายทองคำกับพลายทองแท่ง 2 ตัวรวมกันเดินตรงเข้ามาหาผมครับ พร้อมกับใบหน้าที่บอกได้อย่างชัดเจนว่า "กูมีปัญหา" (ไม่ต้องบอกกูก็รู้หน้ามึงอย่างกับรองเท้าบาจาซะขนาดนั้น นี่คราวหลังกรูจะเอาเครื่องหมายคำถามติดหน้ามึงให้ด้วยอ่ะ) ผมก็ทักทายตามมาตรฐานของพนักงานโรงแรม Hello Sir May i help You (ใครอยากทำงานโรงแรมฝึกพูดประโยคนี้ไว้น๊ะครับ แม่งใช้ได้ตั้งแต่โรงแรม 5 ดาวยัน ไม่มีดาว) "Yes how i can have a dinner?" เอ่อ งานเข้าอีกแล้วครับ คือเนื่องจากในวันสิ้นปีคือวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเนี่ย ทุกโรงแรมเค้าจะขายราคาห้องพักบวกกับค่ากาล่าดินเนอร์ ซึ่งก็คือปาร์ตี้วันปีใหม่นี่แหละครับ ราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่เกรดของโรงแรมแต่ที่สำคัญคือ บังคับว่าแขกทุกคนต้องซื้อ ฉะนั้นเวลาที่แขกโทรมาจองห้องช่วงนี้เขาก็มักจะถามว่า "คุณชาร์จค่า กาล่าดินเนอร์หรือเปล่า" แต่ตอนนั้นโรงแรมของผมขายอยู่ที่ 7000 บาท ซึ่งไอ้เนี่ยมันหลุดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ครับเพราะว่ามันไม่ได้ซื้อกาล่าดินเนอร์มา แต่มันอยากเข้าไปกินอาหารข้างในและจ่ายเงินเฉพาะที่มันกิน "เวรแล้วครับ ก็เขากินกาล่ากันหมดเข้าจะมีอาหารอะไรให้มึงกินเนี่ย" ผมเลยบอกมันไปครับว่า "Sorry sir today we have a Gala dinner if you would like to join with us i will escort you to the restaurant" คือตอบแบบสุภาพครับว่าวันนี้เราไม่มีอาหารตามสั่งมีแต่บุฟเฟต์ กาล่าดินเนอร์ ถ้าอยากกินเดี๋ยวจะพาไป คราวนี้มันขึ้นเลยคับ มาเป็นชุดมาเต็มครับด่าโรงแรมฟักอย่างนั้น ฟักอย่างนี้ นี่ถ้าผมถือเข่งเนี่ยคงเก็บได้เป็นโลแล้วครับเนี่ย ด่าไปก็บ่นไป โรงแรมห่วยแตก โรงแรมไม่ดี กูหิวข้าวโว้ย "เซ็งคับ กูรู้ กูเข้าใจ ว่ามึงด่าโรงแรม มึงหิว แต่โรงแรมเนี่ยมันเป็นอิฐเป็นปูน มันไม่เข้าใจมึงหรอก กูนี่โดนน้ำลายมึงจนจะท่วมหัวกูแล้วเนี่ย" มึงจะยากตรงไหนมึงก็สั่ง รูมเซอร์วิสก็จบ ผมเสนอมันไปครับว่าให้สั่งรูมเซอร์วิส แต่มันไม่เอามันจะนั่งในห้องอาหาร ดูความกวนตีนของมันครับ แบบนี้ก็รู้แล้วว่าที่ด่าโรงแรมเนี่ยเพราะแม่งหวังอะไรสักอย่างไม่กินฟรีก็ลดค่าห้องแล้วก็จริงครับ พลันมันบ่นเสร็จมันถามครับ "แล้วชั้นจะได้อะไรจากความไม่สะดวกในครั้งนี้" ถ้าไม่เกรงใจอยากจะบอก "ได้ตีนกรูไงมึง" คนอื่นเค้ายังจ่ายได้กินได้มึงเสือกเรื่องมากจะเอานู้นจะเอานี่อีก ผมเงียบครับได้แต่ขอโทษไม่อยากพูดกับควายมากเดี๋ยวมันเอาเขาทิ่มเอา สักพักมันรู้ว่าไม่ได้อะไรแล้วก็หันมาบอก "ชั้นมาจากแคนนาดาไปบอกเจ้านายเธอว่าโรงแรมนี้ห่วยมาก บริการไม่ดีทีแคนนาดาเรารู้จักวิธีดูแลแขกดีกว่านี้" เฮ่อ อ้างไปนั่น ทีหลังมึงก็มาสร้างโรงแรมเองแล้วก็เอาแต่คน แคนนาดามาทำงานดิจะได้บริการดี ควายเอ้ย

ปล. ใกล้ปีใหม่กันแล้วเตรียมตัวรับความซวยกันดี ๆ น๊ะครับ

บทความแนะนำ