สวัสดีฮาฟฟ์ วันนี้จะมาเล่าเรื่อง "เพื่อนกรูหญ่ายยยยยย" เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมทำงานอยู่โรงแรมหาดาว ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าเนื่องจากว่าโรงแรมเราเนี่ยยังสร้างไม่เสร็จ (ก็แล้วไม่รู้ว่ามึงจะรีบเปิดไปไหน) แต่ต้องการต้อนรับแขกผู้มีเกลียดให้มาเข้าพัก (พร้อมกับคำก่นด่าและสาบแช่งประเภทจอง 100 นึงจะเอา 150 อะไรเงี๊ยะ) ประกอบกับพนักงานที่มีให้บริการอยู่เนี่ยก็ไม่พอแนว ๆ ว่าต้องทำงานกันวันละ 48 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว และแผนกต้อนรับที่ผมอยู่เนี่ยก็เสือกเป็นหนึ่งในนั้นที่หมีงานเข้าครับ เวลาประมาณ 4 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ผมได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากลูกน้องที่โอนมาให้ โดยมันก็น่ารักครับเพราะบอกให้ทราบล่วงหน้าแบบไม่ต้องแจ้งเป็นหนังสือลงนามในข้อตกลง เอ็มโอยู "พี่ สายนี้แขกจะ complain" ยังดีครับอย่างน้อยมึงก็ทำให้กูทำใจไว้ก่อนเลยว่า โดนแน่ๆ "สวัสดค่ะ พี่มีเรื่องจะแจ้งและขอต่อว่าโรงแรมหน่อย" เดี๋ยวพี่จะลงไปหาน๊ะคะ เจริญครับญาติโยม มึงพูดเอง เออ เองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลงมา นี่สรุปว่ากูบ้าหรือมึงเมาเนี่ย มึงถามกูสักคำมั้ยว่าอยากพบมึงหรือเปล่า ถามกูสักคำมั้ยว่ากูเนี่ยยุ่งมั้ยและว่างตอนไหน มึงเล่นไฟต์บังคับอยากเจอกูเลย แล้วถ้ากูไม่อยากเจอมึงล่ะ "อ๋อ พี่ครับไม่ว่างครับพอดีจะพาหมาไปเดินเล่น" มึงจะว่ายังไง สักพักประมาณ 10 นาทีครับ เธอก็เดินลงมา ลักษณ์เป็นผู้หญิงวัยกลางคนออกไปทางแก่นิด ๆ ใสเสื้อกล้างกางเกงขาสั้นสีชมพู (แรงได้อีกน๊ะหล่อน) "สวัสดีครับพี่ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" ผมทักทายด้วยประโยคคลาสสิค "สวัสดีค่ะ คืออย่างนี้ค่ะพี่มีเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดในโรงแรมหาดาวของคุณ มีแขกคนอื่นเปิดประตูห้องพี่เข้าไปค่ะ" นี่ดีน๊ะค่ะว่าพี่น่ะไม่ได้ทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดพี่อาบน้ำอยู่ล่ะจะเป็นยังไง" อันนี้ก็ต้องยอมรับตามความจริงครับว่า โรงแรมเปิดใหม่ระบบจะมั่วมาก การออกคีย์การ์ดก็สามารถทำซ้ำห้องได้เพราะบางทีอาจให้ห้องแขกซ้ำไปอันนี้ก็ต้องยอมรับ ผมจึงกราบขอโทษงาม ๆ นี่ถ้าไม่เกรงใจจะจุดธุปเทียนและมาลัย 3 สี วนขวารอบแกสัก 3 รอบ พร้อมเสนอให้แกพักฟรี 1 คืนและสัญญาว่าจะนำเรื่องนี้แจ้งให้กับผู้จัดการทั่วไป (ตำแหน่งที่กูไม่เคยเห็นแม่งทำอะไรเลย