วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

 Centara Sonrisa Residence & Suite Sriracha

"สนุกกับทุกกิจกรรมในโรงแรมได้โดยไม่ต้องออกไปที่ไหน"

Hotel Man Travel, EP. นี้เฮียจะพาพวกเราไปเยี่ยมชมโรงแรม Centara Sonrisa Residence & Suite Sriracha อีกหนึ่งโรงแรมที่เฮียแนะนำสำหรับคนที่ต้องการที่พักในแบบ Family และมีกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัวตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่และหนูๆ น้องๆ ทั้งหลายครับ
























คำว่า Sonrisa จากที่ได้สอบถามกับน้องลอ EAM F&B ของที่นี่ทำให้ทราบว่าคำนี้เป็น "ภาษาสแปนิช" ซึ่งจะแปลเป็นไทยได้ว่า "ยิ้ม" หรือ Smile ในภาษาอังกฤษสอดคล้องกับ Owner ทั้งสองท่านที่เป็นทันตแพทย์ก็ถือเป็นอีกการตั้งชื่อที่เก๋ดีมีสไตล์มากครับ
สิ่งที่เฮียชอบเป็นการส่วนตัวในด้านของ Marketing คือที่โรงแรมนี้จะมีกิจกรรมเยอะมากครับด้วยเพราะทาง Owner และฝ่ายบริหารเล็งเห็นถึง Weakness หนึ่งของโรงแรมเรื่องทำเลที่ด้านหนึ่งคือจุดแข็งเพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมากครับเฮียเข้ามาแล้วยังรู้สึกว่าอยู่อีกโลกหนึ่งที่เป็นส่วนตัว สงบ เงียบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ตัดขาดจากความวุ่นวายแต่อีกด้านหนึ่งด้วยความที่ Location ค่อนข้างอยู่ในซอยลึกสักหน่อยทำให้การออกมาตัวเมืองจำเป็นต้องมีรถส่วนตัวแม้โรงแรมมี Shuttle Bus ไว้บริการก็ตาม
ด้วยเหตุนี้กิจกรรมมากมายหลากหลายจึงถูกจัดขึ้นโดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลและกิจกรรมจากแขกผู้เข้าพักปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดคือแขกส่วนใหญ่ Enjoy กับทุกกิจกรรมของโรงแรมไม่ว่าจะเป็น Movie Night, Cooking Class สำหรับครอบครัว, Foam Party, Selfie Coffee, เครื่องเล่มเกมส์ VAR, และ Spa Cenvaree. และด้วยความที่มันเยอะมากและดีทุกกิจกรรม (เพราะส่วนใหญ่เฮียลองใช้บริการแล้ว) เฮียเลยขอแบ่งเป็น 2 EP นะครับ
- จุดเด่นของที่นี่คือ "Enjoy กับทุกกิจกรรม ทุกวัย ได้ในโรงแรมโดยไม่ต้องออกไปไหน"
- Location ตรงนี้จุดหนึ่งเหมาะสำหรับคนชอบความเป็นส่วนตัว เงียบ สงบ ธรรมชาติค่อนข้างสดใหม่ อยู่ใกล้ชิดหมู่บ้านชาวประมงทำให้ช่วงเช้าและช่วงเย็นเราจะได้เห็นวิถีชาวเลให้ความสุขไปอีกแบบครับ
- ห้องพักจะมีทั้งหมด 5 Room type ของเฮียจะเป็น Deluxe Sea View ซึ่งใครที่อยากใกล้ชิดทะเลและได้บรรยากาศดีๆ แนะนำให้ลอง Request ห้อง Series ที่ลงท้ายด้วย 07 ครับวิวจะดีมาก การตกแต่งห้องจะใช้สีโทนฟ้าขาวดูเรียบๆ กลมกลืนกับบรรยากาศแห่งท้องทะเล พื้นที่ห้องนี้ค่อนข้างกว้างและที่ชอบมากคือห้องน้ำแบบแยกสัดส่วนกันชัดเจนชนิดเข้าพร้อมกัน 3 คนและทำธุระพร้อมกัน 3 แบบได้
- Selfie Coffee อีกหนึ่งบริการที่ไม่ควรพลาดครับสำหรับใครที่ชอบอะไรเก๋ๆ การถ่ายรูปกับเครื่องดื่มที่มีใบหน้าตัวเองเป็น Topping เป็นอีกกิจกรรมที่แนะนำครับ ณ ตอนนี้ Selfie Coffee ของที่นี่ยังเป็นแห่งแรกในชลบุรีอยู่นะครับ
- Onsen ที่นี่ก็ได้มาตรฐาน Spa Cenvaree เค้าเลยครับมีทั้งหมด 3 บ่อเลือกอุณหภูมิได้ที่สำคัญทุกบ่อใช้ผงแร่จากญี่ปุ่นมาผสมให้เราบำรุงผิวพรรณโดยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น ส่วนมาตรฐานด้านสุขอนามัยก็ไม่ต้องกังวลครับเพราะแช่เสร็จน้ำนั้นจะถูกทิ้งและเปลี่ยนใหม่ทันที
- อาหารคุณภาพดีโดยเฉพาะ Seafood มีความสดใหม่เพราะอยู่ใกล้ทะเลราคาไม่แพงมากครับที่สำคัญมีให้เลือกหลากหลายห้องอาหารจะอยู่ชั้น 8 ถ้าอยากได้บรรยากาศแนะนำให้นั่งด้านนอกครับจะเห็นวิวทะเลด้วย
1. ABF ในส่วนของอาหารเช้าที่นี่ตอน C/I เค้าจะมีเวลาให้เลือกรับประทานอาหารเช้านะครับเพื่อลดความแออัดในห้องอาหารซึ่งเค้าจะแบ่งเป็นรอบๆ ของเฮียเลือกตอนช่วง 10 โมงเช้าครับเพราะเผื่อเวลาตื่นเอาไว้หน่อย
* ส่วนของห้องอาหารที่น่าสนใจคือเค้าจะมีถุงมือพลาสติกเอาไว้ให้ใส่ด้วยนะครับเพื่อลดการสัมผัสอาหารในไลน์บุฟเฟ่ต์ สำหรับอาหารก็มีหลากหลายให้เลือกครับ
2. ห้องพัก Family Residence เป็นอีก Room Type ที่เขาบอกว่า "เต็มทุกเสาร์-อาทิตย์" ส่วนทำไมถึงเต็มไป Inspection ห้องพักพร้อมๆ กันครับ
3. ห้องพัก Two Bedroom Suite ซึ่งเป็น Room Type สูงสุดของที่นี่เฮียก็พามาดูเหมือนกันนะครับจะเป็นอย่างไรบ้างไปชมกันได้ในคลิปเลยครับ
4. มีโอกาสได้เล่นเกม VR อีกหนึ่งกิจกรรมของที่นี่ เป็นครั้งแรกของเฮียสำหรับเกมส์นี้บอกได้เลยว่าสนุกมากแต่ด้วยอายุอานามที่มากแล้ว 555 ก็เลยเล่นได้ไม่นานแต่สนุกจริงๆ หนูๆ น้องๆ น่าจะชอบเลยครับถือเป็นอีกหนึ่งความแปลกใหม่ของ Service Design ของที่นี่ครับ
5. SPA Cenvaree ยอมรับเลยว่านี่เป็นการใช้บริการ SPA ครั้งแรกของ Hotel Man Travel ครับ 555 และเป็นการใช้บริการครั้งแรกกับ Spa Cenvaree ซึ่ง Program ของเฮียจะเป็น Signature Massage เหมาะสำหรับคนที่ชอบนวดแบบผ่อนคลายพร้อมหลับสบายไปกับกลิ่นหอมของอโรมาสลับกับกลิ่นหอมของสมุนไพรจากลูกประคบครับ
6. Foam Party อีกหนึ่ง Highlight ช่วงวัน เสาร์-อาทิตย์ ที่หนูๆ น้องๆ ไม่ควรพลาดครับเป็นอีกกิจกรรมที่สนุกได้ทั้งครอบครัวจริงๆ ครับ
Room Type: Deluxe Sea View
Room Rate: Complimentary + ABF
Hotel Man Rating Score: 8.5/10
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
☎️โทร: 038 316 888
📧อีเมล: css@chr.co.th
✅Line ID: @centarasonrisa

Mövenpick ประกาศเปิดรีสอร์ทแห่งใหม่ในเมืองฟานเถียต ประเทศเวียดนามกับ Mövenpick Resort Phan Thiet


ถือเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์และของเครือ Accor ในเมืองเวียดนามตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากปราสาท Port Royal ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของโจรสลัดแคริบเบียนกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมดัตช์ ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ในเมืองหลวงของจังหวัด Binh Thuan บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนาม ใช้เวลาขับรถ 4 ชั่วโมงจากโฮจิมินห์ซิตี้
Mövenpick Resort Phan Thiet มีห้องพักและห้องสวีท 248 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่เน้นลูกค้ากลุ่มครอบครัว คู่รัก และนักผจญภัย นอกจากนี้รีสอร์ทยังมีสระว่ายน้ำ 2 แห่ง สปาและฟิตเนส ร้านอาหารและบาร์อีก 5 แห่ง
รีสอร์ทแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างดีสำหรับครอบครัวและนักผจญภัยที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและความทรงจำอันยาวนาน รีสอร์ทให้บริการห้องพักที่กว้างขวางและห้องแฟมิลีสวีทที่มาพร้อมกับเตียงสองชั้น ห้องประเภทคลาสสิกและห้องดีลักซ์มีพื้นที่อย่างน้อย 25 ตร.ม. พร้อมการตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศเขตร้อนและระเบียงเพื่อชมทิวทัศน์สีสันสดใสหรือเรือ Queen Anne Revenge อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมนอกจากนี้ ผู้เข้าพักในห้อง Executive สามารถเพลิดเพลินกับวิวทะเลที่สวยงามและเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษของ Admiral ได้อีกด้วย
Mövenpick Resort Phan Thiet เพียงพร้อมไปด้วยร้านอาหารและบาร์ 5 แห่งพร้อมเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณีการทำอาหารของสวิสฯ พื้นที่ห้องอาหารและบาร์ Bounty ที่กว้างขวางให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า Mövenpick อันเป็นเอกลักษณ์ในตอนเช้า และเมนูอาหารทะเลอันสำหรับอาหารค่ำ สำหรับผู้ที่ชอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง Black Pearl ให้บริการเมนูโจรสลัดรอบโลกพิเศษที่ผสมผสานอาหารแคริบเบียนจานพิเศษ
ปัจจุบันแบรนด์ Mövenpick มีโรงแรมและรีสอร์ทมากกว่า 110 แห่งทั่วโลก และอีก 50 แห่งที่วางแผนไว้ภายในปี 2025 Mövenpick ยังคงยึดมั่นในมรดกของชาวสวิสและมรดกด้านอาหารอันยาวนาน โดยเคารพในคำมั่นสัญญาของผู้ก่อตั้ง Ueli Prager ที่จะทำสิ่งที่ดีด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้อง
Green Globe ได้ยกให้ Mövenpick เป็นบริษัทโรงแรมที่ยั่งยืนที่สุดในโลกทุกปีนับตั้งแต่ปี 2017 ด้วยความตระหนักในแนวทางด้านความยั่งยืน ตลอดจนความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในท้องถิ่นและยังเป็นแบรนด์ที่เข้าร่วมใน ALL - Accor Live Limitless ซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมคะแนนไลฟ์สไตล์ที่ให้การเข้าถึงรางวัล บริการ และประสบการณ์ที่หลากหลายอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