นั่งอยู่แต่ในห้องทั้งวัน กลางวันก็มากินข้าว ว่าง ๆ ก็นั่งจับผิดพนักงาน แถมตกเย็นแม่งพาครอบครัวมากินฟรีดินเนอร์อีก) รู้มั้ยครับเธอพูดยังไง "โอ๊ยน้อง (เสียงสูงเหมือนควายออกลูก) ไม่ต้องแจ้งหรอกค่ะเพื่อนพี่น่ะเป็นบอร์ดบริหารโรงแรมเดี๋ยวพี่บอกเค้าเองดีกว่า เนี่ยเดี๋ยวพี่โทรเลย (ทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยน๊ะ ผมก็รอดูว่าจะโทรหรือเปล่าแม่งนั่งดูอยู่นั่นแหละไม่โทรสักที) เสร็จแล้วก็โชว์โง่อีกดอก "โรงแรมเนี๊ยะถ้าพี่ขอเพื่อนพี่ว่าจะมาพักฟรีนี่ยังได้เลยน๊ะ แต่พี่ไม่ขอไงเกรงใจเพื่อน" (แหม มึงนี่ช่างเป็นคนดีเสียจริง นิสัยอย่างเมิงนี่กูว่าถ้าขอได้ไม่น่ารอดพักฟรีน๊ะมึงเนี่ย) เสร็จแล้วก็นั่งสอนว่าระบบโรงแรมมันต้องอย่างนั้นมันต้องอย่างนี้ รู้ดีทุกอย่าง (แต่แม่งไม่ได้ดีสักอย่าง) เสร็จปุ๊บก็เดินกลับห้องไป ผมก็ยังมองตามน๊ะคับคิดว่าถ้าได้คนเปิดมันเห็นตอน อินี่อาบน้ำสงสัยแม่งเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมแน่เลยว่ะ อิอิ
วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เพื่อนกรูหญ่าย
สวัสดีฮาฟฟ์ วันนี้จะมาเล่าเรื่อง "เพื่อนกรูหญ่ายยยยยย" เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมทำงานอยู่โรงแรมหาดาว ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าเนื่องจากว่าโรงแรมเราเนี่ยยังสร้างไม่เสร็จ (ก็แล้วไม่รู้ว่ามึงจะรีบเปิดไปไหน) แต่ต้องการต้อนรับแขกผู้มีเกลียดให้มาเข้าพัก (พร้อมกับคำก่นด่าและสาบแช่งประเภทจอง 100 นึงจะเอา 150 อะไรเงี๊ยะ) ประกอบกับพนักงานที่มีให้บริการอยู่เนี่ยก็ไม่พอแนว ๆ ว่าต้องทำงานกันวันละ 48 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว และแผนกต้อนรับที่ผมอยู่เนี่ยก็เสือกเป็นหนึ่งในนั้นที่หมีงานเข้าครับ เวลาประมาณ 4 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ผมได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากลูกน้องที่โอนมาให้ โดยมันก็น่ารักครับเพราะบอกให้ทราบล่วงหน้าแบบไม่ต้องแจ้งเป็นหนังสือลงนามในข้อตกลง เอ็มโอยู "พี่ สายนี้แขกจะ complain" ยังดีครับอย่างน้อยมึงก็ทำให้กูทำใจไว้ก่อนเลยว่า โดนแน่ๆ "สวัสดค่ะ พี่มีเรื่องจะแจ้งและขอต่อว่าโรงแรมหน่อย" เดี๋ยวพี่จะลงไปหาน๊ะคะ เจริญครับญาติโยม มึงพูดเอง เออ เองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลงมา นี่สรุปว่ากูบ้าหรือมึงเมาเนี่ย มึงถามกูสักคำมั้ยว่าอยากพบมึงหรือเปล่า ถามกูสักคำมั้ยว่ากูเนี่ยยุ่งมั้ยและว่างตอนไหน มึงเล่นไฟต์บังคับอยากเจอกูเลย