แรงงานโรงแรมขาดตลาด ด้านล่างของยอดภูเขาน้ำแข็งที่รอวันปะทะ

 แรงงานโรงแรมขาดตลาด ด้านล่างของยอดภูเขาน้ำแข็งที่รอวันปะทะ


อย่างที่ทราบกันว่าก่อนหน้าวิกฤต COVID-19 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยรวมทั้งการโรงแรมนั้นเปรียบเสมือน “พระเอก” ที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศในเกือบทุกครั้งที่เครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนประเทศอย่าง ภาคการผลิต การเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม นั้นประสบปัญหา ด้วยจำนวนรายได้สูงสุดก่อน COVID-19 ที่เคยทำได้ในปี 2562 กว่า 3.3 ล้านล้านบาท กับ จำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนกว่า 39-40 ล้านคน ทำให้อุตสาหกรรมนี้มีเสน่ห์ดึงดูทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาสู่ธุรกิจนี้และแน่นอนว่าเมื่อมีนายทุนหรือ “นายจ้าง” ย่อมต้องมีอีกฝั่งคือ “ลูกจ้าง” ที่ย่อมต้องเข้ามาสู่โอกาสนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยผลตอบแทนทั้งฐานเงินเดือนที่สูง สวัสดิการที่ดี เงินค่าบริการ (Service Charge) ที่บางโรงแรมมากกว่าเงินเดือนหรือโบนัสทั้งปีอีก ย่อมดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ได้อย่างง่ายดาย
สถาบันการโรงแรม มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาการโรงแรม วิทยาลัยการโรงแรม ทั้งในและต่างประเทศ มีนักศึกษาเข้าเรียนสาขานี้กันอย่างมากมายเพราะโอกาสที่มาหลังจากจบการศึกษานั้นมันค่อนข้างสดใสเพราะไม่มีเค้าลางหรือสัญญาณอะไรเลยที่จะมาบ่งบอกว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะล้มหายตายจากโลกนี้ไป” แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจมากแค่ไหนแต่การท่องเที่ยวก็ยังโดดเด่นและผู้คนยังคงต้องเดินทางกันต่อไปอาจจะมีชะลอตัวไปบ้างแต่สุดท้ายก็ฟื้นตัวได้เร็วพิสูจน์ได้จากหลายวิกฤตทั้งวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซีย วิกฤตโรคอีโบลา วิกฤตโรคซาร์ วิกฤตโรคเมอร์ สึนามิ แต่ใช้เวลาไม่นานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็กลับมาตั้งลำพร้อมทะยานได้อย่างแข็งแกร่งในทุกครั้ง
ก่อนช่วง COVID-19 มีข้อมูลสำรวจจากสมาคมโรงแรมไทย (THA) จำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมไทยก่อนช่วง COVID-19 มีจำนวนแรงงานในระบบกว่า 1,630,419 ล้านคน มีโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศกว่า 32,564 โรงแรม มี Supply ด้านห้องพักในระบบ 1,254,168 ล้านห้องพัก (https://www.bangkokbiznews.com/news/873519)
แต่หลังจากเกิดวิกฤต COVID-19 มีการประมาณการโดยสมาคมโรงแรมไทยในปี 2563 ว่าจากสถานการณ์ Lockdown ที่เกิดขึ้นส่งผลให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักจะทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมว่างงานทั้งชั่วคราวและแบบถาวรกว่า 1 ล้านคน นั่นเท่ากับว่าถ้าเรามองกันในจำนวนแรงงานก่อนหน้า COVID-19 กับช่วงที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จนต้องออกจากอุตสาหกรรมไป แรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเหลืออยู่เพียง 630,419 คน หายไปจากระบบร้อยละ 61.3 เกินครึ่งของจำนวนแรงงานที่มีอยู่
เท่านั้นยังไม่พอนักศึกษาการโรงแรมและการท่องเที่ยที่จำเป็นต้องฝึกงานเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ก่อนออกมาสู่ตลาดแรงงานผลัดเปลี่ยนกับแรงงานที่เกษียณออกไปยังเผชิญภาวะที่เรียกได้ว่าเป็นการ “เรียนจบแบบออนไลน์” ไม่มีโอกาสได้ฝึกงานซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนสาขาการโรงแรมทำให้พัฒนาทักษะได้ไม่เต็มที่ทำให้ถ้าจะเข้าสู่อุตสาหกรรมก็ต้องเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานกันเข้าไปใหม่ ส่วนพนักงานที่อยู่ในตลาดก็ประสบกับปัญหาปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการลดการจ้างงานเพิ่มทำให้ต้องทำงานเกินหน้าที่และเกินกำลังไปมาก
แต่หลังจากที่วิกฤต COVID-19 ในทั่วโลกเริ่มคลี่คลาย ผู้คนเริ่มคุ้นชินกับวิถีชีวิตใหม่ที่ต้องอยู่ร่วมกับมัน อุตสาหกรรมโรงแรมเหมือนจะกลับมาเป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดานักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศอีกครั้ง เชนโรงแรมใหญ่ๆ ต่างพาเหรดกันออกมาประกาศแผนการขยายกิจการกันอย่างกว้างขวาง อาทิ
- Marriott International เชนโรงแรมสัญชาติอเมริกัน วางแผนขยายกิจการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการเปิดโรงแรมให้ครบ 1,000 แห่ง ภายในปี 2565 (https://www.thansettakij.com/advertorials/social-biz/486053)
- Accor เชนโรงแรมสัญชาติฝรั่งเศส เตรียมแผนขยายกิจการด้วยการเปิดตัวโรงแรมใหม่ปี 2565 กว่า 300 แห่งทั่วโลก (https://www.bangkokbiznews.com/business/984166)
- Intercontinental Hotels Group (IHG) เชนโรงแรมสัญชาติอเมริกัน เปิดเผยแผนการดำเนินงานในช่วง 1-5 ปีข้างหน้าว่า เครือ IHG จะเดินหน้าเปิดโรงแรมแห่งใหม่อีก 30-34 แห่ง หรือคิดเป็นจำนวน 8,100 ห้อง (https://www.prachachat.net/tourism/news-863215)
- Radisson Hotel Group: RHG เชนโรงแรมสัญชาติอเมริกัน ตั้งเป้าเปิดโรงแรมครบ 100 แห่งในไทยภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีโรงแรมภายใต้เครือเรดิสันในไทยจำนวน 6 แห่ง (https://www.bangkokbiznews.com/business/1012801)
ยังมีอีกหลายผู้ประกอบการที่เตรียมขยายธุรกิจโรงแรมในปี 2565 และในปีต่อๆ ไป ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้นดูเหมือนอุตสาหกรรมโรงแรมของประเทศไทยกำลังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างน่าสนใจจากการเร่งขยายการลงทุนของเชนใหญ่ๆ ที่ในแต่ละ Property ย่อมตามมาด้วย Supply ห้องพักที่ระดับขั้นต่ำตั้งแต่ 100 ห้องขึ้นไปเพราะเป็นระดับที่สามารถ Drive Revenue ให้กับโรงแรมได้ดีรับลูกค้าได้หลายกลุ่มที่สำคัญแต่ละ Brand มีฐาน Loyalty Program ที่เป็น Member หลักหลายสิบล้านคนทั่วโลก ซึ่งในสถานการณ์ปกติกรณีแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดีและมีแต่มุมมองเชิงบวก แต่ไม่ใช่กับในสถานการณ์ตลาดแรงงานโรงแรมในขณะนี้ที่จำนวน Supply แรงงานในระบบเริ่มมีอยู่อย่างจำกัดและนักเรียน นักศึกษาการโรงแรมที่ผลิตออกมาป้อนตลาดซึ่งบางคนถูกจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบและไปฝึกงาน ที่จบออกมาแล้วก็ยังคงต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะสู่ความเป็นเลิศทางด้านสายงานบริการโรงแรมในแต่ละแผนกเพื่อแข่งขันในตลาดแรงงานได้ สิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในสภาวะขาดแคลนแรงงานในมุมส่วนตัวของเฮียต่อจากนี้คือ
1. ภาวะมนุษย์ทองคำ จะเกิดการแย่งชิงแรงงานในตลาดโรงแรม ในสถานการณ์เช่นนี้จากจำนวน Supply โรงแรมที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นตลาดตอนนี้จะเป็นตลาดที่ “แรงงานมีอำนาจต่อรองสูง” ถ้าเป็นภาษาการตลาดก็คงเป็น “Buyer Market” เป็นตลาดที่ผู้ซื้อมีสิทธิเลือก” โดยเฉพาะแรงงานทักษะสูงและตรงตามคุณสมบัติที่เขาต้องการทั้งทักษะในงานและทักษะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลกธุรกิจในปัจจุบันเพราะตลาดต้องการคนเข้าไปเติมเต็ม Project ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าเมื่อคนหายาก การจูงใจคือสิ่งที่นายจ้างที่อยากได้แรงงานจะนำมาใช้ ฐานเงินเดือนที่ปรับสูงขึ้น สวัสดิการณ์ที่ดีขึ้น Benefit อื่นๆ จะถูก Offer เข้ามาในส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างงาน