แล้วถ้ากูไม่อยากเจอมึงล่ะ "อ๋อ พี่ครับไม่ว่างครับพอดีจะพาหมาไปเดินเล่น" มึงจะว่ายังไง สักพักประมาณ 10 นาทีครับ เธอก็เดินลงมา ลักษณ์เป็นผู้หญิงวัยกลางคนออกไปทางแก่นิด ๆ ใสเสื้อกล้างกางเกงขาสั้นสีชมพู (แรงได้อีกน๊ะหล่อน) "สวัสดีครับพี่ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" ผมทักทายด้วยประโยคคลาสสิค "สวัสดีค่ะ คืออย่างนี้ค่ะพี่มีเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดในโรงแรมหาดาวของคุณ มีแขกคนอื่นเปิดประตูห้องพี่เข้าไปค่ะ" นี่ดีน๊ะค่ะว่าพี่น่ะไม่ได้ทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดพี่อาบน้ำอยู่ล่ะจะเป็นยังไง" อันนี้ก็ต้องยอมรับตามความจริงครับว่า โรงแรมเปิดใหม่ระบบจะมั่วมาก การออกคีย์การ์ดก็สามารถทำซ้ำห้องได้เพราะบางทีอาจให้ห้องแขกซ้ำไปอันนี้ก็ต้องยอมรับ ผมจึงกราบขอโทษงาม ๆ นี่ถ้าไม่เกรงใจจะจุดธุปเทียนและมาลัย 3 สี วนขวารอบแกสัก 3 รอบ พร้อมเสนอให้แกพักฟรี 1 คืนและสัญญาว่าจะนำเรื่องนี้แจ้งให้กับผู้จัดการทั่วไป (ตำแหน่งที่กูไม่เคยเห็นแม่งทำอะไรเลย นั่งอยู่แต่ในห้องทั้งวัน กลางวันก็มากินข้าว ว่าง ๆ ก็นั่งจับผิดพนักงาน แถมตกเย็นแม่งพาครอบครัวมากินฟรีดินเนอร์อีก) รู้มั้ยครับเธอพูดยังไง "โอ๊ยน้อง (เสียงสูงเหมือนควายออกลูก) ไม่ต้องแจ้งหรอกค่ะเพื่อนพี่น่ะเป็นบอร์ดบริหารโรงแรมเดี๋ยวพี่บอกเค้าเองดีกว่า เนี่ยเดี๋ยวพี่โทรเลย (ทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยน๊ะ ผมก็รอดูว่าจะโทรหรือเปล่าแม่งนั่งดูอยู่นั่นแหละไม่โทรสักที) เสร็จแล้วก็โชว์โง่อีกดอก "โรงแรมเนี๊ยะถ้าพี่ขอเพื่อนพี่ว่าจะมาพักฟรีนี่ยังได้เลยน๊ะ แต่พี่ไม่ขอไงเกรงใจเพื่อน" (แหม มึงนี่ช่างเป็นคนดีเสียจริง นิสัยอย่างเมิงนี่กูว่าถ้าขอได้ไม่น่ารอดพักฟรีน๊ะมึงเนี่ย) เสร็จแล้วก็นั่งสอนว่าระบบโรงแรมมันต้องอย่างนั้นมันต้องอย่างนี้ รู้ดีทุกอย่าง (แต่แม่งไม่ได้ดีสักอย่าง) เสร็จปุ๊บก็เดินกลับห้องไป ผมก็ยังมองตามน๊ะคับคิดว่าถ้าได้คนเปิดมันเห็นตอน อินี่อาบน้ำสงสัยแม่งเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมแน่เลยว่ะ อิอิ
วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ควายหิวข้าว