เช่น ห้องพักโรงแรมในเครือในราคาพนักงาน (Staff Rate) การทำ Co-Promotion ร่วมกับ Brand อื่นๆ เป็นสิทธิพิเศษให้พนักงาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ Brand ใหญ่ๆ จะมีอำนาจในการเลือกคนมากกว่า Brand เล็กๆ เพราะสายป่านด้านการเงินจะยาวกว่า กลายเป็นเพดานเงินเดือนที่เป็นฐานของตำแหน่งต่างๆ ในโรงแรมอาจจะถูกปรับสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นแต่ในอีกมุมก็ต้องยอมรับเพราะในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา พนักงานโรงแรมก็ประสบเคราะห์กรรมและปัญหากันมาอย่างยากลำบากที่ยัง Survive และยืนหยัดอยู่ได้ก็ต้องมีอะไรที่มาฉุดรั้งไว้และทำให้รู้สึกว่า “คุ้มที่จะอยู่ต่อ” ต้องคิดเยอะขึ้นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอวิกฤตแบบนี้อีกหรือไม่ ทางหนีทีไล่จึงสำคัญ
2. ความยากในการหาแรงงาน และระยะเวลาที่ใช้ในการ Recruitment ตำแหน่งงานว่างต่างๆ จะใช้เวลานานขึ้น แน่นอนว่าในช่วง COVID-19 พนักงานโรงแรมกว่าล้านคนถูกเลิกจ้างทั้งชั่วคราวและถาวร (https://news.thaipbs.or.th/content/296402) มุมหนึ่งก็สร้างความลำบากให้กับพนักงานโรงแรมเป็นอย่างมาก แต่อีกมุมหนึ่งก็ทำให้พนักงานโรงแรมที่หมดอนาคตในสายอาชีพนี้ไปได้ค้นพบหนทางใหม่ๆ บางคนไปทดลองทำอาชีพอิสระ ที่นิยมที่สุดก็เป็น Driver ให้ Food Delivery ต่างๆ รายได้หนึ่งเดือนก็เกือบๆ ทำงานโรงแรมหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เหนื่อยเหมือนกันหรืออาจจะมากกว่าแต่ได้รับผลตอบแทนและ “เวลา” ที่มีอิสระมากกว่า หรือบางคนก็ไปทำสวน ทำการเกษตร ซึ่งต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ช่องทางการขาย การหาลูกค้ามันสะดวกขึ้นและเช่นเคยอาจจะงานหนักไปบ้างแต่ “เวลา” และอิสระคือสิ่งที่เข้ามาเติมเต็ม ยังมีอีกหลายๆ ตัวอย่างที่ออกจากอุตสาหกรรมโรงแรมแล้วไปได้ดิบได้ดีซึ่งคนเหล่านี้ถ้าจะให้กลับเขามาอีกมักจะมีคำตอบอยู่สองอย่างคือ “ไม่” กับ “คิดดูก่อน” อาจจะมีส่วนน้อยที่จะตัดสินใจกลับมาทันทีเพราะบางคนก็กลัวว่า “จะโดน Layoff อีกหรือเปล่า” หรือ “ถูกลดค่าจ้างอีกไหม?” เมื่อสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้มีชีวิตที่ดีอยู่แล้วการจะให้กลับไปก็ต้องคิดกันให้ดีพอสมควรยิ่งเป็นยุคของ Work life balance แล้วด้วยหลายคนอาจจะเลือกไม่กลับมา
3. งานโรงแรมไม่ใช่อาชีพในฝันอีกต่อไป ผลพวงจากกระแสความเป็น Digitalization ทำให้ผู้คนคุ้นชินกับเทคโนโลยีมากขึ้นยิ่งไปกว่านั้นมีตัวอย่างผู้คนที่ได้รับความสำเร็จจากการเป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ (Influencer) หรือเป็น Blogger, Youtuber, ฯลฯ ทำให้อาชีพเหล่านี้มักจะได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงาน Gen Y, Gen Z, ที่เป็นแรงงานหลักในปัจจุบันมากกว่างานโรงแรม ผลพวงจากความไม่ใช่อาชีพในฝันเพราะต้องทำงานหนักทำให้ความสนใจเข้าสู่อุตสาหกรรมคนกลุ่มนี้ลดน้อยลงแม้แต่นักเรียนนักศึกษาที่เรียนสาขาการโรงแรมเมื่อจบมาก็อาจจะเลือกไม่เข้าสู่อุตสาหกรรมฯ เพราะมีช่องทางในการหาอาชีพมากขึ้นในปัจจุบัน มีตัวอย่างการทำเงินหลายวิธีการให้เลือกศึกษา แม้จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสำเร็จแต่ด้วย Personality ของ Gen นี้ที่อยากรู้อยากลองก็ไม่กลัวที่จะเริ่มต้นกับสิ่งเหล่านั้น
4. เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก่อนหน้านี้มีหลายชุดความคิดเชื่อว่าอุตสาหกรรมที่ต้องเป็น Human Touch อย่างโรงแรม ไม่สามารถนำเทคโนโลยีอะไรเข้ามาใช้ได้มากนักเพราะ “แขกต้องการสัมผัสกับการให้บริการโดยมนุษย์มากกว่า” อันนี้เป็นชุดความคิดที่เป็นจริงและไม่ผิดไปจากนี้ เพียงแต่เมื่อเราร้อยเรียงวิกฤตการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมที่กำลังจะเกิดขึ้น กับแนวโน้มทั้ง 3 ข้อที่ผ่านมา เมื่อแก้ปัญหาที่ตัวบุคคลไม่ได้เทคโนโลยีคือสิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหานี้ในที่สุด อาจจะไม่ได้เข้ามาด้วยความเต็มใจและอยากจะเลือกของผู้ประกอบการแต่เมื่อธุรกิจต้องเดินไปข้างหน้าการปล่อยให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานมีอยู่ต่อไปย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีนักที่จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ จะถูกนำมาใช้มากขึ้นพร้อมกับการปรับข้อกฎหมายให้เอื้อต่อการใช้ที่จะมาพร้อมๆ กัน เช่น ระบบ Online Check In ที่ให้แขกเซ็น ร.ร.3 ได้โดยไม่ต้อง Print ออกมาเป็น Hard Copy เซ็นกันอีกทีตอนมาถึงโรงแรมและสามารถจัดเก็บไว้ในรูปแบบ Digital File โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการว่าเก็บได้เวลามาตรวจสอบก็แค่เปิดไฟล์ให้ดูไม่ต้องมีเป็นแผ่นกระดาษเหมือนในทุกวันนี้ หรือแม้แต่การส่ง ร.ร.4 ที่อาจจะมีการอนุญาตให้ส่งเป็น E-Filling ได้เหมือนกรณีของการส่งรายชื่อแขกต่างชาติให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.30) ซึ่งในปัจจุบันยังต้องไปส่งที่อำเภอหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่นับรวมเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยลดปัญหาพนักงานขาดแคลน เช่น ระบบ IOT ต่างๆ ระบบ Robot ในบางเนื้องานที่เป็นงานประจำซ้ำๆ ใช้ทักษะไม่สูง ระบบ Keyless และ Mobile Key ที่ลดขั้นตอนการรอกุญแจและ Check In กับพนักงานไปได้ในตัว นี่คือตัวอย่างที่อาจจะเข้ามามีบทบาทเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในโรงแรมเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องตลกร้ายสำหรับพนักงานโรงแรมที่ก่อนหน้านี้โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ซึ่งหลายๆ สำนัก หลายๆ องค์การ ต่างออกมาวิเคราะห์วิจารณ์ว่าเป็นอาชีพที่ “เสี่ยงจะถูกเลิกจ้างมากที่สุด” หรือไม่ก็ “เป็นอาชีพดาวร่วงแห่งปี” เพราะจากวันนั้นที่เราประสบเคราะห์กรรมโดนเลิกจ้าง โดนลดเงินเดือน ตกงานเป็นเดือนๆ ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด วันนี้กลับกลายมาเป็นหลายโรงแรมกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การหาพนักงานที่ต้องการไม่ได้เพราะโลกปรับให้แรงงานต้องมีทักษะอื่นๆ ควบคู่กับทักษะงานบริการไปด้วย การเรียกค่าตัวที่สูงขึ้นสำหรับแรงงานทักษะสูง ในหลายพื้นที่แล้วและแม้จะ Offer ดีขนาดไหนบางทีก็ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ “ได้คนที่ต้องการ” หรือแม้แต่ได้คนที่ต้องการมาแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะ “อยู่นาน” หรือเปล่า
หลายที่ก็ยังคงต้องหาพนักงานกันต่อไป แน่นอนว่าปัญหาการขาดแคลนแรงงานมุมหนึ่งไม่ได้เกิดมาแค่จากแรงงานในตลาดมีไม่เพียงพอแต่สิ่งที่มีเพิ่มขึ้นมานั่นคือ “ความคาดหวังของนายจ้าง” ที่ต้องการแรงงานทักษะที่สูงขึ้นตามเนื้องานและโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไปมากขึ้นด้วยเช่นกัน สุดท้ายแล้วอย่างหนึ่งที่เราพอจะยึดมั่นได้คือ “ความไม่แน่นอนไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้”
ถ้าว่ากันตาม Iceberg Theory ส่วนที่โผล่พ้นน้ำตอนนี้คงเป็นอุปสรรคต่างๆ ที่เรามองเห็นจากการเร่งพลิกฟื้นการท่องเที่ยวซึ่งเราอาจจะหาวิธีหลบหลีกมันไปได้บ้างโดยมีเรือที่กำลังแล่นไปข้างหน้าซึ่งเปรียบเสมือนการเร่งขยายธุรกิจของกลุ่มทุนต่างๆ แต่ส่วนที่จมอยู่และกำลังจะเป็นปัญหาที่เรืออาจจะพุ่งชนก็คงเป็นการขาดแคลนแรงงานที่ถ้าไม่เร่งแก้เสียแต่เนิ่นๆ อาจทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโรงแรมสะดุดอีกครั้งก็เป็นได้
N. Kamolpollapat - Hotel Man
7 July 2022