แท่น แทน แท๊น สวัสดีครับ วันนี้มาพร้อมกับบทความใหม่ขอเสนอตอน "ควายหิวข้าว" เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงที่ผมทำงานอยู่ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ซึ่งโรงแรมของผมนั้นด้วยความที่เป็นโรงแรมหาดาวและเป็นโรงแรมที่ยิ่งใหญ่โต มโหฬารบานตะเกียง พื้นที่กว่า 3000 เอเคอร์ พร้อมสระน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายครบครัน ห้องอาหาร ห้องเด็กเล่นแต่จริง ๆ น่าจะเรียกห้องทิ้งเด็กมากกว่าเพราะส่วนใหญ่ที่เห็นบิดาและมารดามันมักจะเอามาโยนไว้ให้พนักงานก่อนที่มันจะออกไปไหนกันก็ไม่รู้ และที่เด็ดสุดก็สปาอันเลื่องชื่อของเรา (แต่อย่าถามถึงความพร้อมของมันน๊ะครับ เอาเป็นว่า สระน้ำว่ายได้ ห้องอาหารกินได้ สปามีเตียงนวดคุณ แค่นี้คุณก็ควรจะพอใจแล้วครับ) ในช่วงเย็นก็มีการเชิญแขกเหรื่อกันมามากมายหลากหลายวงการ ทั้งตำรวจ ทหาร นักการเมือง เซเลบ คนดัง ไฮโซบ้าง โลโซบ้าง แอบไฮโซบ้าง เยอะแยกมากมายไปหมด และช่วงเวลาทีทุกคนรอคอย (มันรอเวลานี้เพราะบางคนอยากจะนอนเต็มทีและก็แม่งล่อไปเที่ยงคืนแล้วนี่) ก็มาถึง เป็นเวลาแห่งการนับถอยหลัง(ลงคลอง) สู่การขึ้นศักราชใหม่ จริง ๆ ก็ไม่รู้ว่ามึงจะนับกันทำไมเพราะนาฬิกามันก็เดินของมันอยู่แล้ว ทันใดนั้นเอง ปรากฏร่างเงาขนาดใหญ่มากกกกกครับ นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงพังกำไล หรือไม่ก็พลายทองคำกับพลายทองแท่ง 2 ตัวรวมกันเดินตรงเข้ามาหาผมครับ พร้อมกับใบหน้าที่บอกได้อย่างชัดเจนว่า "กูมีปัญหา" (ไม่ต้องบอกกูก็รู้หน้ามึงอย่างกับรองเท้าบาจาซะขนาดนั้น นี่คราวหลังกรูจะเอาเครื่องหมายคำถามติดหน้ามึงให้ด้วยอ่ะ) ผมก็ทักทายตามมาตรฐานของพนักงานโรงแรม Hello Sir May i help You (ใครอยากทำงานโรงแรมฝึกพูดประโยคนี้ไว้น๊ะครับ แม่งใช้ได้ตั้งแต่โรงแรม 5 ดาวยัน ไม่มีดาว) "Yes how i can have a dinner?" เอ่อ งานเข้าอีกแล้วครับ คือเนื่องจากในวันสิ้นปีคือวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเนี่ย ทุกโรงแรมเค้าจะขายราคาห้องพักบวกกับค่ากาล่าดินเนอร์ ซึ่งก็คือปาร์ตี้วันปีใหม่นี่แหละครับ ราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่เกรดของโรงแรมแต่ที่สำคัญคือ บังคับว่าแขกทุกคนต้องซื้อ ฉะนั้นเวลาที่แขกโทรมาจองห้องช่วงนี้เขาก็มักจะถามว่า "คุณชาร์จค่า กาล่าดินเนอร์หรือเปล่า" แต่ตอนนั้นโรงแรมของผมขายอยู่ที่ 7000 บาท ซึ่งไอ้เนี่ยมันหลุดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ครับเพราะว่ามันไม่ได้ซื้อกาล่าดินเนอร์มา แต่มันอยากเข้าไปกินอาหารข้างในและจ่ายเงินเฉพาะที่มันกิน "เวรแล้วครับ ก็เขากินกาล่ากันหมดเข้าจะมีอาหารอะไรให้มึงกินเนี่ย" ผมเลยบอกมันไปครับว่า "Sorry sir today we have a Gala dinner if you would like to join with us i will escort you to the restaurant" คือตอบแบบสุภาพครับว่าวันนี้เราไม่มีอาหารตามสั่งมีแต่บุฟเฟต์ กาล่าดินเนอร์ ถ้าอยากกินเดี๋ยวจะพาไป คราวนี้มันขึ้นเลยคับ มาเป็นชุดมาเต็มครับด่าโรงแรมฟักอย่างนั้น ฟักอย่างนี้ นี่ถ้าผมถือเข่งเนี่ยคงเก็บได้เป็นโลแล้วครับเนี่ย ด่าไปก็บ่นไป โรงแรมห่วยแตก โรงแรมไม่ดี กูหิวข้าวโว้ย "เซ็งคับ กูรู้ กูเข้าใจ ว่ามึงด่าโรงแรม มึงหิว แต่โรงแรมเนี่ยมันเป็นอิฐเป็นปูน มันไม่เข้าใจมึงหรอก กูนี่โดนน้ำลายมึงจนจะท่วมหัวกูแล้วเนี่ย" มึงจะยากตรงไหนมึงก็สั่ง รูมเซอร์วิสก็จบ ผมเสนอมันไปครับว่าให้สั่งรูมเซอร์วิส แต่มันไม่เอามันจะนั่งในห้องอาหาร ดูความกวนตีนของมันครับ แบบนี้ก็รู้แล้วว่าที่ด่าโรงแรมเนี่ยเพราะแม่งหวังอะไรสักอย่างไม่กินฟรีก็ลดค่าห้องแล้วก็จริงครับ พลันมันบ่นเสร็จมันถามครับ "แล้วชั้นจะได้อะไรจากความไม่สะดวกในครั้งนี้" ถ้าไม่เกรงใจอยากจะบอก "ได้ตีนกรูไงมึง" คนอื่นเค้ายังจ่ายได้กินได้มึงเสือกเรื่องมากจะเอานู้นจะเอานี่อีก ผมเงียบครับได้แต่ขอโทษไม่อยากพูดกับควายมากเดี๋ยวมันเอาเขาทิ่มเอา สักพักมันรู้ว่าไม่ได้อะไรแล้วก็หันมาบอก "ชั้นมาจากแคนนาดาไปบอกเจ้านายเธอว่าโรงแรมนี้ห่วยมาก บริการไม่ดีทีแคนนาดาเรารู้จักวิธีดูแลแขกดีกว่านี้" เฮ่อ อ้างไปนั่น ทีหลังมึงก็มาสร้างโรงแรมเองแล้วก็เอาแต่คน แคนนาดามาทำงานดิจะได้บริการดี ควายเอ้ย
ปล. ใกล้ปีใหม่กันแล้วเตรียมตัวรับความซวยกันดี ๆ น๊ะครับ
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
การประสานงวงในโรงแรม หาดาว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าอยากทำงานอยู่โรงแรมหาดาวแล้วเจริญก้าวหน้า น้อง ๆ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ " ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน.. เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น.. เช้าสาย บ่ายหลับ กลับเร็ว..แค่นี้ก็แจ่มมมมมแล้ว
วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553
ความเสียหายกับบัตรมีปีก
วันนี้เช้ามาก็เจอเคสเลยครับ อินเดียครับท่าน คราวนี้มาแบบครอบครัวครับ แขกลงมาแจ้ง Check out ผมก็เตรียมบิลไว้เช็คค่าใช้จ่าย สักพักเสียง วิทยุสื่อสารก็ดังขึ้น “Front ค่ะ ช่วยชาร์จค่ากาน้ำให้ด้วยค่ะ” สอบถามได้ความว่า พวกคุณเธอทั้งหลายนำเครื่องเทศชนิดหนึ่งไปต้ม ย้ำครับว่า เอาลงไปต้มในกาน้ำร้อนครับ ทีนี้มันก้เป็นรอยไหม้ซิครับพี่น้องครับ หลังจากที่ผมพยายามอธิบายโดยการชักแม่น้ำทั้งห้า ท้องฟ้าทั้งหก นรกทั้งเจ็ดมาอธิบายให้มันฟังประมาณว่า ไม่ได้น๊ะจ๋ะนายจ๋า