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

Aigent

พบกับอีกหนึ่งตัวช่วยด้านการขายและการตลาดของโรงแรม

- ตัวช่วยในการเพิ่ม Direct Booking ให้กับโรงแรม
- ตัวช่วยในการสร้างกระแสเงินสด (Cashflow) ให้กับโรงแรม
- สามารถกำหนดเงื่อนไข Voucher ผ่านระบบ Extranet
- โอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม NFT และผู้มีบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศที่มีมากกว่า 2 ล้านคน
- Zero Commission




ต้องยอมรับว่าช่วงที่ COVID-19 ระบาดที่ผ่านมาโรงแรมเราบอบช้ำกันมากจริงๆ ช่องทางการขายและการตลาดอย่าง Agency ต่างๆ ก็หายไปกันอย่างมากมาย ปัจจุบันแม้จะยังอยู่ในช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่หลายประเทศเริ่มเปิดให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวได้มากขึ้น สิ่งที่ตามมาและถือเป็นข้อดีสำหรับธุรกิจโรงแรมของเราคือ "ตัวช่วย" ในการขายเพื่อช่วยพลิกฟื้นธุรกิจโรงแรมของพวกเราที่มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกันและวันนี้เฮียมีอีกตัวช่วยหนึ่งซึ่งเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งแขกผู้เข้าพักและโรงแรม "แขกผู้เข้าพักได้ราคาที่ดีที่สุด โรงแรมเพิ่มยอดขายตรงได้มากที่สุด"
วันนี้เฮียมีธุรกิจที่ชื่อว่า Aigent ซึ่งเป็น Platform ด้านการขาย สำหรับธุรกิจโรงแรม โดยระบบของเขานั้นมีบริการให้โรงแรมสามารถลงขาย E-Voucher ได้ด้วยตนเอง สามารถกำหนดจำนวน Voucher ที่จะขายได้ กำหนดจำนวนห้องพักได้ และควบคุมการจองได้ เป็น Platform ที่สร้างมาเพื่อนำเสนอราคาที่ดีที่สุดให้กับแขกผู้เข้าพักได้ในรูปแบบ 24/7 ไม่ต้องรองาน Event ขาย Voucher ที่ต้องเดินทางไปร่วมงานด้วยตัวเอง สมัครขาย E-Voucher ผ่าน Application Platform วันนี้ฟรี!! ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
ทุกโรงแรมสามารถเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Aigent เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับโรงแรมของคุณ ได้ตาม Link นี้เพื่อรับสิทธิ!!! : https://app.aigentcorporation.com/signup
พร้อมโอกาสในการ
✅ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการโรงแรม สร้าง Cashflow ให้กับธุรกิจ
✅ 0% ค่าคอมมิชชั่นและฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์
✅ มีระบบ Extranet รองรับการใช้งานแบบ OTAs สร้าง กำหนด และควบคุมได้ทุกขั้นตอน
✅ มีความยืดหยุ่น สามารถกำหนดราคาห้องพักได้เองแม้จะเป็น E-Voucher ก็สามารถจัดการได้
.
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วม!!!
เพียงร่วมทำการตลาดกับเราโดยมอบส่วนลดให้กับ Aigent Club Member 50% หรือไม่เกิน 3,000 บาท/ใบ เมื่อมีการจองที่พักของท่าน อย่างน้อย 5 ใบ ต่อเดือน เท่านั้น
สนใจลงทะเบียนด่วน!!! : https://app.aigentcorporation.com/signup
Instagram : aigentcorporation
LINE Official: @aigent หรือคลิก https: https://lin.ee/HKaLCyE
หรือติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Tel : 088 760 1240