อีนี่ต้องขอชาร์จค่ากาน้ำร้อนฉาน 1,500 บาท น๊ะจ๊ะ ครับและเป็นไปตามที่คิดครับ แขกทุกคนไม่ว่าจะทำอะไรของโรงแรมแตกหักเสียหาย หรือแอบขโมยของทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตามจะต้องปฏิเสธไว้ก่อน ผิดถูกไม่รู้ แต่กูไม่ได้เอาไปไว้ก่อน ที่เจอบ่อย ๆ ก็ผ้าเช็ดตัวกับแก้วกาแฟนี่ครับ ก็ไม่รู้ว่าแก้วใบเดียวนี่เมิงซื้อกันไม่ได้เลยหรือไงวะ ส่วนไอ้พวกชอบขโมยผ้าเช็ดตัวนี่ก็แบบหน้าด้าน ๆ ก็มีน๊ะครับ ส่วนใหญ่จะชอบบอก “อ้อ ชั้นไปว่ายน้ำแล้วลืมไว้ที่สระ” แต่ขอโทษครับพอดีวันนี้งานเข้ามันเลยครับ เสือกจะฝากของครับแล้วของมันอยู่ในกระเป๋าทีนี้แกก็ต้องเปิดกระเป๋าซิครับ จังหวะที่รูดซิบนี่แหละครับ โป๊ะครับ ผ้าเช็ดตัวสีเขียวจั๊วเลยครับ ร่วงจากกระเป๋า ผมด้วยความหมั่นไส้เป็นทุนเดิมเดินไปบอกเลยครับ .” This is our Towel Right? Why you tell me you forgot at Swimming Pool? อึ้งครับ เจอประโยคนี้เข้าไป ประมาณว่า อ้าวนี่ไงผ้าเช็ดตัวกูไหนมึงบอกว่าลืมอยู่สระน้ำไงหรือมันอยากไปเที่ยวเมืองนอกเลยแอบขึ้นกระเป๋ามึงมา รู้ไหมครับหลังจากนั้นมันทำยังไง มันหันหน้ามาบอกผมหน้าตาเฉยครับ “Sorry I forget” น้าน ๆ หน้าด้าน ๆ เลยน๊ะเมิง นี่ถ้ากูไม่เจอ สงสัยผ้าเช็ดตัวกูคงได้ไปเที่ยวเมืองนอกแล้วล่ะ ย้อนกลับมาที่เคสกาน้ำร้อนครับ ผมบอกให้แม่บ้านนำกาน้ำร้อนลงมาโชว์ให้แขกดูว่าเค้าทำไหม้ขนาดไหน รู้มั้ยครับสภาพที่ผมเห็นครั้งแรก แทบอ้วกแตกครับ ทั้งกลิ่นและซากเครื่องเทศที่ยังลอยอยู่ในกาน้ำร้อน แล้วโอ้โห นี่เพิ่งตอนเช้าดีน๊ะที่กูไม่ใช่คนชอบกินข้าวเช้าไม่งั้นมีโชว์หน้าล็อบบี้แน่ หลังจากที่ผมแจ้งและแสดงสภาพกาน้ำร้อนที่คิดว่าคนที่มาใช้ต่อคงต้องอ้วกแน่นอนให้แกรับทราบแล้ว แกยังไม่ยอมจ่ายง่าย ๆ ครับ แกจะขอแก้ตัวโดยการเอาไปล้างให้เอง อ่ะ ได้ ผมก็ชอบให้โอกาสคุณ ๆ ได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ ผมจึงให้แกเอากาน้ำขึ้นไปล้างอยู่ประมาณสองรอบครับกว่าจะสะอาดและใช้งานได้ แกจึงรอดตัวกับการชาร์จไป ส่วนช่วงบ่ายก็เจออีกเคสนึงครับ เป็นแขกลงมาต่อว่าพนักงานใหญ่เลยว่าบัตรเครดิตเค้าหายแถมมีเหน็บแนมอีกว่า “I think my card have a fly” ประมาณว่าบัตรมันมีปีกบินได้ เป็นแบบกระชับเหมาะสำหรับวันมามาก ผมรับแจ้งแล้วจึงรุดไปที่เกิดเหตุ หากันอยู๋กับน้องอีกคนนึงประมาณ 10 นาทีครับ เจอบัตรมันที่ไหนรู้มั้ยครับ หลังทีวี ผมหยิบบัตรแล้วหันหน้ามาโชว์มัน ๆ บอกยังไงรู้มั้ยครับ .”โอเค อยู่หลังทีวีนี่เอง” สาดดด ง่าย ๆ เลยน๊ะมึงแล้วที่มึงด่าพนักงานกูไปนี่มึงไม่คิดจะขอโทษเลยใช่มั้ย ใจก็อยากจะบอกมันไปเหมือนกันน๊ะคับว่า อ่ะนี่ไง มันบินกลับมาและหลังจากรองรับความซึมเปื้อนของเมิงเสร็จ
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
ฝรั่งถูกเสมอ
เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนสติพวกเจ้าของโรงแรมต่าง ๆ ที่ชอบบ้าให้ฝรั่งที่ไม่เก่งจริงมาบริหารงาน เรื่องมีอยู่ว่า อันว่าตัวข้าพเจ้าเองนั้นโชคดีเป็นหนักหนาที่ได้เกิดมาทำงานกับโรงแรม international แบรนด์จากประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่ง และเจ้าของโรงแรมของผมนั้นก็ได้ไปชักชวนฝรั่งคนหนึ่งมาเป็นหัวในการบริหารงานโรงแรมแบรนด์นี้ ซึ่งแรก ๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนักครับเป็นไปด้วยปกติดีแต่พอนาน ๆ เข้าสิ่งแปลก ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับบริษัทของเรา ผู้บริหารที่เป็นคนไทยเริ่มถูกกดดันให้ออก หรือไม่ก็ต้องลาออกเองจากไอ้คนที่เข้ามาเป็นหัวคนแรก จากนั้นไม่พอมันก็เอาพวกพ้องของมันที่เหมือนยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโต ตำแหน่งใหญ่โตมาก แต่วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สิ่งที่มันทำกันก็คือ คอยห้ามพนักงานไม่ให้เอาโน๊ตบุ๊คมาเล่นตอนเข้าดึก คอยเรียกพนักงานมาเตือนเวลาไม่ไหว้มันทั้ง ๆ ที่พนักงานเขาไม่เห็นมัน และสิ่งที่พวกนี้ชอบที่สุดคือรายงาน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นน้ำใหล ไฟดับ มดขาหัก หมาออกลูก มันจะต้องเดินไปหาคนที่เกี่ยวข้องพร้อมประโยคสุดฮิต "ทำรายงานให้ชั้นด้วยน๊ะ" ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่ามันจะเอาไปหาลูกสาวคุณยายมันหรือไง บางคนที่ขึ้นมากเพิ่งเป็นผู้จัดการแผนกได้เพียงแค่ปีเดียว แต่ตำแหน่งที่มันขึ้นมานั้นเป็นหัวเรือใหญ่หรือหัวใจของโรงแรมกันเลยทีเดียว ก็ไม่ต้องคิดน๊ะครับว่าโรงแรมสภาพจะเป็นยังไง ใครไม่สำคัญขอให้เป็นฝรั่งและยิ่งชาติเดียวกันยิ่งดีมันรับหมดและจะให้ตำแหน่งสูง ๆ เสมอ
ที่สุดแล้วก็คงต้องโทษคนไทยเราด้วยกันเองนี่แหละครับที่ไม่เห็นคุณค่าของกันและกัน มัวแต่ไปยกย่องไอ้พวกต่างชาติที่เก่งไม่จริงซึ่งบางคน ๆ ไทยยังเก่งกว่าอีก นี่อาศัยพรรคพวกรู้จักกัน บางคนอยู่เมืองนอกเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ มาเมืองไทยใส่สูท ผูกไทด์หน่อยก็เป็นผู้บริหารได้และ
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
พระเจ้ายอดมันจอร์จมาก