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

Google Free Booking Link เครื่องมือสร้าง Direct Booking ใหม่ให้โรงแรม

 เพิ่มยอดจองตรงของโรงแรม (Direct Booking) กับ Google Free Booking Link




วันนี้เฮียมีงานสัมมนางานหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เลยครับและรับรองว่าเป็นงานที่มีประโยชน์กับพวกเราชาวโรงแรมจริงๆ เป็นงานสัมมนาเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่ม Direct Booking ให้กับโรงแรมของเราผ่าน Google โดยงานสัมมนางานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ที่โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok.
ในงานจะมีการแนะนำเครื่องมือของ Google ที่โรงแรมสามารถนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มอัตรา Direct Booking ให้กับโรงแรมได้ ซึ่งทุกหัวข้อการสัมมนามีการบรรยายโดยวิทยากรซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจาก Google โดยตรงประกอบด้วย
1. APAC Travel Recovery Trends and Insights : การฟื้นตัวของการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมทั้ง Trends และ ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจที่สามารถนำไปประกอบการทำการตลาดได้ โดย TH LCS or Laura Marie (TBD): Business Leader for Travel Search
2. Google Travel Products and Travel Vision : ผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวของ Google Travel และมุมมองเกี่ยวกับการเดินทางในอนาคต โดย Eugenie Lam : Head of APAC, Travel Partnerships Google
3. NETWORKING : สร้างเครือข่ายกับ connectivity partner ชาวโรงแรม และสมาชิกในทีม Google พร้อมอาหารและเครื่องดื่มฟรี
4. Google Hotel Search - Free Booking Links : เครื่องมือสำหรับเพิ่มยอดจองแบบไม่มีคอมมิชชั่นและเพิ่ม Traffic จาก Google Search และ Maps โดย Malte Jess : Business Manager, Travel Ads, Google
5. Google Hotel Search - Hotel Ads : การค้นหาโรงแรมจาก Google และการโฆษณาโรงแรม โดย Malte Jess : Business Manager for Travel Ads in APAC at Google Singapore.
6. Getting the Best Out of Your Connectivity to Google : โดย Arindam Das : Partnerships Manager, Google Travel
7. Google Business Profiles, Hotel Content and Extranet : การใช้งาน Google Business Profiles และการใช้งาน Extranet พร้อมเนื้อหาโรงแรม โดย Arvind Kannan : Product Manager, Google Travel
8. Minor Hotels Case Study : กรณีศึกษาจาก Minor Hotels โดย Sarawut Tantichote : Director of e-Commerce & Digital Advertising at Minor Hotels
9. Panel Discussion จากผู้ให้บริการชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรม อาทิ
- Hotel Chain (Minor Group)
- IBE - xCaliber
- Agency - eMarketingEye
- Independent hotel - TBC
- Local OTA - Ascend Travel

สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนตาม Link ด้านล่างนี้แล้วสามารถไปร่วมงานได้ที่โรงแรม The Athenee Hotel ได้เลยนะครับ "งานเริ่มเวลา 14:00 น." (ตามเวลาในประเทศไทย) เป็นต้นไป วันลงทะเบียนเข้างานแล้วมีของที่ระลึกแจกผู้ที่ไปร่วมงานที่ The Athenee Hotel ด้วยนะครับ

สำหรับผู้ที่ไปไม่ได้สามารถลงทะเบียนออนไลน์ไว้ได้ตาม Link ด้านล่างก่อนได้เลยนะครับ

Link ลงทะเบียน >> https://www.googlehoteliersummit.com/

บทความแนะนำ