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามาหา "ฮัลโหล สวัสดีครับ ขอสายผู้จัดการหน่อยครับ" (เป็นอะไรไม่รู้น๊ะครับ อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน แม่งขอสายผู้จัดการไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่บางทีพนักงานธรรมดาก็จัดการให้ได้) "ครับ ผม ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายต้อนรับครับ" ผมแสดงตัว(อย่างจำใจ เพราะกรูไม่มีใครแล้วนี่หว่า) "อ๋อ ดีเลยครับ พอดีผมอยากจะแนะนำหน่อยน่ะครับว่าโรงแรมของคุณเนี่ยน่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีกว่านี้หน่อยน๊ะครับ เนี่ยผมเห็นกล้องวงจรปิดตามชั้นก็ไม่มี นี่ถ้าผมคิดน๊ะว่าผมลองเป็นโจรเข้ามาเนี่ย ผมเข้ามาได้สบายมากเลย (มึงก็เข้ามาซิ กูจะได้แจ้งตำรวจลากออกไป ไอ้บ้านี่เป็นคนดี ๆ ไม่ชอบอยากเป็นโจร) "ครับ ต้องขอบคุณในคำแนะนำมากน๊ะครับ ผมจะประสานงานกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยให้ แต่เนื่องจากตอนนี้โรงแรมเราเป็นโรงแรมเพิ่งเปิดใหม่น่ะครับ กล้องอาจจะยังติดไม่เสร็จ แต่เราก็แจ้งให้ทราบในรายละเอียดการจองห้องพักแล้วนี่ครับ" เงียบครับทีนี้ ปลายสายเงียบเหมือนผมคุยอยู่กับป่าช้าก็ไม่ปาน จริง ๆ เข้าใจครับว่าโรงแรมเปิดใหม่ความปลอดภัยต้องเป็นเลิศ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าโรงแรมเปิดใหม่ จะให้มันมาเพรียบพร้อมเหมือนโรงแรมเปิดเก่าคงไม่ได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นคุณก็ไปนอนโรงแรมเก่า ๆ ซิ มานอนโรงแรมใหม่ทำไม สักพักเหมือนเพิ่งนึกได้ปลายสายตอบกลับมาอีก " นั่นแหละครับ ยิ่งเปิดใหม่ซิ ยิ่งต้องติด นี่ถ้าคนร้ายเข้ามานี่อันตรายน๊ะครับ" สาดดด ก็มีแต่มึงเนี่ยแหละคิด ก็รู้อยู่ว่ามันต้องมีแต่ถ้าฝ่ายบริหารเค้าไม่ติด เมิงจะให้กรูควักเงินซื้อเองเลยมั้ย หรือเมิงจะมาร่วมหุ้นกับกู ติดแม่มรอบโรงแรมเลย ติดตั้งแต่หน้าทางเข้าจนห้องขยะเลย เอาแบบให้เห็นทุกซอกทุกมุม ผมรู้และว่าแบบนี้พวกโรคจิตหาเพื่อนคุยแน่ ๆ จึงรีบตัดบทไป "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำน๊ะครับ ทางเราจะรีบทำการปรับปรุงโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ" พูดจบตัดสายอย่างรวดเร็ว ใครจะว่าไม่มีมารยาทก็ช่าง แต่ถ้าให้เอามาลามาคุยกับมัน ผมว่าผมประสาทกินแน่ ๆ เลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
บทความแนะนำ
-
เมื่อพูดถึงโรงแรม ก็จะประกอบไปด้วยหน่วยงานหลัก 2 หน่วยงานคือ ส่วนงาน Operation และส่วนงาน Back Office หรือที่คนโรงแรมชอบเรียกกันว่า...


